formumandme.com  
   เพิ่มอารมณ์ป่าให้บ้านด้วยวิธีง่ายๆ  

pic_no_1737_ffrn.jpgเพิ่มอารมณ์ป่าให้บ้านด้วยวิธีง่ายๆ  (เลี้ยงเฟิร์นเพลินใจ)

 มีโอกาสไปเยือนจังหวัดปัตตานี  หนึ่งในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ของเราที่เหตุการณ์ณ์ยังไม่สงบอยู่  ระหว่างเดินทางจากสนามบินหาดใหญ่เข้าสู่เมืองปัตตานี  และออกจากปัตตานีไปนราธิวาส  บางช่วงที่รถแล่นผ่านสวนยางและป่า  ก็บังเอิญตาไวได้เห็นเฟิร์นใบมะขามแทรกตัวอยู่ด้วยเป็นระยะ  ทำให้อดจินตนาการต่อไม่ได้  ว่าหากเดินเลาะเข้าไปในป่าลึกกว่านี้  คงได้เห็นความอุดมสมบูรณ์ที่เต็มไปด้วยต้นไม้แปลกๆ  ที่หาดูยาก  โดยเฉพาะความเขียวขจีของบรรดาเฟิร์นหลากหลายพันธุ์  รวมทั้งมอส  ไลเค่น  ฯลฯ  แล้วก็แน่นอนอากาศคงเย็นสดชื่น  และสบาย  เพราะพันธุ์ไม้ป่าเหล่านี้บ่งบอกระบบนิเวศน์ที่มีความชื้นสูง

 ดังนั้นจึงไม่แปลกเลย  หากคิดจะเลี้ยงเฟิร์นให้งดงามในบ้าน  ก็ต้องเนรมิตสภาพแวดล้อมของบ้านให้เสมือนเป็นป่าน้อยๆ  เสียก่อน  ซึ่งโดยทั่วไปจะมี  2 แบบคือ  สร้างเรือนให้เฟิร์นอยู่อย่างเป็นเรื่องเป็นราวเช่นเดียวกับสร้างเรือนกล้วยไม้  เพียงแต่ตัวเรือนของเฟิร์นจะต้องไม่ถูกแสงแดดจัด  การสร้างในร่มเงาที่ค่อนข้างจะครึ้มนั่นละดีที่สุด  เพราะเฟิร์นไม่ชอบแสงแดดเลย
 นอกจากนี้  ธรรมชาติของเฟิร์นยังต้องการความชุ่มฉฃชื้นมากกว่าต้นไม้ทั่วไป  นั่นเป็นเหตุผลให้เกิดการเลี้ยงเฟิร์นในแบบที่  2  นั่นคือ  การสร้างธารน้ำตก  หรือน้ำพุ  แล้วปลูกเผิร์นไว้รอบๆ  วิธีนี้ทำให้การเติบโตของเฟิร์นเป็นไปด้วยดี  เพราะได้รับความชุ่มชื้นจากละอองน้ำอย่างสม่ำเสมอ  แต่ต้องไม่ลืมว่าจุดที่ตั้งของธารน้ำตกหรือน้ำพุจะต้องอยู่ในร่มเงาเท่านั้นด้วย

 สำหรับคนที่สนใจต้องการหาความเย็นสบายเข้าสู่ตัวบ้าน  นอกเหนือจากการปลูกต้นไม้ใหญ่แล้ว  การเลี้ยงเฟิร์นก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ  ซึ่งช่วยเนรมิตบ้านให้มีอารมณ์ป่าเล็กๆ

ควานหา “ เฟิร์น ”

 เฟิร์นมีให้เลือกหลากหลายพันธุ์ตามแต่ความชอบ  ต้นกำเนิดเฟิร์นมาจากในป่าทั้งสิ้น  ส่วนมากเป็นพันธุ์ต่างประเทศ  แต่ก็มีบางพันธุ์ที่เป็นพันธุ์ไทย  จุดเริ่มต้นสำหรับการควานหาเฟิร์นลองดูวิธีง่ายๆ  เหล่านี้

- หาข้อมูลเบื้องต้นเสียก่อน  ด้วยวิธีสืบค้นข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตหรือไม่ก็ตามร้านหนังสือซึ่งมีหนังสือเกี่ยวกับเฟิร์นอยู่ไม่น้อยให้ศึกษาทำความเข้าใจ  พร้อมชมภาพประกอบ  วิธีนี้ยังทำให้ได้จดพันธุ์ที่ชอบและจินตนาการถึงสวนป่าที่บ้านก่อนลงมือจัดด้วยตัวเองอีกด้วย

