formumandme.com  
   เทศกาลตรุษจีน  

pic_no_1591__cny1.gifเทศกาลตรุษจีน

เคยสงสัยไหมว่า  ทำไมวันนี้เราเรียกวันตรุษจีน  และวันสารทจีน  ก็มี  เพราะตรุษจีน  คือวันต้น  วันสารท  คือวันกลาง

 วันตรุษจีน  คือ  วันที่ ๑  เดือน ๑  ของจีน  เป็นวันที่เริ่มต้นวันใหม่ของปีใหม่ของจีน
 วันสารทจีน  คือ  วันที่  ๑๕  เดือน ๗  ของจีน  วันสารทไหว้พระจันทร์  ตรงกับวันที่  ๑๕  เดือน ๘  ของจีน
 วันตรุษจีน  คือ  วันขึ้นปีใหม่ของคนจีน  ถือเป็นเทศกาลใหญ่ที่ประหนึ่งรวมเทศกาลไหว้สิ้นปีเข้ากับเทศกาลวันตรุษ  และอาจยาวถึงเทศกาลชาวนา

เทศกาลไหว้สิ้นปีเป็นอย่างไร  เทศกาลไหว้สิ้นปีจะมีการไหว้ตามลำดับดังนี้ว่า

         วันที่  ๒๔  เดือน  ๑๒  ของจีน (ปี ๒๕๔๗  ตรงกับวันที่  ๑๕  มกราคม)  เป็นวันไหว้ส่งเสด็จ  “เจ้าเตา”  ขึ้นสวรรค์    พ่อเล่าว่า  คนจีนมีความเชื่อมาแต่โบราณ  ในพระราชวังหรือบ้านหลังใหญ่ที่มีคนมากมาย  การหุงหาอาหารต้องใช้เตาใหญ่หุงกับกระทะบัว  เตาใหญ่อย่างนี้จะมี “เจ้า”  สถิตอยู่  เรียกว่า  “เจ๊าซิ้ง”  พ่อบอกว่า  เจ๊าซิ้ง  หรือเจ้าเตา  มีชื่อเฉพาะด้วยว่า  “ซูมิงตี๊กุง”  เชื่อกันว่า  วันที่  ๒๔  เดือน  ๑๒  เจ้าเตาจะเสด็จขึ้นสวรรค์ไปเฝ้า  “เง็กเซียนฮ่องเต้”  เจ้าแห่งเทวดาบนสวรรค์  เป็นเวลา  ๑๐ วัน  แล้วจะเสด็จกลับวงมาอีกที  คือวันที่  ๔  เดือน  ๑  ของจีน  ทั้งสองวันนี้จึงมีการไหว้ส่งเสด็จและรับเสด็จเจ้าเตาด้วยส้มและขนมอี๊
          แต่มาสมัยนี้  คนทั่วไปไม่ได้ไหว้เจ้าเตา  แต่เปลี่ยนเป็นการไหว้ส่งเสด็จเจ้าที่ขึ้นสวรรค์แทน  เรียกว่าไหว้  “เหล่าเอี๊ยเจียที”
 เหล่าเอี๊ย   เป็นอีกคำหนึ่งที่ใช้เรียกเจ้า
 เจียที  แปลว่า  ขึ้นสวรรค์
 เทศกาลไหว้สิ้นปีของคนจีนจึง

         อาจนับได้ตั้งแต่การไหว้ส่งเจ้าขึ้นสวรรค์  แล้วผนวกเข้ากับวันไหว้สิ้นปี  หรือไหว้วันสุดท้ายของเดือน  ๑๒  ปี  ๒๕๔๗  ตรงกับวันที่  ๑๒  มกราคม

         วันสิ้นปีจะมีการไหว้หลายอย่าง  จึงนิยมเรียกวันนี้ว่า  วันไหว้ และเรียกวันก่อนหน้าวันไหว้ว่า  วันจ่าย  เพราะเป็นวันสุดท้ายที่จะจับจ่ายซื้อของไหว้และของใช้ต่างๆ  ได้ก่อนที่ร้านค้าจะปิดธุรกิจหลายวัน

