formumandme.com  
   เรื่องของสินสมรส  

pic_no_969_formum37.jpgเรื่องของสินสมรส

     ตามกฎหมาย  เมื่อชายหญิงตกลงปลงใจเป็นสามี ภรรยากัน และผ่านการจดทะเบียนสมรสแล้ว  ความผูกพันนี้ก่อให้เกิดความสัมพันธ์ระหว่างสามีภรรยา 2 ลักษณะ  คือ  ความสัมพันธ์ส่วนตัว  คือ  อยู่กินกันแบบสามีภรรยา ต้องอุปการะเลี้ยงดูกัน  และ ความสัมพันธ์ทางด้านทรัพย์สิน ซึ่งแยกเป็นสินสมรส  และสินส่วนตัว

      พูดตามภาษาชาวบ้าน  สินส่วนตัว คือ  ทรัพย์สิน  ข้าวของส่วนตัวต่าง ๆ  ที่แต่ละฝ่ายมีอยู่ก่อนเดิม ก่อนแต่งงาน  สินสมรส  คือ  ทุกสิ่งทุกอย่างที่ได้มาหลังแต่งงาน และสามีภรรยาเป็นเจ้าของร่วมกัน

ตามกฎหมายได้แจกแจงไว้อย่างละเอียดว่า  สินส่วนตัว มี 4  ประเภท  คือ
1.   ทรัพย์สินที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีอยู่ก่อนสมรส  เช่น  บ้าน  ที่ดิน  เงินทอง 
2.   ทรัพย์สินที่ได้มาในระหว่างสมรสโดยการรับมรดก  หรือได้มาโดยเสน่หา
3.   ทรัพย์สินที่เป็นเครื่องใช้สอยส่วนตัว  เครื่องประดับ  เครื่องแต่งกาย  เครื่องมือประกอบอาชีพ
4.   ทรัพย์สินที่เป็นของหมั้น จะถือเป็นสินส่วนตัวของผู้หญิง

     นอกจากนี้  ถ้าทรัพย์สินดังกล่าวข้างต้น  เปลี่ยนสภาพไป  เช่น  นำไปขายและได้เงินมา  นำไปแลกหรือซื้อของอื่น  ให้ถือว่าเงินหรือของที่ได้มานั้น เป็นสินส่วนตัวด้วย 

สินสมรส  แบ่งเป็น 3  ประเภท 
1.   ทรัพย์ที่คู่สมรสได้มาระหว่างสมรส  เช่น  เงินเดือน  โบนัส 
2.   ทรัพย์สินที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้มาโดยพินัยกรรม  โดยระบุว่าให้เป็นสินสมรส
3.   ทรัพย์สินที่เป็นกำไรสุทธิ  หรือดอกผลของสินส่วนตัว

     สิทธิการจัดการทรัพย์สิน  กฎหมายถือให้ผู้เป็นเจ้าของมีอำนาจจัดการทรัพย์สินส่วนตัวได้โดยลำพัง   สำหรับสินสมรส  ถือเป็นทรัพย์สินร่วมกันคนละครึ่ง  จึงให้สองฝ่ายจัดการร่วมกัน
 
สามีภรรยาสามารถแยกกันจัดการสินสมรสได้  4 กรณี  คือ
1.   เมื่อคู่สมรสตกลงแยกกันจัดการสินสมรสโดยการทำสัญญาก่อนสมรสไว้ก่อน
2.   เมื่อคู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งตกเป็นคนไร้ความสามารถ  อีกฝ่ายมีสิทธิร้องขอให้ศาลแยกสินสมรสได้
3.   เมื่อคู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งถูกศาลสั่งให้เป็นบุคคลล้มละลาย  จะมีผลให้สินสมรสแยกกันตามกฎหมาย
4.   เมื่อมีการร้องขอต่อศาลให้แยกสินสมรสเพราะสาเหตุ  เช่น  อีกฝ่ายทำความเสียหายแก่สินสมรส  ไม่อุปการะ  เลี้ยงดู  เป็นหนี้สินมากมาย  หรือขัดขวางการจัดการสินสมรสโดยไม่มีเหตุอันควรและเมื่อมีการแยกสินสมรส  ออกจากกันแล้ว  สินสมรสส่วนที่แยกออกมาจะถือเป็นสินส่วนตัวของแต่ละฝ่าย  รวมถึงทรัพย์สิน  เช่น  มรดก  ดอกผลที่ได้มาหลังการแยกสินสมรสด้วย

