formumandme.com  
   ความลับของผิวสุขภาพดี  

pic_no_1195_q2.jpgความลับของผิวสุขภาพดี

      ผิวที่มีสุขภาพดี คือ ผิวที่เต็มไปด้วยพลังงานและความเปล่งประกาย  เมื่อระบบทำงานของผิวเป็นไปอย่างถูกต้อง  ผิวจะเนียนนุ่ม  ชุ่มชื่น  มีความยืดหยุ่น  และมีเลือดฝาด  ซึ่งหมายถึงระบบการไหลเวียนของโลหิตที่เป็นปกติ  ผิวจะสามารถบอกได้ว่าร่างกายของเราทำงานอย่างไร  ในขณะนั้นหากระบบป้องกันอนุมูลอิสระและการผลิตฮอร์โมนมีความสมดุล  ต่อมไขมันและต่อมเหงื่อไม่อุดตัน  และเติมความชุ่มชื่นให้ผิวได้แบบพอดีๆ อีกทั้งผิวดูสดใส  มีชีวิตชีวา  ไม่หยาบกร้านเพราะระบบการผลัดเซลล์ผิวที่เป็นไปอย่างสม่ำเสมอนั้น  ก็หมายถึงว่า  ระบบการทำงานของร่างกายขณะนั้นเป็นปกติและทำงานอย่างมีประสิทธิภาพแต่หากเมื่อใดที่รู้สึกว่าผิวเสีย  หยาบกร้าน  มีสิวขึ้น  ผิวมัน  หรือแห้งผิดปกติ  ก็แปลว่าร่างกายกำลังมีปัญหานั่นเอง

      เราสามารถดูแลทั้งสุขภาพผิวและสุขภาพกายให้ดีได้พร้อมๆ กันด้วยการควบคุมความเครียด  กินอาหารที่ถูกต้องและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ  เมื่อร่างกายต้องเผชิญความเครียด  ระบบไหลเวียนโลหิตจะเร่งการสูบฉีดเลือดไปยังหัวใจ  ตับ  และไตมากขึ้นโดยอัตโนมัติ  ซึ่งกระบวนการนี้จะไปขโมยเลือดที่ไปหล่อเลี้ยงเซลล์ผิวตามปกติออกไปอันเป็นสาเหตุให้ผิวขาดชีวิตชีวา 

       นอกจากนี้ความเครียดยังสามารถทำลายระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย โดยทำให้ผิวเกิดอาการแพ้และติดเชื้อโดยเฉพาะเชื้อไวรัสได้ง่าย  ดังนั้นเพื่อเป็นการคืนสมดุลให้ผิว  และป้องกันผิวจากการเจ็บป่วยต่างๆ  เราจึงต้องควบคุมและขจัดความเครียดให้ได้อาจจะด้วยวิธีการออกกำลัง  นั่งสมาธิ  หรือด้วยวิธีง่ายๆอย่างการใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวซึ่งมีส่วนผสมที่ช่วยให้ผ่อนคลายและฟื้นฟูความกระปรี้กระเปร่า

ผิวสวยอย่างเป็นธรรมชาติ

1.   ไม่ควรใช้สบู่ที่มีสารฆ่าเชื้อแบคทีเรียหรือสารระงับกลิ่นกาย  เพราะสารดังกล่าวจะไปทำลายระบบสมดุลผิว  ทำให้ผิวแห้งกร้านนอกจากนี้การใช้สบู่ฆ่าเชื้อติดต่อกันเป็นเวลานานจะทำให้ร่างกายติดเชื้อแบคทีเรียชนิดดื้อยาและร้ายแรงกว่าเดิมได้

2.   ทำความสะอาดผิวหน้าและผิวกายด้วยเคลนเซอร์ชนิดอ่อนโยนและน้ำอุ่น  น้ำที่มีอุณหภูมิสูงเกินไป ( คือเกิน 37 องศาเซลเซียส )  จะทำให้ต่อมไขมันใต้ผิวเสียสมดุล

3.   เมื่อใช้ผลิตภัณฑ์แต่งผม  ระวังอย่าให้โดนผิวหน้า  หรืออย่างน้อยเมื่อเกิดการสัมผัสกับผิวก็ต้องล้างออกด้วยน้ำสะอาดเพื่อป้องกันรูขุมขนอุดตันและสิวที่อาจเกิดขึ้นได้

