formumandme.com  
   ท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่  

pic_no_1093_1.gifท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่

1.   วางแผนการเที่ยว

      ด้วยระยะทางที่ห่างไกลจากกรุงเทพฯ  อีกทั้งพื้นที่ท่องเที่ยวใน จ.เชียงใหม่มีจำนวนมาก  ทั้งที่อยู่ใกล้ตัวเมืองและที่อยู่นอกตัวเมืองออกไป  จำเป็นต้องใช้เวลาหลายวันในการเดินทางท่องเที่ยว  ดังนั้นจึงเหมาะสำหรับการไปเที่ยวในวันหยุดสุดสัปดาห์ที่มีระยะเวลาหลายวัน  หรือในช่วงวันหยุดตามเทศกาลต่างๆ หรือลาพักร้อนไปเที่ยว  ซึ่งสามารถไปท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี  หากมีเวลาน้อยควรจะเลือกเดินทางไปท่องเที่ยวเฉพาะสถานที่สำคัญๆ ก่อน แล้วจึงวางแผนกลับมาเที่ยวเชียงใหม่ในสถานที่อื่นๆ ในครั้งต่อๆ ไป

2.   สถานที่เที่ยวโดดเด่นของจังหวัดเชียงใหม่

วัดพระธาตุดอยสุเทพ

      เป็นวัดสำคัญของเชียงใหม่  นักท่องเที่ยวทุกคนที่เดินทางไปเชียงใหม่มักขึ้นไปนมัสการ  ที่ตั้งและการเดินทาง  อยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 20 กม.  ใช้ทางหลวงหมายเลข 1004 ถ. ห้วยแก้ว ด้านหน้า  ม.เชียงใหม่  ระยะทางจากเชิงดอยไปถึงพระธาตุดอยสุเทพประมาณ 14 กม.

อนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย

      อยู่ตรงบริเวณทางขึ้นพระธาตุดอยสุเทพ  เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวเชียงใหม่ให้ความเคารพอย่างมาก  ผู้ที่เดินทางขึ้นดอยสุเทพมักจะแวะนมัสการอนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัยเพื่อความเป็นสิริมงคลก่อนเดินทางขึ้น

วัดเจดีย์หลวง

      เป็นวัดที่มีเจดีย์ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของจ. เชียงใหม่  ปัจจุบันยอดเจดีย์ได้หักพังลงมาเมื่อคราวเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในปี พ.ศ. 2088 วัดเจดีย์หลวงจึงเป็นโบราณสถานอันเก่าแก่อีกแห่งหนึ่งที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาด (ตั้งอยู่ริม ถ.พระปกเกล้า ต.พระสิงห์

pic_no_1094_2.gifดอยอ่างขาง

      ดอยอ่างขางเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาแดนลาว  สูงประมาณ 1,900 ม. จากระดับน้ำทะเล อยู่ติดกับพรมแดนพม่า จึงมีหมู่บ้านชาวเขาเผ่าต่างๆ กระจายอยู่ทั่วไป มีอากาศหนาวเย็นยาวนานเกือบตลอดปีและมีอุณหภูมิต่ำมากในฤดูหนาว   จึงเหมาะสมในการจัดตั้งเป็นสถานีวิจัยพืชเมืองหนาวแห่งแรกของโครงการหลวง  โดยเป็นสถานีหลักในการศึกษาวิจัยผลไม้ที่สำคัญที่สุดของประเทศ  นักท่องเที่ยวนิยมมาดูขั้นตอนการปลูกการดูแล  และการผลิตพืชเมืองหนาว  ที่เรียกว่า การท่องเที่ยวเชิงเกษตรกรรม  ในช่วงฤดูหนาวประมาณเดือน ต.ค.- ก.พ.  ดอกไม้พันธุ์ไม้เมืองหนาวหลายชนิด เช่น บ๊วย ท้อ นางพญาเสือโคร่ง และอื่นๆ จะออกดอกงามสะพรั่งไปทั่วดอย (อยู่ในเขต อ.ไชยปราการ  ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ประมาณ 162 กม.)

ดอยอินทนนท์

     ดอยอินทนนท์เรียกชื่อตามยอดดอยที่สูงที่สุดของเทือกเขา ถนนธงชัย และสูงที่สุดในประเทศไทย คือ  ดอยอินทนนท์ มีความสูงประมาณ 2,565 ม. จากระดับน้ำทะเล  มีสภาพป่าอุดมสมบูรณ์ มีพืชพันธุ์ที่น่าสนใจและมีสัตว์ป่าหลายชนิด  โดยเฉพาะเป็นแหล่งดูนกที่สำคัญของประเทศ  ดอยอินทนนท์มีบริการบ้านพักและที่กางเต็นท์อยู่ที่บ้านขุนกลาง ไม่ไกลจากที่ทำการ มีตู้โทรศัพท์สาธารณะ  ร้านอาหารและร้านจำหน่ายสินค้าทั้งของอุทยานและของชาวม้งบ้านขุนกลาง

1.   บ้านพัก  หลังเล็กสุดนอนได้ 3 คน  หลังใหญ่สุด 10 คน มีห้องนอน ห้องน้ำ และเครื่องนอนพร้อม  แต่ผู้ที่กลัวความหนาวควรนำเครื่องป้องกันความหนาวมาเอง
2.   เต็นท์  อุทยานมีบริการเต็นท์ขนาดเล็กนอนได้ 2 คน ให้เช่าหลังละ 70 บาทต่อคืน  พร้อมทั้งบริการให้เช่าผ้าห่มผืนละ 20 บาทต่อคืน  ถ้านำมาเต็นท์มาเองเสียค่าบำรุงสถานที่คนละ 5 บาทต่อคืน  อุทยาน ไม่อนุญาตให้ก่อไฟ  แต่อนุญาตให้ใช้เตาถ่านได้  มีบริการที่ร้านค้าของชาวม้งบ้านขุนกลาง  ค่าเช่าคืนละ 50 บาทต่อเตา