         เช้าของวันไหว้สิ้นปี  จะเริ่มจากไหว้เจ้าที่ตามศักดิ์ฐานะของผู้ถูกไหว้  พอสายหน่อยจึงไหว้บรรพบุรุษ  บางบ้านจะมีการไหว้ผีไม่มีญาติ  คนจีนมีคำเรียกว่า  “ไป๊ฮ้อเฮียตี่”  แปลว่า  “ไหว้พี่น้องที่ดี”  สะท้อนความสุภาพและให้เกียรติของคนจีน  เรียกผีไม่มีญาติว่าพี่น้องที่ดีของเรา

         แต่ที่บ้าน...อาม้าไม่ไหว้ผีไม่มีญาติในเทศกาลนี้  จะไหว้เฉพาะเทศกาลสารทจีน  ตรงนี้สะท้อนคำว่า  “ธรรมเนียม”  ซึ่งพ่อบอกว่าธรรมเนียมของพ่อแปลว่า  ความนิยม  ความนิยมของคนส่วนใหญ่ที่บางบ้านก็อาจมีต่างกันไปเล็กๆ  น้อยๆ

         อย่างไรก็ตาม  เทศกาลใดที่มีการไหว้ผีไม่มีญาติ  เทศกาลนั้นจะต้องมีขนมเข่ง  ขนมเทียน  ที่น่าสนใจอีกอย่างคือ  การไหว้ผีไม่มีญาติจะต้องไหว้ที่นอกบ้าน  บริเวณหน้าบ้านของเรา  บางบ้านปูเสื่อวางของไหว้  บางบ้านใส่กระด้ง  บางบ้านไหว้บนโต๊ะเตี้ยๆ  เช่นเดียวกับของไหว้ที่  อาจจัดมากหรือน้อยแล้วแต่ความมีเมตตาที่จะมีต่อผีอดอยากพเนจร

         สำหรับที่บ้าน  อาม้าทำข้าวหอมตำรับโบราณของคนจีน  เรียกว่า  “คอปึ่ง”  ให้ ๑  หม้อใหญ่ๆ  ตั้งไว้กลางกระด้งทีเดียว
 เรียกเทศกาลไหว้สิ้นปีว่า  “ก๊วยนี้โจ่ย”
 
    ก๊วย แปลว่า ข้าม
    นี้   แปลว่า  ปี
   โจ่ย แปลว่า  เทศกาล
 หมายถึงเทศกาลไหว้สิ้นปีนั่นเอง  ซึ่งบางบ้านมีธรรมเนียมให้ทุกคนในครอบครัวมาร่วมวงรับประทานอาหารร่วมกัน  เสร็จเทศกาลวันไหว้สิ้นปี  ก็จะเป็นเทศกาลไหว้รับวันตรุษจีน

         เนื่องจากประเทศจีนเป็นผืนแผ่นดินที่กว้างใหญ่ไพศาล  ประชาชนมากมาย  การทำเกษตรกรรมไร่นาเพื่อเลี้ยงปากเลี้ยงท้องประชาชนเป็นสิ่งสำคัญ  โดยเฉพาะการทำนาปลูกข้าว

         แต่ช่วงปลายปีคือ  ฤดูหนาวที่หนาวจัด  ในบางพื้นที่อาจมีการปลูกพืชได้หลายอย่าง  แต่ทุกพื้นที่ไม่สามารถปลูกข้าวได้
 เมื่อได้เวลาของฤดูใบไม้ผลิ  ที่อากาศเริ่มดีขึ้น  ได้เริ่มทำนา  ได้ทำงานอย่างเป็นเรื่องเป็นราว  จึงมีการฉลองและไหว้ของพรเทพเจ้าเพื่อให้เป็นสิริมงคล  อวยพรให้ปีใหม่นี้จะทำงานได้ดี  ทำนาได้ผล  ขอให้ผลิตผลพืชไร่สมบูรณ์  กิจการค้าก้าวหน้า  การค้ารุ่งเรือง

         จึงมีการเรียกวันตรุษจีนอีกอย่างหนึ่งว่า  “วันชุงเจ๋”  หรือชุงโจ่ย  หรือวันเริ่มต้นฤดูใบไม้ผลิและเรียกเทศกาลไหว้ตรุษจีนว่า  “ง่วงตั้งโจ่ย”  แปลว่า  เทศการเริ่มต้น

