formumandme.com  
   ลูกคนเดียว...ศูนย์กลางของความรัก  

pic_no_1525_bo.jpgลูกคนเดียว...ศูนย์กลางของความรัก

         ด้วยภาวะเศรษฐกิจที่บีบรัดตัวมากในปัจจุบัน  ทำให้หลายครอบครัวเลือกที่จะมีทายาทสืบสกุลเพียงคนเดียว  เพราะทั้งพ่อและแม่ล้วนแล้วแต่ต้องช่วยกันทำงาน  จึงไม่มีเวลาดูแลมากนัก  และการที่มีลูกคนเดียวทำให้เศรษฐกิจภายในบ้านไม่ตกสะเก็ดอีกด้วย  เพราะไหนจะค่าขนม  ค่านม  ค่าคนเลี้ยง  ค่าเล่าเรียน  ค่าเสื้อผ้า  และอีกจิปาถะที่คิดออกมาเป็นตัวเงินแล้วแทบลมจับ

          นอกจากนั้น  การที่มีลูกคนเดียวในภาวะที่ทั้งพ่อและแม่ต้องทำงานไปพร้อม ๆ กันนี้  ก็มีข้อดีที่ทำให้พ่อแม่สามารถที่จะทุ่มเทเวลาที่มีไม่มากนักไปให้กับลูกได้อย่างเพียงพอ  และลูกก็สามารถที่จะได้รับความรักไปแบบเต็มที่  เพราะไม่ต้องแชร์ความรักของพ่อแม่กับใครเพราะเขาเป็นศูนย์กลางคนเดียวของบ้าน  แน่นอนว่านอกจากความรักที่ได้จากพ่อแม่แล้ว  เขายังจะได้รับความรักจากพี่  ป้า  น้า  อาเพิ่มขึ้นอีกด้วย

          แต่เพราะการที่เป็นลูกคนเดียวเป็นศูนย์กลางความรักของคนทั้งบ้านนี่เอง  หลายครั้งจึงทำให้เกิดปัญหาต่าง ๆ ตามมามากมาย  จากการที่อยากได้อะไรก็ได้  มีพ่อ  แม่  ลุง  ป้า  น้า  อา  คอยตามใจ  เอาอกเอาใจตลอดเวลา  และได้ทุกอย่างตามที่ต้องการ

         ลูกคนเดียวจะขี้เหงา  เพราะไม่มีพี่ ๆ น้อง ๆ มาคอยหยอกล้อเล่นด้วยตลอดเวลาเหมือนบ้านอื่น ๆ ที่มีลูกหลายคน  ซึ่งปัญหานี้สามารถแก้ไขได้ด้วยการที่พ่อแม่ต้องทำตัวเป็นเพื่อนเล่นกับลูกแทน  เช่น  เมื่อถึงเวลาต้องแสดงบทบาทสมมติ  คุณพ่อคุณแม่ก็อาจจะต้องรับบทเป็นนักเรียนในขณะที่ลูกอยากจะสวมบทบาทเป็นคุณครู  หรืออาจจะต้องทำตัวเป็นผู้ฟังที่ดีเมื่อลูกอยากจะเป็นนักร้องและร้องเพลงให้ฟัง  ซึ่งนอกจากจะสร้างความสนุกสนาน  แก้เหงาให้ลูกคุณได้แล้ว  ยังเป็นการเพิ่มความสนิทสนมกลมเกลียวกับลูกอีกด้วย  เมื่อเวลามีปัญหาเกิดขึ้นเชื่อเถอะค่ะว่าลูกคงจะเล่า  กล้าบอกเรื่องราวต่าง ๆ ให้คุณพ่อคุณแม่ที่เขารู้สึกว่าเหมือนเพื่อนได้ฟัง  มากกว่าที่จะอยากเล่าเรื่องราวต่าง ๆให้พ่อแม่ที่ทำตัวเป็นผู้ปกครองมาดเข้มแน่ ๆ

         ตลอดเวลาลูกคนเดียวจะได้ในสิ่งต่าง ๆ มากมายคนเดียวจนไม่รู้ความหมายของการแบ่งปัน  เพราะฉะนั้นพ่อแม่จะต้องสอนให้เขารู้ถึงความหมายของการแบ่งปันว่าเป็นอย่างไรและทำไมเขาควรที่จะต้องรู้จักแบ่งปันให้คนรอบข้างบ้าง  รวมถึงต้องดูด้วยว่าสิ่งที่ตนเองให้ลูกไปนั้นมากมาเกินขอบเขตหรือไม่  เพราะไม่อย่างนั้นแทนที่จะเป็นการให้กลับกลายเป็นการทำร้ายลูกแทน

          ลูกคนเดียวจะขี้งอน  เอาแต่ใจตนเอง  อันนี้พ่อแม่จะต้องสอนให้ลูกรู้จักควบคุมอารมณ์ของตนเอง  สอนให้เขารู้จักความอดทนและการรอคอยเพราะในขณะที่เขาอยู่ที่บ้านเขาจะเป็นศูนย์กลางของทุกสิ่ง  อยากได้อะไรก็ได้ในทันที  แต่เมื่อมาอยู่ในสังคมเขาจะต้องรู้จักปรับตัวที่จะอยู่กับคนอื่น ๆ  จะต้องรู้ตัวว่าเขาไม่ใช่ศูนย์กลางของทุกสิ่งอีกต่อไป  จะไม่มีใครตามใจ  หรือตอบสนองในสิ่งที่เขาต้องการได้ทุกครั้งไป  เพื่อที่เขาจะได้อยู่ในสังคมร่วมกับผู้อื่นอย่างมีความสุข

         อย่าตั้งความหวังกับลูกคนเดียวมากเกินไปเนื่องจากลูกคนเดียวเป็นศูนย์กลางของความรักจากคนทั้งบ้าน  ทำให้บางครั้งพ่อแม่จะฝากความหวังเอาไว้กับลูกสูงมาก  คาดหวังว่าลูกจะต้องเป็นในสิ่งที่ดีที่สุด  ต้องได้ในสิ่งดีที่สุดเสมอ  ซึ่งเป็นการสร้างความกดดันและความเครียดให้ลูกไปโดยปริยาย  ทางที่ดีควรจะเป็นกำลังใจให้ลูกทำในสิ่งที่เขาปรารถนาและต้องการให้สำเร็จจะดีกว่า

         การเลี้ยงลูกคนเดียวให้รู้จักการให้  รู้จักการแบ่งปัน  รู้จักการอยู่ร่วมกับคนอื่น ๆ ในสังคมและเป็นที่รักของคนรอบข้างไม่ชาเรื่องยาก  เพราะความรักที่มากมายจากพ่อแม่จะเป็นเบ้าหลอมให้เขารู้จักนำประโยชน์จากความรักที่ได้มามากมายไปแบ่งปันให้กับคนรอบข้างนั่นเอง

.........................................................................................................................................

ขอขอบคุณที่มาบทความ : หนังสือพิมพ์  โพสต์ทูเดย์  ฉบับวันอาทิตย์ที่  24  เมษายน  2548

11 กรกฏาคม 2548
เวลา 11:19 น. [A-870]

เชิญแสดงความเห็นในประเด็นนี้ | อ่านบทความครั้งก่อน

bookmarkความเห็นของผู้อ่าน...   

f o r   m u m   a n d   m e
contact us : webmaster@formumandme.com