บ้านบ่อสร้าง

      บ้านบ่อสร้างมีชื่อเสียงมากในการทำร่ม  โดยเฉพาะร่มกระดาษสามีทั้งร่มที่ระลึกขนาดเล็กทำด้วยผ้าฝ้าย ไนลอน  จนกระทั่งร่มขนาดใหญ่กว้างเกือบ 2 ม.ทำจากผ้าฝ้ายเพื่อใช้ในการประดับและตกแต่งบ้าน  นอกจากนี้ยังมีพัดจีนขนาดใหญ่ด้วย  ตลอดเส้นทางช่วงก่อนถึงบ้านบ่อสร้างเป็นแหล่งขายงานหัตถกรรมต่างๆมากมาย  ถนนสายนี้เป็นอีกเส้นหนึ่งที่นักช็อปปิ้งไม่ควรพลาด
      ชมสาธิตการทำร่ม  บริเวณบ้านบ่อสร้างนี้มีร้านค้าร่มอยู่หลายแห่ง  นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปชมการสาธิตการทำร่มได้ที่ ศูนย์หัตถกรรมบ้านบ่อสร้าง  ซึ่งเป็นการรวมกลุ่มของชาวบ้านบ่อสร้าง  นอกจากนี้ยังมีการสาธิตในร้านค้าเอกชนอีกหลายแห่ง เช่นบ้านร่มเกล้า

สวนสัตว์เชียงใหม่

      สวนสัตว์เชียงใหม่เป็นสวนสัตว์ที่รวบรวมสัตว์นานาชนิดเอาไว้มากที่สุดแห่งหนึ่ง  มีทั้งสัตว์พื้นถิ่นในประเทศไทยและสัตว์จากต่างประเทศ  มีพื้นที่ทั้งหมด 531 ไร่ และมีสภาพพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์  เนื่องจากตั้งอยู่เชิงเขา มีป่าเบญจพรรณอยู่โดยรอบทำให้มีความร่มรื่นน่าเข้าไปเที่ยวชม
1.   สวนสัตว์  ได้มีการจัดแสดงชีวิตสัตว์เป็นโซนๆ โดยมีทั้งสัตว์ป่าของไทย เช่น เสือดำ  เสือลายเมฆ  กระทิงเขาทุย  ช้าง  และสัตว์ต่างประเทศ เช่น   หมีแพนด้า  ยีราฟ  ฮิปโปโปเตมัส  ไบซัน  แรดอินเดีย ฯลฯ
2.   สวนชมนกนครพิงค์  มีทั้งที่เป็นกรงขนาดเล็กและขนาดใหญ่มีตาข่ายคลุม  มีนกหลายสิบชนิด เช่น นกชนหิน  นกกาบบัว  เหยี่ยวชนิดต่างๆ รวมถึงนกกลางคืน เช่น นกเค้าใหญ่พันธุ์เนปาล  นกทึดทือพันธุ์เหนือ  เป็นต้น  สำหรับกรงนกใหญ่เปิดให้ชมเวลา 09.00 - 16.00 น.
3.   อุทยานสัตว์น้ำ 700 ปีศรีนครพิงค์  เป็นแหล่งรวมปลาน้ำจืดที่สวยงามและหายากกว่า 60 ชนิด  ควรไปชมในช่วงกลางวันเพราะจะมีแสงแดดส่องให้เห็นปลาในตู้กระจกอย่างชัดเจน
      นอกจากนี้ยังมีอาคารนกเพนกวิน  สวนสัตว์เด็ก  ที่มีสัตว์ตัวเล็กๆ และเชื่อง เช่น เต่า  กระรอก  นก  พร้อมเครื่องเล่นสำหรับเด็ก ฯลฯ