- ดูของจริง  ตลาดนัดต้นไม้เป็นสถานที่ที่จะได้เห็นของจริง  เช่น  ตลาดนัดสวนจตุจักร  ควรไปเดินในวันพฤหัสบดี-วันศุกร์ตั้งแต่เช้าตรู่จรดเย็น  จะได้เห็นบรรดาเฟิร์นจากป่าที่บรรดาพ่อค้าแม่ค้าขุดใส่รถกระบะมาขาย  หรือวันธรรมดาที่ฝั่งตรงข้ามกับตลาดนัดสวนจตุจักร  ริมถนนกำแพงเพชร  จะมีพ่อค้าแม่ค้าสร้างเพิงสำหรับจำหน่ายเฟิร์น  ประมาณ  7-8 ร้าน  ส่วนวันอาทิตย์ประมาณสัก  5-6 โมงเย็น  หลังจากตลาดนัดวายแล้ว  บริเวณด้านหน้าเพิงที่เป็นลานจอดรถ  จะเปลี่ยนเป็นที่ขายต้นไม้ป่าแปลกๆ  ซึ่งมีเฟิร์นหลายพันธุ์ให้เลือกเหมือนกัน

ธรรมชาติของเฟิร์น

 เฟิร์นที่คุ้นเคยกันดี  ได้แก่  เฟิร์นข้าหลวง  เฟิร์นชายผ้าสีดา  หรือ เฟิร์นเขากวาง  เฟิร์นขนนก  เฟิร์นใบมะขาม  เฟิร์นก้านดำ  โดยธรรมชาติแล้ว  ขึ้นชุมชุมในเขตป่าที่ความชื้นสูง  โดยเฉพาะป่าทางภาคใต้  ซึ่งเกาะตามต้นไม่ใหญ่  หรือตามคบไม้  รวมทั้งตามซอกผาหิน  ลำธาร  และน้ำตก  เฟิร์นพันธุ์เหล่านี้เพาะสปอร์เลี้ยงส่งออกไปขายในตลาดต่างประเทศด้วย  ที่สำคัญการเลี้ยงดูไม่ยากเกินไป

 เฟิร์นพันธุ์ใหญ่ที่สุดคือเฟิร์นชายผ้าสีดา  หรือ เฟิร์นเขากวาง  โดยมาพบในป่าลึกทางภาคใต้ของไทย  น้ำหนักเป็นร้อยกิโลกรัมทีเดียว  มีชื่อเรียกเฉพาะว่า  เฟิร์นชายผ้าสีดาปักษ์ใต้  นอกจากนี้ยังพบทางตะวันออก  อีสาน  และตะวันตกด้วย  แต่ไม่มากเท่า  ส่วนทางเหนือแทบจะไม่พบเลย  ธรรมชาติของเฟิร์นที่เติบโตในป่า  แบ่งได้เป็น  3  แบบ

 1.  เกาะอยู่ตามต้นไม้ใหญ่  เช่น  ต้นขนุน  ต้นตะแบก  ฯลฯ  หรือไม่ก็เกาะตามคบไม้หรือขอนไม้

 2.  ขึ้นตามผิวดิน  ผิวดินที่ลาดชัน  และหน้าผาหิน  โดยเฉพาะเฟิร์นก้านดำ  เฟิร์นใบมะขาม  ซึ่งรากจะยึดเกาะกับผิวดิน  หรือซอกหินได้ดี  ใครที่ชอบเดินป่า  ตามผนังหินจะเห็นพวกไลเค่นเติบโตเต็มพรืดไปหมดสลับกับเฟิร์นก้านดำอ่อนๆ  เช่น  อุทยานแห่งชาติแหลมหญ้า  จังหวัดระยอง  เพียงแค่เดินขึ้นสู่จุดชมวิว  ระยะทางเพียง  100 เมตร เศษๆ  ก็จะเห็นไลเค่นกับเฟิร์นก้านดำขึ้นเต็มไปหมด  เลยถ่ายรูปมาให้ชมกันด้วย

