การขอพระราชทานเพลิงศพกรณีพิเศษ
ผู้ที่สมควรได้รับพิจารณา ในการขอพระราชทานเพลิงศพกรณีพิเศษ ควรอยู่ในหลักเกณฑ์ดังนี้
ผู้ที่อยู่ในราชสกุล ชั้นหม่อมราชวงศ์และหม่อมหลวง
พระสงฆ์ที่พระราชาคณะพิจารณาขอพระราชทานให้
พนักงานรัฐวิสาหกิจระดับสูง
ผู้ที่ได้รับพระราชทานเหรียญราชรุจิ เหรียญกล้าหาญ และเหรียญชัยสมรภูมิ
ผู้ที่ทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติ เช่น ศิลปินแห่งชาติ นักกีฬาระดับชาติ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อดีตสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ อดีตสมาชิกสภาจังหวัด หรืออดีตสมาชิกสภาเทศบาล
ผู้ที่ทำคุณประโยชน์ เช่น บริจาคเพื่อการกุศล คิดเป็นมูลค่า ไม่น้อยกว่า 300,000 บาท บริจาคร่างกาย หรือ อวัยวะ
บิดามารดาของข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ระดับ 6 หรือเทียบเท่าขึ้นไป
บิดามารดาของผู้ที่ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ " ตริตาภรณ์ช้างเผือก " ( ต.ช. ) ขึ้นไป
บิดามารดาของพระสมณศักดิ์ ตั้งแต่ชั้น " พระครูสัญญาบัตร " ขึ้นไป
หมายเหตุ บุคคลผู้ทำลายชีพตนเองไม่พระราชทานเพลิงและเครื่องประกอบเกียรติยศ
ขั้นตอนการขอพระราชทานเพลิงเป็นกรณีพิเศษ
เจ้าภาพ หรือ ทายาท ผู้ประสงค์ขอพระราชทานเพลิงศพกรณีพิเศษ ต้องทำหนังสือถึงเลขาธิการพระราชวัง โดยระบุ
ชื่อสกุล และประวัติโดยย่อของผู้ถึงแก่กรรม
ถึงแก่กรรมด้วยโรคอะไร ที่ไหน เมื่อใด
ระบุคุณงามความดีที่เป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติ หรือ คุณสมบัติตามหลักเกณฑ์การพิจารณาการขอพระราชทานเพลิงศพเป็นกรณีพิเศษ
ระบุ วัน เวลา สถานที่ที่ประกอบการฌาปนกิจ
หลักฐานที่ต้องนำมาแสดง มีดังนี้
ใบมรณะบัตรของผู้ถึงแก่กรรม
ทะเบียนบ้านของทายาทของผู้ถึงแก่กรรม
บัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรข้าราชการของทายาทของผู้ถึงแก่กรรม
หนังสือรับรองจากหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ใบอนุโมทนาบัตร ใบประกาศเหรียญกล้าหาญ หรือเหรียญชัยสมรภูมิ
ทั้งนี้ ต้องนำเอกสารต้นฉบับและสำเนาแนบมาพร้อมหนังสือด้วย
27 พฤษภาคม 2546 เวลา 23:17 น. [A-272]
|