pic_no_1095_3.gifอุทยานแห่งชาติ ดอยสุเทพ-ปุย    มีสิ่งที่น่าสนใจ

1.   น้ำตกห้วยแก้ว  เป็นน้ำตกเล็กๆสูงประมาณ 10 ม. และมีน้ำไหลอยู่ตลอดทั้งปี  นอกจากนั้นบริเวณโดยรอบน้ำตกยังมีทัศนียภาพที่สวยงาม  ขณะเดียวกันก็ยังมีที่พักผ่อนและสามารถนำอาหารไปรับประทานได้โดยเฉพาะที่ผาเงิบ  และวังบัวบาน  ซึ่งเป็นน้ำตกเล็กๆ อยู่เหนือน้ำตกห้วยแก้ว  แต่ในหน้าแล้งอาจมีน้ำน้อย
2.   น้ำตกมณฑาธาร  เดิมชื่อน้ำตกสันป่ายาง  อยู่บริเวณ กม.7 บนถนนขึ้นดอยสุเทพ  ทางขวามือจะมีทางแยกเข้าไปอีกประมาณ 3 กม. จัดเป็นน้ำตกที่สวยงามที่สุดในเขตอุทยานแห่งชาติมีทั้งหมด 3 ชั้น ไหลลดหลั่นจากหน้าผาเป็นชั้นๆ สภาพป่ามีทั้งป่าเบญจพรรณและป่าดงดิบแล้ง
3.   พระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์  ตั้งอยู่บริเวณ กม.19 บนถนนสายดอยสุเทพ  เป็นสถานที่ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จแปรพระราชฐานมาประทับในฤดูหนาว  ภายในมีสวนไม้ดอกไม้ประดับที่สวยงาม
4.   พิพิธภัณฑ์ชาวเขา  คิดค่าเข้าชมคนละ 10 บาท  ภายในห้องประกอบไปด้วยรูปภาพนิทรรศการ  และสิ่งของเครื่องใช้  เครื่องดนตรี  งานหัตถกรรมของชาวเขาเผ่าต่างๆ
5.   สวนดอกไม้เมืองหนาว  อยู่ใกล้กับอาคารพิพิธภัณฑ์  มีดอกไม้เมืองหนาวปลูกไว้ให้ชมตลอดทั้งปี เช่น แกลิโอลัส  ฮอลลี่ฮ็อก  กุหลาบ ฯลฯ  มีชุดม้งให้เช่าถ่ายรูป ราคา 30 บาท  และยังมีสินค้างานฝีมือและพืชผักต่างๆ เช่น ฟักแม้ว กะหล่ำ ไว้จำหน่ายนักท่องเที่ยวอีกด้วย
6.   น้ำตกแม่สา น้ำตกแม่สาตั้งอยู่ภายในอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ – ปุย  ทางด้านอ.แม่ริม  โดยมีต้นน้ำมาจากขุนน้ำแม่สา  พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นป่าเบญจพรรณ  เป็นน้ำตกที่มีความงดงามจำนวน 8 ชั้น แต่ละชั้นห่างกันประมาณ 100-500 ม. ปกคลุมด้วยต้นไม้ใหญ่ทั่วบริเวณ  ที่ลานจอดรถมีร้านขายอาหารและเครื่องดื่ม  นักท่องเที่ยวอาจซื้ออาหารและเครื่องดื่มจากร้านขายของใกล้ลานจอดรถเข้าไปปิกนิกบริเวณน้ำตกได้  โดยอาจเลือกหาทำเลที่เหมาะซึ่งมีทั้งมุมสงบและมุมสำหรับเล่นน้ำ  น้ำตกแม่สาอยู่ภายในอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ – ปุย  เมื่อถึงกม.7 ของถนนสายแม่ริม-สะเมิงให้เลี้ยวซ้ายเข้าไปประมาณ 2 กม. ก็จะถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติ

ฟาร์มกล้วยไม้และฟาร์มผีเสื้อ   มีสิ่งที่น่าสนใจ คือ

1.   พรรณไม้  ภายในสวนเหล่านี้มีทั้งส่วนที่จัดแสดงพรรณไม้นานาชนิดที่ใช้เป็นไม้ประดับ เช่นดอกบัว  ดอกเยอบีรา  แต่ส่วนใหญ่จะเป็นกล้วยไม้ที่ออกดอกหมุนเวียนให้ชมทุกฤดูกาลแต่ละสวนจะมีกล้วยไม้ที่ได้รับรางวัลจากการประกวดมาแสดงด้วย เช่นฟ้ามุ่ย  ช้างกระ  เข็มแสด  เข็มแดง  ฯลฯ
2.   สวนผีเสื้อ  ภายในฟาร์มต่างๆ จะมีเรือนเพาะพันธุ์ผีเสื้อโดยคลุมด้วยมุ้ง  จัดตกแต่งด้วยพรรณไม้  และมี การสาธิตการเกิดของผีเสื้อตั้งแต่เป็นหนอน  ดักแด้  และตัวเต็มวัยที่กำลังออกจากดักแด้  ส่วนตัวเต็มวัย  จะมีที่ให้อาหารซึ่งเป็นเกลือแร่หรือน้ำหวานให้ผีเสื้อลองมาดูดกิน  เกาะอยู่เป็นกลุ่มๆ ดูละลานตา 

      จากสามแยกแม่ริม-สะเมิง 5 กม. จะมีฟาร์มกล้วยไม้และฟาร์มผีเสื้ออยู่ทางด้านซ้ายมือหลายแห่ง เช่น  สวนกล้วยไม้เมาท์เทนออร์คิด  สวนบัวแม่สาออร์คิด  แม่แรมออร์คิด ฯลฯ
    
สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ 

       มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 3,500ไร่ เป็นสถานที่อนุรักษ์และรวบรวมพรรณไม้เป็นหมวดหมู่ตามวงศ์สกุลต่างๆโดยจัดปลูกให้สอดคล้องกับธรรมชาติมากที่สุดมีรายชื่อที่ถูกต้องเพื่อการศึกษาวิจัยทางด้านพฤกษศาสตร์และสันทนาการ  ตลอดจนเป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจและสถานที่ศึกษาธรรมชาติด้านพืชและภูมิทัศน์  ตั้งอยู่ ต.แม่แรม อ.แม่ริม เขตอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ – ปุย   หากเดินทางมาจากอ.หางดง ระยะทางประมาณ 30 กม. ผ่านทางแยกเข้า อ.สะเมิงที่บ้านโป่งแยงแล้วขับรถขึ้นมาอีก 2 กม.  ก็จะถึงทางเข้าสวนสมเด็จฯ อยู่ทางด้านขวามือ  ถ้ามาจากตัวเมืองเชียงใหม่  ใช้ทางหลวงหมายเลข 1096  (สายแม่ริม-สะเมิง)  ประมาณ 12 กม. ก็จะเห็นสวนสมเด็จฯอยู่ทางด้านซ้ายมือ