การจัดการเรื่องหนี้สินของสามีภรรยาควรทำอย่างไร
      เมื่อสามีภรรยาไปเป็นหนี้บุคคลภายนอก  หากหนี้นั้นมีมาก่อนสมรสถือเป็นหนี้ส่วนตัว  ให้แต่ละฝ่ายรับผิดชอบใช้ต่อเจ้าหนี้เป็นการส่วนตัวโดยใช้สินส่วนตัวมาก่อน  ถ้าไม่พอจึงใช้จากสินสมรสที่เป็นส่วนของตนได้คือ  ครึ่งหนึ่งของสินสมรส  ในกรณีที่เกิดหนี้ระหว่างสมรสหนี้นั้นอาจเป็นหนี้ส่วนตัวค้างคามาหรือเป็นหนี้ร่วม  สามีภรรยาต้องร่วมกันชดใช้เจ้าหนี้โดยใช้เงินทั้งจากสินสมรสและสินส่วนตัวได้  หนี้ที่เกิดระหว่างสมรส  และถือเป็นหนี้ร่วมได้แก่  หนี้ค่าอุปการะเลี้ยงดู  รักษาพยาบาลคนในครอบครัว  และให้การศึกษาบุตร  หนี้ที่เกี่ยวข้องกับสินสมรส  หนี้ที่เกิดจารการงานที่สามีภรรยาทำร่วมกันและหนี้ที่สามีหรือภรรยาก่อให้เกิดเพื่อประโยชน์ตนฝ่ายเดียว  แต่อีกฝ่ายยินยอมและรับรู้ด้วย  4  กรณีนี้สามีภรรยาต้องรับผิดชอบร่วมกัน

คู่ที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส  
      การจัดการทรัพย์สินมีข้อแตกต่าง  คือ  ในแง่กฎหมายเพราะกฎหมายจะถือว่าคู่ที่อยู่กินกันโดยไม่จดทะเบียนสมรสไม่เป็นคู่สมรสต่อกัน
บุตรที่เกิดมาเป็นของฝ่ายหญิงฝ่ายเดียว  และการอยู่ด้วยกันไม่มีผลให้เกิดสินส่วนตัวและสินสมรส  แต่ในแง่ปฏิบัติ  เพื่อความเป็นธรรมและเพื่อป้องกันความแตกแยกในครอบครัว  กฎหมายจึงถือให้ทรัพย์สินที่ฝ่ายชาย และหญิงลงทุนร่วมแรงทำมาหาได้ร่วมกันระหว่างที่อยู่กินด้วยกันเป็นทรัพย์สินรวม  ชายและหญิงเป็นเจ้าของร่วมกันและมีสิทธิ์ในทรัพย์สินคนละครึ่ง  การลงทุนร่วมแรงโดยหลักหมายถึงการที่ชายและหญิงร่วมกันทำการค้าหรือดำเนินกิจการโดยเฉพาะเจาะจงแล้วได้ทรัพย์สินมา  และในกรณีที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอยู่บ้านช่วยดูแลบ้าน  และครอบครัวโดยอีกฝ่ายเป็นผู้ทำการค้าก็ถือว่าร่วมแรงทำมาหากินเช่นกัน  ในทางกลับกันถ้าทรัพย์สินต่างคนต่างทำมาหาได้แยกกันหรือเป็นมรดกที่ได้รับมาจะถือเป็นสิทธิของฝ่ายนั้นผู้เดียว  อีกฝ่ายไม่มีส่วนแบ่งรวมทั้งไม่สามารถฟ้องขอแบ่งทรัพย์ได้

การทำพินัยกรรม
      ถ้าทำพินัยกรรมสินส่วนตัวสามารถยกให้ใครก็ได้ตามความพอใจ  แต่กับสินสมรส  เนื่องจากสามีและภรรยามีสิทธิเป็นเจ้าของสินสมรสร่วมกันคนละครึ่ง  จึงไม่มีอำนาจทำพินัยกรรมยกสินสมรสเกินกว่าส่วนของตัวเองให้แก่บุคคลอื่น  ถ้าทำไปพินัยกรรมนั้นจะสมบูรณ์เฉพาะส่วนของตัวเองเท่านั้น

..............................................................................................................

ขอขอบคุณ  บทความจาก นิตยสาร  ELLE

15 กุมภาพันธ์ 2547
เวลา 09:14 น. [A-473]

เชิญแสดงความเห็นในประเด็นนี้ | อ่านบทความครั้งก่อน

bookmarkความเห็นของผู้อ่าน...   

f o r   m u m   a n d   m e
contact us : webmaster@formumandme.com