4.   ล้างเครื่องสำอางออกจากใบหน้าให้หมดจดทุกครั้งก่อนเข้านอน

5.   เมื่อมีสิวให้ใช้น้ำมันทีทรีแต้มบริเวณที่เป็น ทิ้งไว้จนน้ำมันแห้งโดยไม่ต้องล้างออก  น้ำมันทีทรีจะช่วยระงับเชื้อแบคทีเรียบริเวณที่เป็นสิวและช่วยให้สิวแห้งได้

6.   งดบุหรี่หรือหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีควันบุหรี่  เพราะนอกจากสารทาร์จากบุหรี่จะไปเกาะตามเส้นเลือดทำให้เลือดไหลเวียนไม่สะดวกแล้ว  อนุมูลอิสระชนิดร้ายกาจจากบุหรี่จะเข้าไปทำลายโครงสร้างของผิวจนผิวเสียหายอีกด้วย

7.   เติมความชุ่มชื่นให้ผิวทุกวันด้วยน้ำและมอยส์เจอไรเซอร์การดื่มน้ำสะอาดทุกวันจะเป็นการพาออกซิเจนเข้าสู่กระแสเลือดทั่วร่างกาย  เป็นการเติมความชุ่มชื่นให้กับเซลล์ภายในส่วนการทามอยส์เจอไรเซอร์ก็จะป้องกันไม่ให้ความชุ่มชื่นบนชั้นผิวภายนอกต้องสูญเสียไป

8.   ปกป้องผิวด้วยครีมกันแดด  โดยเลือกครีมกันแดดที่มีส่วนผสมของสารกันแดดจากธรรมชาติ  หรือสารกันแดดแบบอินทรีย์  อันได้แก่ ไทเทเนียมไดออกไซค์   และซิงก์ออกไซค์  เพื่อป้องกันอาการแพ้จากสารกันแดดชนิดเคมี

9.   ควรทามอยส์เจอไรเซอร์ในขณะที่ผิวยังหมาดๆอยู่เพราะจะซึมซาบได้ดีขึ้น  และไม่ควรทามากเกินความจำเป็นเพราะอาจไปอุดตันรูขุมขนได้  เพราะผิวบริเวณนี้สามารถเกิดริ้วรอยและอาการหย่อนคล้อยได้ไม่แพ้ใบหน้า

10.  นวดผิวกายด้วยน้ำมันนวดที่มีกลิ่นบำบัด  หรือน้ำมันนวดที่ผสมน้ำมันหอมระเหยบ้าง  เพื่อเป็นการผ่อนคลายกล้ามเนื้อและให้กลิ่นหอมช่วยผ่อนคลายจิตใจ

11.  ดื่มชาเขียวหรือไวน์แดงเพื่อช่วยเติมแอนตี้ออกซิแดนต์ให้ผิว  เพราะในชาเขียวมีวิตามินซี  วิตามินอี  และสารโพลีฟีนอลในปริมาณสูง  ส่วนไวน์แดงจะมีสารโพรไซอะนาดินที่ได้จากองุ่น  ซึ่งสามารถช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระอย่างมีประสิทธิภาพเช่นกัน

ผมสวยด้วยธรรมชาติ

      การดูแลเส้นผมก็ไม่ต่างจากการดูแลผิว  สุขภาพของเส้นผมนั้นสามารถบ่งบอกถึงสุขภาพโดยรวมของร่างกายได้การดูแลเส้นผมด้วยผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ  รวมทั้งการกินอาหารที่ถูกต้องจะทำให้เส้นผมสวย  เงางาม  มีสุขภาพดีอย่างเห็นได้ชัด

1.   เส้นผมประกอบไปด้วยเคราตินซึ่งเป็นสารประกอบรูปหนึ่งของโปรตีนในปริมาณถึงร้อยละ 97 ส่วนอีกร้อยละ 3 คือความชุ่มชื่นจากน้ำและมอยส์เจอไรเซอร์  ดังนั้นควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมที่ประกอบด้วยโปรตีนเพื่อบำรุงและซ่อมแซมผม  และแพนทีนอลหรือวิตามินบี 5 เพื่อเติมความชุ่มชื่นให้ผม

2.   อาหารที่จำเป็นต่อการบำรุงเส้นผมคืออาหารที่อุดมไปด้วยซิลิคอน  เป็นพริกอ่อนสีเขียวและแดง  มันฝรั่ง  ถั่วและสาหร่ายทะเล  ซึ่งสาหร่ายนี้หากเป็นส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมด้วยก็จะยิ่งช่วยเติมแร่ธาตุที่จำเป็นในการบำรุงเส้นผมได้