โป่งเดือดป่าแป๋

      โป่งเดือดป่าแป๋  เป็นน้ำพุร้อนขนาดใหญ่ที่พุ่งขึ้นสูงมากแห่งหนึ่ง  อยู่ที่บ้านแม่แสะ อ. แม่แตง เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง  ใช้ทางหลวงหมายเลข 107 (เชียงใหม่-ฝาง)  แล้วเลี้ยวซ้ายตรงตลาดแม่มาลัย ไปตามทางหลวงหมายเลข 1095 (เชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน) แล้วเลี้ยวขวาตรงกม.42 เข้าไปตามถนน  เมื่อถึงหน่วยพิทักษ์ต้องเดินเท้าเข้าไปที่โป่งเดือดอีกประมาณ 500ม.  มีสิ่งที่น่าสนใจ  คือ

      น้ำพุ  น้ำพุจะขึ้นสูงประมาณ 5 ม. ทุกๆ 30 วินาที  จัดอยู่ในประเภทน้ำพุร้อนจัด  น้ำที่พุ่งขึ้นมาขังอยู่เป็นแอ่งเดือดมีอุณหภูมิที่ผิวดินประมาณ 99 ํ ซ. บริเวณโป่งเดือดยังมีบริการอาบน้ำแร่สำหรับ  นักท่องเที่ยวที่ชอบอาบน้ำแร่เพื่อสุขภาพด้วย  โป่งเดือดยังไม่มีบริการด้านที่พัก  แต่ถ้าประสงค์จะค้างคืนก็มีจุดให้กางเต็นท์

อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง    มีสิ่งที่น่าสนใจ

1.   จุดชมวิวดอยกิ่วลม  ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของศูนย์บริการนักท่องเที่ยว  ยามเช้าสามารถชมพระอาทิตย์ขึ้น  ในฤดูหนาวจะมองเห็นยอดดอยหลวงเชียงดาวอยู่ท่ามกลางทะเลหมอกสีขาว  สามารถเดินทางมาเที่ยวชมได้ทุกฤดูกาล
2.   จุดชมวิวดอยช้าง  อยู่ทางด้านเหนือของห้วยน้ำดัง  เป็นจุดที่สามารถชมธรรมชาติของเทือกเขาอันสลับซับซ้อนและทะเลหมอกยามเช้าได้เช่นเดียวกับจุดชมวิวดอยกิ่วลม  โดยจะต้องเดินทางไปอีกประมาณ 20 กม. เป็นทางลูกรัง ไม่เหมาะจะเดินทางในฤดูฝน 
3.   ห้วยน้ำรูและดอยสามหมื่น  ทั้งสองจุดนี้อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง    เหมาะกับนักท่องเที่ยวผู้ชื่นชอบการเดินป่า   เพราะหนทางทุรกันดารอีกทั้งอาหารการกินไม่มีบริการ  ต้องหอบหิ้วเอาขึ้นไปเอง  (จากที่ทำการอุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง  วิ่งไปทางดอยสามหมื่นและห้วยน้ำรูนั้นอยู่ลึกเข้าไปอีก   ประมาณ 30 กม. เป็นถนนลูกรัง  ถ้าเป็นไปได้ควรใช้รถที่มีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ)

      ห้วยน้ำรูเป็นธารน้ำสายเล็กๆ อยู่ท่ามกลางแมกไม้เขียวขจีที่ร่มรื่นบนดอยสามหมื่น  มีตาน้ำ เล็กๆไหลออกมา  ช่วยทำให้ต้นไม้รอบบริเวณนั้นเขียวสดตลอดทั้งปี  ส่วนดอยสามหมื่นเป็นชื่อของ  แนวเขาทั้งดอยรวมเรียกว่า “ดอยสามหมื่น” เป็นดอยหนึ่งในเทือกเขาถนนธงชัย  ที่ดอยสามหมื่นนี้เป็นจุดชมวิวที่งดงามอีกแห่งหนึ่ง  ยามเช้าฤดูกาลที่เหมาะสม  สามารถมองเห็นดอยหลวงเชียงดาวที่ตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางทะเลหมอกสีขาวได้

ศูนย์ฝึกช้างเชียงดาว

      เป็นปางช้างขนาดใหญ่  ควรมาเที่ยวชมให้ตรงกับรอบเวลาในการแสดงของช้าง  เปิดการแสดงเวลา  09.00 – 10.00 น.  และ 10.00 – 11.00น.  ค่าบัตรเข้าชม   ผู้ใหญ่ 60 บาท   เด็ก 30 บาท   ทัวร์ขี่ช้าง  นั่งเกวียน  ล่องแพ  นับเป็นกิจกรรมการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ที่ได้รับความนิยมอย่างสูง  เพราะสะดวกสบายและสนุกสนานกับการได้ชมทิวทัศน์บนหลังช้าง  นั่งเกวียนเทียมวัวแบบโบราณ  แล้วล่องแพในแม่น้ำใช้เวลา 4-5 ชั่วโมง  กิจกรรมนี้ส่วนใหญ่จะขายเป็นแพกเก็จ ราคาใกล้เคียงกัน มีบริการอยู่ในหลายพื้นที่ เช่นปางช้างแม่สาและท่าแพแม่ตะมานโทร. (053)29-7060 ศูนย์ฝึกช้างเชียงดาว (053)29-8553, 86-2037  ตั้งอยู่บริเวณ กม. 56 ของถนนสายเชียงใหม่-ฝาง  ริมฝั่งแม่น้ำปิง