         การไหว้เทศกาลตรุษจีนเป็นการไหว้รับวันตรุษจีนที่คนจีนนิยมเรียกอีกอย่างว่า  “วันชิวอิด”  แปลว่าวันที่ ๑  เป็นการไหว้ที่น่าสนใจว่าคนจีนจะไหว้  “ไช้ซิ้งเอี๊ย”  หรือ  “เทพเจ้าแห่งโชคลาภ”  ในเวลากลางดึกเมื่อเวลาย่างเข้าวันตรุษจีนหรือวันชิวอิด
 ไช้  แปลว่า โชค
 ซิ้ง  และ เอี๊ย แปลว่า   เจ้า

         กำหนดเวลาไหว้มีฤกษ์ยามเฉพาะในแต่ละปี  เช่นเดียวกับทิศที่จะตั้งโต๊ะไหว้  ในปี  ๒๕๔๗  วันตรุษจีนตรงกับวันที่ ๒๒  มกราค  ต้องคอยดูจากตำรา  “ปฏิทินจีน”  ว่าเวลาดีที่เทพเจ้าแห่งโชคลาภจะเสด็จลงมาอาจเป็นระหว่าง  ๒๓.๐๐ น. – ๐๐.๕๙ น.และจะเสด็จมาทางทิศใด  ให้หันโต๊ะรับทิศนั้นด้วยเพื่อความเป็นมงคล

ของไหว้แล้วแต่จะจัด  ที่บ้านไหว้ง่ายๆ  ด้วยส้ม  และโหงวเส็กทึ้ง  กับน้ำชา
 
         ส้ม  คนจีนเรียกว่า  กา  แต่ก็มีอีกคำหนึ่งเรียกว่า  “ไต้กิก”  แปลว่า  โชคดี
ส้มจึงเป็นผลไม้ประจำเทศกาลตรุษจีน  เป็นผลไม้ไหว้  เพื่ออวยพรให้ลูกหลานโชคดีและใช้ให้เป็นของขวัญ...นำโชคดีมามอบให้แก่กัน

         ขนมไหว้อีกอย่างคือ  “โหงวเส็กทึ้ง”  แปลว่า  ขนม ๕ สี  ได้แก่  ถั่วตัด  งาตัด  ข้าวพอง  ถั่วเคลือบน้ำตาล  และฟักเชื่อม  บางทีก็เรียกว่า  “ขนมจันอับ”  หรือ  “แต่เหลียง”  ก็ได้
         บ้านใดจะมีของไหว้มากกว่านี้และไม่เหมือนอย่างนี้ก็ได้  เพราะธรรมเนียมคือความนิยมรายละเอียดของความนิยมอาจมีแตกต่างกันได้

         ในตอนเช้าวันตรุษจีนหรือวันชิวอิด  จะมีการไหว้เจ้าที่และบรรพบุรุษด้วยส้มและขนมโหงวเส็กทึ้ง  บางบ้านมีไหว้อาหารเจแห้งให้บรรพบุรุษด้วย  และบางบ้านก็นิยมเปิดไฟไว้ที่ศาลเจ้าที่  “ตี่จู๊เอ๊ะ”  เพื่อรอรับวันที่เจ้าที่จะเสด็จลงมาจากสวรรค์ในวันที่  ๔  เดือน ๑  ของจีน  ปี  ๒๕๔๗  ตรงกับวันที่  ๒๕  มกราคม

         ในวันตรุษจีน  หรือวันชิวอิด  ในหมู่คนจีนจะรู้กันว่านี่คือวันถือ  ถือจะทำแต่สิ่งดี  และไม่ทำสิ่งไม่ดี  เช่น  จะใส่เสื้อผ้าชุดใหม่สวยงาม  ยิ้มแย้มแจ่มใส  พูดแต่  “หออ่วย”  หรือคำดีๆ  ไม่อารมณ์เสียหงุดหงิด  ไม่ทำงานหนักนัก  เพื่อที่ว่าตลอดปีจะได้ไม่ต้องทำงานหนัก  ไม่กวาดบ้าน  เพราะอาจปัดสิ่งดีๆ  มีมงคลออกไป  แล้วกวาดความไม่ดีเข้ามา