3.   หากมีปัญหาเรื่องรังแคหรือหนังศีรษะแห้งให้นวดหนังศีรษะด้วยน้ำมันมะกอก  ส่วนรังแคนั้นให้ใช้น้ำที่ได้จากการต้มขิงผสมกับน้ำมันมะกอกแล้วนวดลงไปบนหนังศีรษะ  ทิ้งไว้ประมาณ 2 ชั่วโมงจึงค่อยล้างออก

4.   สำหรับผมที่ผ่านการทำสีหรือไฮไลต์  คาโมมายล์จะช่วยเติมความเงางามให้กับสีได้  โดยใช้ชาคาโมมายล์ผสมลงในน้ำเพื่อใช้ล้างเส้นผมเป็นขั้นตอยสุดท้ายหลังจากการสระผม  น้ำมันหอมระเยจากโรสแมรี่จะให้ผลในทางกลับกันกับคาโมมายล์  โดยจะช่วยให้ผมดำหรือผมสีเข้มดูเงางามขึ้น  และยังช่วยให้ผมไม่พันกันอีกด้วย  ลองผสมน้ำมันโรสแมรี่ 3-5 หยดต่อน้ำ 2 ถ้วย ใช้ล้างเส้นผมหลังการสระ  หรือหากจะใช้ชาโรสแมรี่แทนก็ย่อมได้  โดยใช้ปริมาณ 1 ช้อนโต๊ะ ผสมกับน้ำ 1 ถ้วยเพื่อล้างผมเช่นกัน

สารอาหารจำเป็นสำหรับผิว

1.   แคลเซียม  จากผลิตภัณฑ์นม  ถั่ว  บร็อกโคลี่ และดอกกะหล่ำ
2.   กรดไขมันที่จำเป็น  เช่น กรดไขมันโอเมก้า 3 จากปลา และกรดไลโนเลอิกจากน้ำมันถั่วเหลือง เป็นต้น
3.   กรดโฟลิก  จากผักใบเขียวต่างๆ ถั่ว  จมูกข้าวสาลีและยีสต์
4.   ธาตุเหล็ก  จากแอปริคอต  ข้าวกล้อง  ข้าวโอ๊ต  ซีเรียล  เนื้อสัตว์  ตับ  และขนมปังโฮลวีต
5.   แมกนีเซียม  พบในอะโวคาโด  ผักต่างๆ ปลา  ถั่ว  งา  เมล็ดฟักทอง  และผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลืองอย่างเต้าหู้
6.   โปรตีน  ในนม  เนื้อสัตว์  ถั่ว  และพืชที่เป็นฝัก
7.   ซีลีเนียม  ได้จากถั่ว  ยีสต์  กระเทียม  หัวหอม  ตับ  กุ้ง  หอย  และข้าวสาลี
8.   วิตามินเอ  ในผักและผลไม้สีเหลืองอย่างแครอทและฟักทอง  ผักใบเขียว  บร็อกโคลี่  ไข่  ชีส และตับ
9.   วิตามินบีคอมเพล็กซ์  พบในอะโวคาโด  น้ำตาลอ้อย  ยีสต์  ไก่  ปลา  ผักคะน้า  ตับ  มันฝรั่ง  ถั่วเหลือง  และธัญพืช
10.  วิตามินบี 12  ในเนื้อไก่  ไข่  คอตเทจชีส  ปลาทูน่า  และโยเกิร์ต
11.  วิตามินซี  จากบร็อกโคลี่  ส้ม  มะนาว  กีวี  พริกอ่อน  มันฝรั่ง  สตรอว์เบอร์รี่ และแตงโม
12.  วิตามินอี  ได้จากอะโวคาโด  น้ำมันจมูกข้าวสาลี  ไข่  ผักใบเขียว  ปลสแซลมอนและปลาแม็กเคอเรล
13.  ซิงก์หรือสังกะสี  จากแอสพารากัส  ไข่  ล็อบสเตอร์  เห็ด  หอยแมลงภู่  หอยนางรม  เมล็ดฟักทอง  ถั่ว  และหัวไช้เท้า

.............................................................................................................................................

ขอขอบคุณบทความจากนิตยสาร  ELLE  THAILAND          

25 พฤษภาคม 2547
เวลา 18:46 น. [A-610]

เชิญแสดงความเห็นในประเด็นนี้ | อ่านบทความครั้งก่อน

bookmarkความเห็นของผู้อ่าน...   

[C-3360] ความเห็นของ: unguy
เมื่อวันที่ : 15 มิ.ย. 2553, 10:15 น.

มีสาระดีมากค่ะ ขอชม

f o r   m u m   a n d   m e
contact us : webmaster@formumandme.com