1.   การแสดงของช้าง  จัดแสดงทุกวัน วันละ 2 รอบ  เช่นการแสดงชักลากไม้  ลากซุงออกมาจากป่า  อาบน้ำช้าง  ฯลฯ มีการขี่ช้างในบริเวณรอบๆ ศูนย์ฝึก ชม.ละ 200บาท / คนและล่องแพบนลำน้ำแม่ปิงราคา 500 บาท
2  ร้านขายของที่ระลึก  ในศูนย์ฝึกช้างจะมีชาวเขาเผ่าม้งนำสินค้ามาขาย  เช่น เครื่องประดับ  เสื้อผ้า  งานหัตถกรรม เป็นต้น

ถ้ำเชียงดาว

      เป็นถ้ำขนาดใหญ่ที่มีหินงอกหินย้อยที่สวยงาม  อยู่ภายในวัดถ้ำเชียงดาว อยู่ใน ต.บ้านถ้ำ อ.เชียงดาว  การเดินทางใช้เส้นทางเดียวกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดอยเชียงดาว
ภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อยที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติบางแห่งเป็นซอกเป็นหลืบ  เมื่อฉายไฟจะมีประกายระยิบระยับ  สามารถจินตนาการเป็นรูปต่างๆ ได้มากมาย  เช่น  รูปม้า ไก่ฟ้า  ม่าน  เป็นช่อชั้นสวยงามน่าชม  สำหรับเส้นทางการเดินชมถ้ำมีหลายเส้นดังต่อไปนี้
-   เส้นทางแรก  คือ  ถ้ำพระนอน  เส้นทางนี้ยาว 360 ม. มีไฟฟ้าตลอดเส้นทาง  นักท่องเที่ยวต้องเสียค่าบำรุงคนละ 5 บาท
-   เส้นทางที่ 2 คือ ถ้ำแก้ว  ถ้ำน้ำ ยาว 734 ม.
-   เส้นทางที่ 3 คือถ้ำมืด  ถ้ำม้า ยาว 735 ม.  สองเส้นทางหลังนี้ไม่มีไฟฟ้า  ถ้าต้องการเดินชมจะมีคนนำทางและตะเกียงให้ ราคา 60 บาท ต่อคณะ  (ไม่เกิน 8 คน)

ล่องแพแม่น้ำกก (ท่าตอน)

     ท่าตอนเป็นชายแดนติดกับพม่า  โดยมีแม่น้ำกกเป็นแนวพรมแดนในอดีตถือว่าเป็นจุดสิ้นสุดของทางหลวง  หากจะเดินทางต่อไปยังจังหวัดเชียงรายต้องนั่งเรือหางยาวไป  แม้ปัจจุบันถนนหนทางดีขึ้นการคมนาคมทางบกสะดวกและรวดเร็วมากขึ้น  แต่นักท่องเที่ยวก็ยังนิยมนั่งเรือล่องแม่น้ำกกไปเชียงรายอยู่ตลอด  และยังมีบริการล่องแก่งด้วยไม้ไผ่และแพยนต์  อาจแวะที่หมู่บ้านกะเหรี่ยงรวมมิตรซึ่งมีบริการนั่งช้าง  และไปพักแรมที่บ้านกกน้อยได้  ท่าตอนเป็นหมู่บ้านหนึ่งในเขต อ. แม่อาย  อยู่ถัดขึ้นไปจาก  อ. ฝาง  ประมาณ 24 กม. มีแม่น้ำกกไหลผ่าน  เมื่อถึงทางแยกก่อนเข้า อ. ฝางให้เลี้ยวซ้ายเข้าทางเลี่ยงเมือง  เพราะจะช่วยร่นระยะเวลาในการเดินทาง  แล้วเลี้ยวซ้ายอีกครั้งเข้าทางหลวงหมายเลข 1089  เมื่อถึงทางแยก (เลี้ยวขวาเข้า อ. ฝาง)
      กิจกรรมที่ขอแนะนำคือ  การล่องแพและล่องเรือชมทิวทัศน์สองฝั่งของแม่น้ำกก  โดยเฉพาะหน้าหนาวจะเห็นไอหมอกปกคลุมป่าสองข้างทางงดงามมาก
      -   ล่องแพ  นักท่องเที่ยวต้องติดต่อบริษัททัวร์ล่วงหน้า   สำหรับรายละเอียดล่องแพมีดังนี้    ล่องแพยนต์  ใช้เวลาประมาณ 1 วัน  ราคา  5,500 บาท / 10คน  และ  ล่องแพไม้ไผ่  ใช้เวลาประมาณ 2 วัน 1 คืน  ค้างที่บ้านกกน้อย ราคา 4,500 บาท / 7 คน
      โดยมากนักท่องเที่ยวนิยมนั่งแพจากท่าตอน-ผาใต้  ใช้เวลาประมาณ 4 ชม. ราคา 2,500 บาท / 7 คน แล้วให้รถไปรับเพื่อเดินทางไปเที่ยวที่อื่นต่อไป 
      -   ล่องเรือ  สำหรับเรือโดยสารจากท่าตอน-เชียงราย  เป็นเรือหางยาวนั่งได้ 12 คน  มีเพียงเที่ยวเดียวเท่านั้น  ออกจากท่าตอนเวลา 12.30 น. ถึงเชียงรายเวลา 16.30 น. ค่าโดยสาร 200 บาท / คน 
      ถ้าเหมาเรือไป  สามารถออกเรือได้ตลอดเวลาตั้งแต่ 08.00 – 15.00 น. ติดต่อได้ที่ชมรมเรือท่าตอน  โทร. (053)45-9427