         เริ่มต้นเช้าวันตรุษ  คนในบ้านก็จะทักทายกันด้วยคำอวยพร “ซินเจียยู่อี่  ซินนี้ฮวดใช้”  เวลาใหม่ให้สมใจ  ปีใหม่ให้สมปราถนา  และที่เด็กๆ  จะถูกใจและมีความสุขมากคือ  การได้เงินอั้งเปา  เงินอั้งเปาในวันตรุษจีน  มีคำจีนโบราณเรียกว่า  เงินเอี๊ยบ  ซ้วยจี๊  เป็นเงินสิริมงคลที่ผู้ใหญ่ให้แก่ลูกหลานเพื่ออวยพรให้มีสุขภาพแข็งแรงและเจริญก้าวหน้า

         ที่บ้านมีธรรมเนียมกินเจหนึ่งมื้อในช่วงเช้า  และคนจีนบางคน  เช่น  คุณพ่อ  จะดูช่วงเวลาที่ดีในการออกจากบ้าน  ซึ่งแต่ละปีจะไม่ตรงกัน  เช่น  ซินแสบอกว่าปี  ๒๕๔๔  มีเพียงช่วงเวลาที่ดีหลายช่วง  ออกจากบ้านครั้งแรกของปีใหม่ในช่วงเวลานี้  แล้วตลอดปีจะราบรื่น  ไม่ติดขัด

         ช่วงเวลาดีของปี  ๒๕๔๔  คือเวลา  ๐๕.๐๐ น.– ๑๓.๐๐ น.  เป็นถึง  ๔  ช่วงเวลา  คนจีนเรียกแต่ละช่วงเวลาว่า   “ซี้”  เป็นการแบ่งเวลา  ๒๔  ชั่วโมง  ใน  ๑ วัน  เป็น  ๑๒  ซี้  ซี้ละ ๒ ชั่วโมง  แต่ละซี้มีชื่อเฉพาะเป็นแต่ละนักษัตรด้วย

         ธรรมเนียมหนึ่งในวันตรุษจีนคือการไป  “ไป๊เจีย”  หรือการไหว้ขอพรและอวยพรผู้ใหญ่หรือญาติมิตร  โดยมีส้มสีทอง  ๔ ผล  ห่อด้วยผ้าเช็ดหน้าผู้ชาย  ที่นิยมใช้ส้มสีทอง  ไม่ใช้ส้มเขียวหวาน  เพราะสีทองเป็นสีมงคล  ทองอร่ามเรืองจะอวยพรให้รุ่งเรือง  เช่นเดียวกับส้ม  ที่คำจีนเรียก  ไต้กิก  แปลว่า  โชคดี  ส้มสีทองที่มอบแก่กันคือนัยอวยพรให้  “นี้นี้ไต้กิก”  แหลว่า  ทุกๆ ปีให้โชคดีตลอดไป

         ส้มสีทอง  ๔ ฝบ  เมื่อเจ้าบ้านรับไป  จะเป็นการรับไปเปลี่ยนว่า  เปลี่ยนส้ม  ๒  ใบของแขกกับ  ๒  ใบของที่บ้าน  แล้วคืนส้ม  ๔  ใบคืนให้แขกนำกลับไป  หมายถึง  การที่ต่างฝ่ายต่างให้โชคดีแก่กัน
ตรงนี้จึงมีเรื่องว่า  บางคนต้องเดินสายไป  “ไป๊เจีย”  หลายบ้าน  เมื่อกลับถึงบ้านก็อาจไม่รู้แล้วว่า  ส้ม ๔ ใบที่ได้มาเป็นของบ้านไหนบ้าง  และส้ม  ๒ ใบของบ้านสุดท้ายก็อาจไม่รู้ว่าเป็นส้มใบไหน  และส้มที่บ้านไหนอร่อยกว่าบ้านไหนก็บอกได้ยากเช่นกัน
แต่หลายบ้านจะมีประเพณีรับแขกด้วย  “ขนมอี๊”  ขนมอี๊สีชมพูหรือขนมบบัวลอยลูกกลมๆ  ทำจากแป้งข้าวเหนียว  แต่นุ่มๆ  เคี้ยวง่ายหวานรื่นชื่นใจ  ขนมอี๊เป็นขนมสิมงคล  ทานแล้วอวยพรให้ชีวิตรื่นและหวาน
 อี๊ แปลว่า กลม
 อี่อี๊ แปลว่า กลม ๆ

         มีอีกหลายธรรมเนียมที่นิยม  “ถือ”  ทำในวันตรุษจีน  เช่น  การติด  “ฮู้”  หรือยันต์แผ่นใหม่  เพื่อคุ้มครองบ้าน  ติด  “ตุ้นเลี้ยง”  หรือแผ่นคำอวยพรที่ปากทางเข้าบ้าน

