formumandme.com  
   ลำไส้ใหญ่อักเสบ สัญญาณประท้วงของร่างกาย  

pic_no_1330__3010.jpgลำไส้ใหญ่อักเสบ  สัญญาณประท้วงของร่างกาย

         ด้วยวิถีชีวิตที่เร่งรีบจนขาดความพิถีพิถันในการบริโภค  เป็นบ่อเกิดของโรคภัยมากมายตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า  เคยมีสถิติว่า 90 เปอร์เซ็นต์ของคนเมืองมีปัญหาสุขภาพเรื่องระบบย่อยอาหารและการขับถ่ายเรื้อรัง  ไม่ว่าจะเป็นโรคกระเพาะอาหาร  ลำไส้อักเสบ  ท้องผูก  ที่ดึงเอาความสุขของชีวิตไปไม่น้อย

         อวัยวะสำคัญของกระบวนการย่อยประกอบไปด้วยลำไส้เล็กและลำไส้ใหญ่  การอักเสบของลำไส้เล็กมักเป็นอาการที่เกิดร่วมกับโรคกระเพาะอาหาร  ซึ่งเราเคยเสนอไปบ้างแล้ว  คราวนี้เรามาพูดถึงลำไส้ใหญ่อักเสบเรื่องใกล้ตัวที่มักถูกละเลยกันบ้าง

         ลำไส้ใหญ่อักเสบ  เกิดจากการระคายเคืองที่ลำไส้ได้รับเป็นเวลานาน  ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องจากปัญหาของระบบย่อยอาหาร  มักพบบ่อยในช่วงอายุประมาณ 15-30 ปี และมักเกิดกับผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย  อาการคือ  ผนังลำไส้บวม  อักเสบ  ทำให้มีเลือดออกทางทวารหนัก  ทำให้ปวดท้องและมีอาการท้องเดินกะทันหันเนื่องจากลำไส้บีบตัว  คนที่เป็นโรคนี้มักมีปัญหากับการถ่ายอุจจาระ  คือถ่ายบ่อยไม่เป็นเวลา  เจ็บทุกครั้งที่ถ่าย  เมื่อเรื้อรังนานเข้าทำให้เป็นโลหิตจางเนื่องจากเสียเลือดมาก  อาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ 30 เปอร์เซ็นต์ ของผู้ป่วยโรคนี้มีอาการอักเสบรุนแรง  ต้องผ่าตัดเอาลำไส้บางส่วนออก  แล้วจึงรักษาลำไส้ในส่วนที่เหลือต่อไป

         ความน่ากลัวของลำไส้ใหญ่อักเสบยังไม่หมดเพียงเท่านี้  การเกิดแผลและการเสียดสีบริเวณที่อักเสบนานๆ เป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่  โรคร้ายอันดับต้นที่คร่าชีวิตคนกินดีอยู่ดีมานักต่อนัก

การสังเกตเบื้องต้นช่วยค้นพบโรคได้ด้วยตัวเอง

         ลำไส้ใหญ่เป็นโรคที่ค่อยๆ เป็นทีละน้อย  อาการบ่งชี้เริ่มแรกคือ ปวดอุจจาระบ่อย  ถ่ายไม่เป็นเวลา  วันหนึ่งๆอาจเข้าห้องน้ำนับสิบครั้ง  แต่อาจถ่ายออกมาไม่ออกบ้าง  อาการแบบนี้อาจเรื้อรังอยู่หลายปี  ถ้าไม่ได้รับการรักษาหรือปรับพฤติกรรม  ก็จะทำให้มีเลือดออกมากับอุจจาระ  ท้องเสียกะทันหันโดยไม่ทราบสาเหตุ ถ้าปล่อยไว้เรื้อรังไปเรื่อยๆแผลที่เกิดในลำไส้จะยิ่งขยายใหญ่ขึ้นและมีโอกาสหายน้อยลง  ดังนั้นคนที่มีปัญหาเรื่องการขับถ่ายดังที่กล่าวมาควรรีบปรึกษาแพทย์

         หากมีอาการรุนแรงมาก  แพทย์อาจให้กลืนแป้งหรือฉีดสีเข้าทางทวารหนักเพื่อวินิจฉัยอาการและหาสาเหตุโรคที่แท้จริง เพื่อหาวิธีการรักษาที่เหมาะสม  ซึ่งมีทั้งการให้ยารักษาตามอาการและผ่าตัดลำไส้ออกบางส่วน  สำหรับคนที่อักเสบมาก  อย่างไรก็ตามทั้งแพทย์แผนปัจจุบันและธรรมชาติบำบัดต่างมีความเห็นตรงกันว่า  สิ่งสำคัญที่สุดในการเยียวยาปัญหาของลำไส้ใหญ่คือ  อาหารที่กินทุกวันนั่นเอง