น้ำพุร้อนสันกำแพง    มีสิ่งน่าสนใจ

      น้ำพุร้อนและบ่อน้ำร้อน  มีน้ำพุร้อนสูงนับ 10 ม. เปิดอยู่ 2 บ่อ และมีบ่อน้ำร้อนสำหรับต้มไข่ 1 บ่อ  โดยมีการจัดภูมิทัศน์ปลูกดอกไม้ ต้นไม้อย่างสวยงาม  นอกจากนี้ยังมีบริการอาบน้ำแร่  น้ำพุร้อนสันกำแพง  อยู่ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ประมาณ 43 กม. เมื่อถึงสามแยกสันกำแพง  เลี้ยวเข้าแยกทางซ้ายไปประมาณ 10 กม. ถึงสี่แยกเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 1317 ไปอีกประมาณ 8 กม. ผ่าบ้านออนหลวย รร. บ้านสหกรณ์2 แล้วเลี้ยวซ้ายตามป้ายบอกทางเข้าไปอีกประมาณ 3 กม.  เส้นทางลาดยางตลอดสาย
      ค่าเข้าชม  เด็ก 5 บาท  ผู้ใหญ่ 10 บาท   มีบ้านพัก 7 หลัง ราคา 600-800 บาท   สำนักงานธุรกิจน้ำพุร้อนสันกำแพง หมู่ที่ 7 ต.บ้านสหกรณ์  กิ่ง อ. แม่ออน  จ.เชียงใหม่  50130 โทร. (053) 92-9077

pic_no_1096_7.gif3.   เที่ยวงานประเพณีของจังหวัดเชียงใหม่

ประเพณีทานหลัวหิงไฟพระเจ้า

      ชาวเหนือเชื่อว่าพระพุทธรูปหรือพระเจ้านั้นมีชีวิตเหมือนคนทั่วไป  เวลาหล่อพระพุทธรูปเสร็จแล้วจึงต้องสร้างหัวใจพระเจ้าซึ่งทำจากเงินหรือทองบรรจุไว้ด้วย  พร้อมกันนั้นยังมีอัฐบริขารต่างๆ เช่น รองเท้า พัด อาสนะ หรือที่นอนให้  เมื่อเปลี่ยนฤดูกาลก็มีการเปลี่ยนเครื่องทรง  เพราะพระเจ้าก็รู้ร้อนรู้หนาวเช่นเดียวกับคน  ชาวเหนือจึงเลือกวันที่หนาวที่สุดร่วมกันจุดไฟกองใหญ่เพื่อผิงให้พระเจ้าได้อบอุ่น  ประเพณีนี้เคยทำกันในทุกพื้นที่ของภาคเหนือตอนบนแต่ปัจจุบันเหลือเพียงไม่กี่แห่ง เช่น อ. แม่แจ่ม
      วันที่จัดงาน  จัดในวันสี่เป็ง  หรือวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 4 เหนือ  ประมาณขึ้น 15 ค่ำเดือน 2 ภาคกลาง ซึ่งตกประมาณเดือน ม.ค.

ประเพณีสงกรานต์

      เป็นประเพณีสำคัญของชาวเหนือ  เนื่องจากเป็นช่วงเปลี่ยนศักราชใหม่และไปรดน้ำดำหัวผู้หลักผู้ใหญ่ เพื่อแสดงความกตัญญู คนเมืองเรียกประเพณีนี้ว่า “ป๋าเวณีปีใหม่”  ชุมชนล้านนาถือเป็นช่วงรื่นเริงของปี
      ภายใน อ. เมืองหน่วยงานราชการจัดขบวนแห่นางสงกรานต์ไปตาม ถ. ท่าแพ  นักท่องเที่ยวทั่วไปมักจะไปเล่นน้ำกันรอบคูเมืองและตามถนนทั่วไป  โดยเฉพาะแถบ  ถ. ช้างคลาน  และ ถ. ท่าแพ ที่บริเวณประตูท่าแพมีขบวนแห่รดน้ำดำหัว “ พ่อเมือง ”  หรือผู้ว่าราชการจังหวัด  ที่จวนริมแม่น้ำปิง  ตรงหัว ถ. ท่าแพ เชิงสะพานนวรัฐ   เชียงใหม่เริ่มเล่นน้ำกันตั้งแต่ประมาณวันที่ 10 เป็นต้นไป  บางทีเล่นนานกันนับสัปดาห์  หรือถึง 10 วัน  ตั้งแต่เช้าจรดเย็น  แต่ช่วงที่เล่นสาดน้ำกันมากที่สุดอยู่ในช่วงวันที่ 12-15 เม.ย. ของทุกปี  วันที่จัดงาน  ระหว่าวันที่ 13-15 เม.ย. ของทุกปี

ประเพณีเข้าอินทขิล

      วันเข้าอินทขิลมีการแห่พระเจ้าฝนแสนห่าหรือพระพุทธรูปคันธารราษฎร์  ไปรอบตัวเวียงเพื่อให้ประชาชนได้สรงน้ำและใส่ขันดอกก่อนนำมาประดิษฐานที่วัดเจดีย์หลวง  จากนั้นจึงมีพิธีภายในวิหารอินทขิล  พระสงฆ์เก้ารูปทำพิธีเจริญพระพุทธมนต์บูชาเสาอินทขิลซึ่งฝังอยู่ใต้ดินภายในบุษบกที่ประดิษฐานองค์พระพุทธรูป  ระหว่างนี้ห้ามมิให้ผู้หญิงเข้าไปในวิหารอินทขิล  เมื่อเสร็จพิธีจะมีมหรสพสมโภชตลอดช่วงของการเข้าอินทขิล
      วันที่จัดงาน  ปลายเดือน 8 ต่อเดือน 9 (เดือน 6-7 ภาคกลาง คือเดือน พ.ค. ต่อเดือน มิ.ย.)โดยวันแรม 13 ค่ำ เดือน 8 เรียกว่า  วันเข้าอินทขิล  และวันขึ้น 4 ค่ำ เดือน 9 เรียกว่า  วันออกอินทขิล  ชาวเชียงใหม่จึงเรียกระยะเวลาดังกล่าวว่า เดือน 8 เข้า เดือน 9 ออก