 3.  ขึ้นในน้ำ  ส่วนใหญ่จะมีขนาดเล็ก  และลอยตัวบนผิวน้ำ  พบมากในแหล่งน้ำที่สะอาด  น้ำค่อนข้างนิ่ง  หรือไหลเอื่อยๆ
เลี้ยงเฟิร์นเพลินใจ


 เฟิร์นเกือบทุกชนิดต้องการการดูแลเหมือนๆ กัน  หลักง่ายๆ  มีเพียงแค่ให้น้ำอย่างเต็มที่  และหลีกเลี่ยงแสงแดด  ไม่เช่นนั้น  ใบจะไหม้เกรียม  และตายในที่สุด  หลักง่ายๆ  มีดังนี้

 อากาศ เฟิร์นชอบอากาศค่อนข้างเย็นและชื้น  ดังนั้นจึงควรเลี้ยงเฟิร์นในร่มเงาที่ค่อยข้างครึ้ม  ซึ่งเป็นการจำลองสภาพอากาศให้ใกล้เคียงกับป่าเขตร้อนชื้น  การสร้างธารน้ำตกหรือน้ำพุเป็นแนวทางที่น่าสนใจ  เพราะเท่ากับตกแต่งบ้านให้ร่มเย็น  แถมเกิดความสุขสงบ  เพราะเสียงน้ำเป็นการบำบัดจิตใจที่ดีทางหนึ่ง

 ภาชนะ กระถางพลาสติกเหมาะกับเฟิร์นขนาดเล็กๆ  ถ้าเฟิร์นต้นใหญ่ก็จำเป็นต้องใช้กระถางขนาดใหญ่ตามไปด้วย  และอย่าลืมรูกระถางควรวางอิฐขวางไว้  รวมทั้งวางแทรกตามชั้นดินด้วย  เพื่อให้เกิดโพรงเพื่อระบายน้ำ  ทำให้น้ำซึมลงสู่รากได้อย่างสะดวก
 ดิน     ควรเป็นดินที่ร่วนซุย  สะอาด  ปราศจากสิ่งเจือปนใดๆ  เว้นเสียแต่เศษใบไม้  หรือเศษถ่านไม้  เพราะช่วยทำให้ดินเกิดความโปร่ง  ซึ่งดีตอนที่รดน้ำแล้วน้ำจะซึมลงสู่รากได้ทั่วถึง

 การปลูก     การปลูก  ควรนำรากแช่น้ำค้างไว้หนึ่งคืนก่อน  เพื่อให้รากอุ้มน้ำไว้อย่างชุ่มชื้น

 เคล็ดลับง่ายๆ  เหล่านี้  ควช่วยให้การเนรมิตป่าเล็กๆ  ในบ้านหรือการดูแลเฟิร์นเป็นเรื่องง่ายขึ้น  แล้วถ้าไม่มีเวลารดน้ำต้นไม้ลองให้  สปริงเกิล  เป็นตัวเลือก  เพื่อให้เฟิร์นได้รับความชุ่มชื่นอย่างเต็มที่ตามธรรมชาติที่เฟิร์นชอบ

.................................................................................................................................

ขอขอบคุณที่มา : หนังสือพิมพ์  โพสต์ทูเดย์  ฉบับวันพฤหัสบดีที่  6  ตุลาคม  2548

05 กันยายน 2550
เวลา 21:11 น. [A-1080]

เชิญแสดงความเห็นในประเด็นนี้ | อ่านบทความครั้งก่อน

bookmarkความเห็นของผู้อ่าน...   

[C-1896] ความเห็นของ: ดร.การ
เมื่อวันที่ : 27 ต.ค. 2550, 04:39 น.

เฟิร์นบางชนิดก็ต้องการแสงแดดมากเหนือนกันนะครับ มิเช่นนั้นใบจะลีบเล็กยืดยาว ไม่งามเช่น โชน (Dicranopteris linearis)จะมี cuticle layer ปกคลุมผิวใบด้านบน เพื่อกันการสูญเสียน้ำทางใบ นอกจากนี้ยังมี เฟินหลังเงิน ( Pityrogrammar calomelanos ) เฟินสามร้อยยอด (Lycopodiella cernuum ) ซึ่งถือว่าเป็นญาติของเฟิร์นด้วย ด้วยความเคารพครับ

f o r   m u m   a n d   m e
contact us : webmaster@formumandme.com