         แม้สาเหตุที่แท้จริงของการอักเสบนี้ยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด   แต่เชื่อว่าพฤติกรรมที่สร้างปัญหาให้ลำไส้ใหญ่คือ การกินอาหารที่มีไฟเบอร์น้อย  อาหารรสจัด  กินไม่เป็นเวลา และความเครียด  ซึ่งทำให้การย่อยอาหารที่กระเพาะและลำไส้เล็กแปรปรวน  ลำไส้ใหญ่เกร็งตัว  ถูกกระตุ้นมากกว่าปกติเพื่อดูดซึมน้ำและถ่ายอุจจาระออกมา  อีกทั้งอาหารที่แข็งและย่อยยากยังสร้างความระคายเคืองให้กับผนังลำไส้อีกด้วย  ดังนั้นการอักเสบของลำไส้ใหญ่เป็นคล้ายกับการประท้วงว่าคุณใส่ใจร่างกายตัวเองน้อยเกินไป

คนที่เป็นลำไส้ใหญ่อักเสบต้องให้ความสำคัญเรื่องอาหารอย่างมาก  ให้คุณตัดสินใจว่าควรกินไม่ควรกินอะไรบ้าง

1.   สิ่งที่ควรกิน  ผลไม้สุกนื้อนิ่ม  เช่น มะละกอ  กล้วยสุก  และผักใบเขียว  เช่นคะน้า  กวางตุ้งต้มสุก เพื่อให้ได้โฟเลตและใยอาหารที่ละลายน้ำได้
      สิ่งที่ควรงด  ผักผลไม้ดิบที่ย่อยยาก  ถั่วและธัญพืชเปลือกแข็ง

2.   สิ่งที่ควรกิน  ฟักทอง  แครอทต้มสุก  เพื่อให้ได้วิตามินเอและเบต้าแคโรทีน
      สิ่งที่ควรงด  ผลไม้รสจัด  มีความเป็นกรดสูง  เช่น สับปะรด

3.   สิ่งที่ควรกิน  ปลาที่มีไขมันสูง เช่น ปลาซาร์ดีน  ปลาแซลมอน  เพื่อให้ได้วิตามินดีและบี 12
      สิ่งที่ควรงด  อาหารไขมันสูง  และ นม  เนย

4.   สิ่งที่ควรกิน  อาหารที่มีธาตุเหล็กสูง  เช่น ปลา  กุ้ง  หอย  ผักกูด  ผักโขม  เพื่อชดเชยการสูญเสียเลือด
      สิ่งที่ควรงด  อาหารรสจัดทุกชนิด

         โรคนี้เป็นโรคเรื้อรังที่ไม่สามารถรักษาหายในคราวเดียว  แต่จะดีขึ้นได้ด้วยการปรับพฤติกรรมการกิน  มีการศึกษาว่า การกินอาหารที่มีไฟเบอร์ชนิดละลายน้ำ  เช่น  ผัก ผลไม้ที่ปรุงสุก จะช่วยบรรเทาการอักเสบได้เป็นอย่างดี  และอาหารที่ให้สารอาหารประเภทโปรตีน  วิตามินเอ  วิตามินซี  วิตามินบี 12 โฟเลต  แคลเซียม  เหล็ก และสังกะสี  อย่างหลากหลายและเพียงพอช่วยสร้างความแข็งแรงแก่ผนังลำไส้และปรับระบบการย่อยอาหารให้คงที่  ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่ย่อยยาก  สร้างความระคายเคืองให้กับลำไส้อันได้แก่ รำข้าว  ถั่วเปลือกแข็ง  เมล็ดพืช  ข้าวโพดหวาน  แม้ว่าจะมีประโยชน์มาก  แต่ควรกินเมื่อลำไส้ของเราปรับตัวดีขึ้นแล้ว

         ในคนที่เป็นลำไส้ใหญ่อักเสบมักพบว่ามีโลหิตจางด้วย  เนื่องจากมีเลือดออกบริเวณที่อักเสบตลอดเวลา  จึงควรรับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็กสูงและวิตามินซี  เพื่อให้ร่างกายดูดซึมเหล็กมาใช้ได้อย่างเต็มที่

         สิ่งสุดท้าย  อย่าลืมหาวิธีคลายเครียดพักผ่อนให้เพียงพอ  อย่าให้ความเร่งรีบของชีวิตช่วงชิงสุขภาพที่ดีไปจากคุณอีกเลย

...........................................................................................................................................

ขอขอบคุณบทความจาก  นิตยสาร  HEALTH & CUISINE  ฉบับที่ 18 กรกฎาคม 2545

11 ตุลาคม 2547
เวลา 10:02 น. [A-717]

เชิญแสดงความเห็นในประเด็นนี้ | อ่านบทความครั้งก่อน

bookmarkความเห็นของผู้อ่าน...   

[C-4335] ความเห็นของ: ิbew
เมื่อวันที่ : 07 ต.ค. 2557, 15:00 น.