ประเพณีสรงน้ำพระเจ้าจอมทอง

      จัดให้มีขึ้นทุกปีภายในวัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร อ. จอมทอง ตามตำนานกล่าวว่าพุทธสถานแห่งนี้เป็นวัดที่ประดิษฐานพระทักษิณโมลีธาตุ  หรือพระธาตุส่วนเศียรเบื้องขวาขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า  การประดิษฐานนี้มิได้เป็นการถาวร  คือสามารถเชิญพระบรมสารีริกธาตุออกมาให้ประชาชนได้สักการะอย่างใกล้ชิด  จึงทำให้เกิดประเพณีสมโภชพระบรมสารีริกธาตุเข้า-ออกพรรษา ปีละสองครั้ง  นับเป็นศาสนพิธีสำคัญประจำปีของวัดและแสดงถึงความศรัทธาของประชาชนทั้งใกล้และไกล
      วันที่จัดงาน  วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 9 เหนือ  (วันขึ้น 15 ค่ำ เดืน 7 ภาคกลาง หรือประมาณเดือน มิ.ย.)

พิธีเลี้ยงผีปู่แสะย่าแสะ

      ผีปู่แสะย่าแสะเป็นที่นับถือของชาวเชียงใหม่มาแต่อดีต  ตามตำนานเล่าว่าเป็นผีบรรพบุรุษของลัวะเจ้าของถิ่นเดิมมีหน้าที่ดูแลรักษาเมืองเชียงใหม่  กษัตริย์  ขุนนาง และชาวบ้านต้องร่วมกันทำพิธีฆ่าควายเพื่อเซ่นสังเวยเลี้ยงผีปู่แสะย่าแสะเป็นประจำทุกปีบริเวณชายป่าเชิงดอยคำ  ด้านตะวันออกของ ต. แม่เหียะ  โดยมีชาวบ้านเชิงดอยสุเทพและ ต. แม่เหียะเป็นผู้กระทำพิธี  ปัจจุบันพิธีกรรมการเลี้ยงผีถูกปรับเปลี่ยนไป  โดยเฉพาะการทรงที่ให้ความสำคัญแก่ผีปู่แสะย่าแสะ  ก็กลายเป็นการเชิญเจ้าองค์ใดก็ได้  และมีการขอบริจาคเงินเพื่อบูชาครูแลกคำทำนายหรือเพื่อผูกข้อมือให้พรเป็นสิริมงคล
      วันที่จัดงาน  วันขึ้น 14 ค่ำ เดือน 9 เหนือ (ประมาณเดือนมิ.ย. หรือเดือน 7 ของภาคกลาง)

ประเพณียี่เป็ง

      เดิมประเพณีนี้มีขึ้นเพื่อเป็นการปลดปล่อยความทุกข์โศกและสิ่งไม่ดีต่างๆ ไปกับโคมลอยและกระทงที่เรียกว่า  “ ลอยโขมด ” ปัจจุบันประเพณียี่เป็งของเชียงใหม่จัดเป็นงานเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว  มีการจัดประกวดกระทง  โคมไฟ และขบวนแห่กระทงใหญ่มีขบวนแห่ไปตาม ถ. ท่าแพ  นักท่องเที่ยวสามารถร่วมเข้าชมและลอยกระทงได้ริมแม่น้ำปิง  ตั้งแต่หน้าเทศบาลนครเชียงใหม่เลียบแม่น้ำไปทางสะพานนครพิงค์จนถึงสะพานนวรัฐ  ถ้าอยากเห็นประเพณีแบบดั้งเดิมควรไปทางอำเภอรอบนอก เช่น อ. สารภี อ.ดอยสะเก็ด
      วันที่จัดงาน   วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 2 เหนือ ประมาณเดือน พ.ย. ของทุกปี  ตรงกับวันลอยกระทง

งานแกะสลักบ้านถวาย

      หมู่บ้านถวาย อ. หางดง  มีชื่อเสียงในการแกะสลักไม้มาเป็นเวลานานจึงได้จัดงานขึ้นเพื่อส่งเสริมการขายสินค้าพื้นบ้าน  และส่งเสริมการท่องเที่ยวสู่ท้องถิ่น  ภายในงานมีขบวนแห่ที่ตกแต่งด้วยไม้แกะสลัก  การจำหน่ายสินค้า  นักท่องเที่ยวสามารถไปเลือกซื้อสินค้าและชมการแสดงต่างๆได้
      วันที่จัดงาน  ประมาณปลายเดือน ม.ค. ของทุกปี

งานมหกรรมไม้ดอกไม้ประดับ

      เป็นช่วงที่เชียงใหม่มีอากาศหนาว  ดอกไม้บานสะพรั่งไปทั่วเมือง  จึงมีการจัดงานมหกรรมไม้ดอกไม้ประดับขึ้น  ภายในงานมีการประกวดสวนหย่อมและพันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับต่างๆ ประกวดขบวนแห่รถบุปผชาติจากสถานีรถไฟ  ผ่านสะพานนวรัฐไปสวนสาธารณะสวนบวกหาดอันเป็นสถานที่จัดงาน  และยังมีร้านค้าจากแม่บ้านเกษตรกรอำเภอต่างๆ  การประกวดนางงามบุปผชาติ  วันที่จัดงาน  ประมาณเดือน ก.พ.ของทุกปี

งานร่มบ่อสร้าง

      บ่อสร้างเป็นหมู่บ้านที่มีงานหัตถกรรมหลากหลาย  ที่มีชื่อเสียงโดดเด่นไปทั่วประเทศคือการทำร่ม  ทุกปีจึงมีการจัดเป็นเทศกาลร่มขึ้น  เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ชมกิจกรรมต่างๆ  บริเวณศูนย์หัตถกรรมร่มบ่อสร้าง  ภายในงานจัดให้มีการแสดงต่างๆมากมาย เช่นการแสดงการทำร่มด้วยวัสดุต่างๆ   การแสดงการฟ้อนรำในรูปแบบของล้านนา  มีขบวนแห่ประเพณีพื้นบ้าน  และจัดให้มีการประกวด  รวมไปถึงการออกร้านขายสินค้ามากมายหลายชนิด  วันที่จัดงาน  ประมาณเดือน มี.ค. ของทุกปี

งามมหกรรมศิลปวัฒนธรรมล้านนา

      เนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย (2เม.ย.)  ซึ่งตรงกับวันเฉลิมพระชนมพรรษาของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี หน่วยงานใน จ. เชียงใหม่  จึงร่วมกันจัดมหกรรมศิลปวัฒนธรรมเชียงใหม่ขึ้นเป็นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2540 เป็นต้นมามีการจัดกิจกรรมอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมล้านนา  มีการสาธิตงานหัตถกรรมที่มาจากภูมิปัญญาชาวบ้าน เช่น การสานกระบุงตะกร้า  การย้อมผ้า  การทอผ้า  ฯลฯ  งานพิธีกรรมต่างๆ เช่น การสืบชะตาเมือง ฯลฯ  การแสดงดนตรีกลางแจ้ง  การแข่งขันตีกลองสะบัดชัย  และจัดการท่องเที่ยววัฒนธรรมสัญจร  วันที่จัดงาน  ประมาณต้นเดือน เม.ย. ของทุกปี

งานมหกรรมอาหารเชียงใหม่

       ชมรมภัตตาคารและร้านอาหารเชียงใหม่  ร่วมกับ ททท. เพื่อเป็นการเผยแพร่ชื่อเสียงร้านอาหารต่างๆ ให้เป็นที่รู้จักของประชาชนจัดขึ้นบริเวณกาดเชิงดอย ถ. คลองชลประทาน  ใกล้ๆมหาวิทยาลัย เชียงใหม่  ภายในงานมีการออกร้านขายอาหาร  การสาธิตและประกวดการประกอบอาหาร  รวมถึงการแสดงทางวัฒนธรรมต่างๆ เช่น  ฟ้อนเล็บ  วงสะล้อ-ซึง ฯลฯ  วันที่จัดงาน  ประมาณเดือน ธ.ค. ของทุกปี

..........................................................................................                    

 


 

10 มีนาคม 2547
เวลา 18:19 น. [A-532]

เชิญแสดงความเห็นในประเด็นนี้ | อ่านบทความครั้งก่อน

bookmarkความเห็นของผู้อ่าน...   

[C-1204] ความเห็นของ: เด็กญี่ปุ่น ลพบุรี
เมื่อวันที่ : 24 ก.พ. 2549, 09:33 น.

อยากไปจังเลยเพราะว่าคนเชียงใหม่หล่อ [:star:

[C-713] ความเห็นของ: aaaaa
เมื่อวันที่ : 23 ก.ย. 2548, 19:12 น.

fsdfad sdfdsf fsdfsdfsad sdfsdfdsaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaa

[C-434] ความเห็นของ: oishi9
เมื่อวันที่ : 30 ธ.ค. 2547, 17:07 น.

เราก็เด็กใต้ แต่ใจรักชอบเที่ยวทางภาคเหนือ ทิวทัศน์ของธรรมชาติ ดอกไม้งาม ผีเสื้อและนกสวย ๆ หลายชนิด ดอยหมอกแสนสวยน่าประทับใจเพราะไม่มีภัยจาก สึนามิ ไง น่าเศร้า ปีนี้จองทัวร์เที่ยวภาคเหนือไม่ทัน อดไปแล้วสิเรา เพื่อนเราก็กำลังขวัญเสียกับเหตุการณ์น่าสลดภาคใต้ เราก็เสียใจไม่น้อยเหมือนกัน แต่ตลอดปีต้องทำงานหนัก ก็อยากจะไปพักผ่อนสมองคลายเครียดบ้าง ก็จะแว็บทัวร์ อาจทันช่วงหลังปีใหม่ก็ยังดี ลางานไปเลยสักอาทิตย์คงดีกว่าไม่ไปเลย

[C-213] ความเห็นของ: คนใต้ชอบเที่ยว
เมื่อวันที่ : 25 มิ.ย. 2547, 13:11 น.

ภาคเหนือที่น่าเที่ยวจังเลยนะคะมีทั้งธรรมชาติและวัฒนธรรมที่มีคุณค่าแล้วค่าใช้จ่าย พวกค่าที่พัก อาหาร ก็ยังถูกอีกเมื่อเทียบกับเที่ยวทะเลทางใต้

f o r   m u m   a n d   m e
contact us : webmaster@formumandme.com