สรุปมาให้อ่านครับเป็นประสบการณ์ของคนต่างชาติที่เข้ารับการรักษา สำหรับคนที่กำลังรักษาแพทย์ทางเลือกแบบหนึ่งนะครับ ผมว่าชีวโมเลกุลมันน่าจะเลิศกว่าพวกเสตมเซลล์ แต่ชีวโมเลกุลดูไม่ค่อยกว้างในไทยหรือว่าไม่ทำการตลาดเหมือนสเตมเซลล์รึเปล่าครับ แต่ก็ยังงงๆว่ามีแค่ในไทยเหรอครับเพราะเค้าต้องส่งมารักษาที่ไทย หรือเพราะที่เมืองนอกแพง เมืองไทยถูกและดีกว่า ใครอ่านเสร็จแล้วเข้ามาแชร์ไอเดียกันนะ
ข้อความประมาณนี้ครับ
ลูกผมเป็นโรคทางเดินอาหารเรื้อรังมาประมาณ 6 ปี หมอแนะนำให้ทำการผ่าตัด เนื่องจากปัญหาส่วนใหญ่เกิดในลำไส้ และลำไส้เล็ก ผมจึงเริ่มหาทางเลือกใหม่ในการรักษา Crohn’s Disease และได้พบข้อมูลเกี่ยวกับเทคโนโลยี่ใหม่ในการรักษาด้วยวิธีของ Vitorgan จากเยอรมนี ซึ่งได้แนะนำให้ผมนำลูกมารักษาที่ศูนย์ชีวะโมเลกุลที่ประเทศไทย ตามเวปไซด์ www.biotherapycenter.com
ตลอดเวลาที่ลูกผมทำการรักษาแบบเก่า ด้วยการใช้ Corticosteroid เขาทรมานจากอาการของโรคนี้มาก ผมส่งผลการรักษาของลูกมาที่ศูนย์ชีวะโมเลกุล ซึ่งทางศูนย์ก็ตอบรับที่จะรักษาลูกของผม และยืนยันว่าเคยมีการรักษาโรคแบบนี้ประสบผลสำเร็จมาแล้ว ผมจึงตัดสินใจเดินทางพร้อมลูกมารักษาที่ประเทศไทย ผมพบอาจารย์ท่านหนึ่ง และตัดสินใจให้ลูกทำการรักษาด้วยการฉีดวัคซีน และรักประทานยา
นับแต่อาทิตย์แรก ลูกผมรู้สึกดีขึ้น หายไข้ และอาการปวดท้องหายไป เราตัดสินใจทำการรักษาต่อตามโปรแกรม 2-3 เดือน ทุกวันนี้สุขภาพลูกผมดีขึ้น 60% ไม่มีอาการไข้ และอาการปวดที่ข้อหายไป อาการท้องเดิน ซึ่งเคยต้องเข้าห้องน้ำ 7 – 8 ครั้ง เหลือเพียง 3-4 ครั้ง ต่อวัน และเกือบหายเป็นปลิดทิ้ง ไม่มีอาการเลือดออก และมีน้ำหนักเพิ่มขึ้น และมีชีวิตเหมือนคนปกติได้ ตั้งแต่สัปดาห์นี้เป็นต้นไปเราหยุดการรักษาแบบเดิม

https://healthunlocked.com/foggys/posts/656624/crohns-disease

[C-4076] ความเห็นของ: nok
เมื่อวันที่ : 23 มิ.ย. 2555, 11:06 น.

ตอนนี้กำลังทรมานกับโรคนี้อยู่ จะปรับปรุงพฤติกรรมการกินของตัวเองและขอให้ผู้อ่านทุกท่านดูแลสุขภาพของตนเองให้ดีนะคะ การไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐค่ะ^___^

[C-3715] ความเห็นของ: *-*
เมื่อวันที่ : 04 ก.พ. 2554, 15:52 น.

ได้ความรู้ดีค่ะ แล้วจะนำไปปรับปรุงอาหารการกิน ใหม่นะคะ

[C-3146] ความเห็นของ: ยิก
เมื่อวันที่ : 24 ก.พ. 2553, 13:11 น.

ขอบคุณครับ เพิ่งให้น้ำเกลือ หมาดๆเลยอิอิ

[C-2530] ความเห็นของ: เด็กที่เป็นค่ะ
เมื่อวันที่ : 10 มี.ค. 2552, 19:16 น.

มีอาการจุกรึป่าวคะ
แบบว่าเพิ่งเป็นอ่าค่ะ
เรยมั่ยค่อยรู้
ขอบคุณมากนะคะ
แล้วจะเอาไปปรับปรุงการกินนะคะ
ขอบคุยอิกครั้งค่ะ

[C-1902] ความเห็นของ: Ruthaitip
เมื่อวันที่ : 06 พ.ย. 2550, 17:34 น.

มีพี่คนนึงเป็นโรคลำไส้อักเสบ งานพี่เค้ายุ่งมากเลย ก็เลยอยากให้ดูแลสุขภาพด้วย /เป็นห่วง

[C-982] ความเห็นของ: ก้านกล้วย
เมื่อวันที่ : 20 ม.ค. 2549, 14:28 น.

ดิฉันเป็นคนหนึ่งที่มีปํญหาเกี่ยวกับลำไส้พอได้อ่านข้อมูลข้างต้นทำให้ดิฉันทราบวิธีที่จะปฎิบัติได้อย่างถูกต้องขอคุณมากค่ะ

f o r   m u m   a n d   m e
contact us : webmaster@formumandme.com