         ที่น่าสนใจคือ  หลายบ้านนิยมเล่นไพ่  เพื่อเสี่ยงทายดวงชะตา  ถ้าเล่นได้ก็เสมือนเป็นการนำร่องว่า  “ปีใหม่จะโชคดี”  ถ้าเล่นเสียก็ถือว่าฟาดเคราะห์ไป  ปีใหม่จะได้โชคดี  นี่ไง333ตัวอย่างของการถือว่า  ให้คิดและทำแต่สิ่งดี

         วันตรุษจีนจึงเป็นวันที่ลูกหลายจีนมีความสุขที่สุด  ได้แต่งตัวสวย  ได้อยู่ในบรรยากาศที่ทุกคนยิ้มแย้มแจ่มใส  บ้านสะอาด  ตกแต่งสวยงาม  มีดอกไม้สดชื่น  มีขนมพิเศษทาน  เหนืออื่นใดคือการได้เงินอั้งเปา  และที่ตัวเองชอบมากที่สุดคือ  ได้ทานก้วยเตี๋ยว  หมุ  เป็ด  ไก่  บรรดาของไหว้ฝีมือพี่สาวลูกอาม้า  และพี่สาวหลานคุณพ่อซึ่งมาจากเมืองจีน   ต้องบอกว่า  พี่สายนี้มีฝีมือทำกับข้าว  แม้แต่ก้วยเตี๋ยวง่ายๆ  ก็ยังทำได้อร่อย  กระเทียมเจียวไม่มีเปลือก  แต่หอมกรุ่น  หมุ  เป็ด  ไก่  หั่นได้สวย  ขนาดกำลังเคี้ยวอร่อย
         และที่คอยเสมอ  คือ  คอยเวลาค่ำ  ให้คุณพ่อหมดคิวรับแขกและทานข้าวเย็นแล้ว  ให้ฝูงลูกๆ  ทั้งตัวเล็กตัวใหญ่รวบรวมเงินตรุษจีน  ที่ได้ตลอดวันเอามาเข้าบัญชีฝากคุณพ่อไว้  ท่านจะให้ฝากส่วนใหญ่และมีให้เหลือบ้างเพื่อซื้อของอะไรที่อยากได้   และที่ว่า  “เวลาที่คอย”   คือคอยเวลาคุณพ่อเป็นเจ้ามือ  ตั้งวงเล่นไพ่ป๊อก  แทงกันขาละ  ๑-๒ บาท  ใครใจกล้าก็มากกว่านี้  แต่คุณพ่อจะไม่ให้เล่นหนัก  เพราะไม่ชอบให้โลภ

         การตั้งวงเล่นไพ่ป๊อกเป็นอีกลีลาของความสุขในครอบครัว  เพราะคุณพ่อมีอารมณ์ขันและชอบหยอกเย้าลูก  พวกเราจะเฮดีใจถ้าได้  “ป๊อก”  และจะเฮกันใหญ่เมื่อป๊อกพร้อมๆ กัน  แล้วจะโห่โวยถ้าคุณพ่อเกิดโชคดี  “ป๊อก”  หรือได้กินรอบวง  แต่ถ้าเจ้ามือเจ๊งจะเป็นการ  “เฮสนั่น”  เสียงคุณพ่อวางเหรียญจ่ายเงินแต่ละขารอบวงช่างไพเราะเสียนี่กระไร
         คุณพ่อจะเล่นพอควรแก่เวลาแล้วเลิก  ถ้ากำไร  เงินนี้จะยกให้บันดาลูกๆ ไปแบ่งกัน  ถ้าขาดทุนก็ไม่เป็นไร  ท่านจะหัวเราะเอ็นดูที่ลูกๆ โชคดี  และถือว่าตัวเองฟาดเคราะห์เพื่อจะโชคดีต่อไป

         ตรุษจีนเป็นเทศกาลแห่งความสุข  กลิ่นอายของความรัก  ความอบอุ่นอบอวลอย่างนี้ทุกปี  ปีแล้วปีเล่า  ซ้ำแล้วซ้ำเล่า  วิถีชีวิตดีงามที่สร้างลูกหลานจีนไทยส่วนใหญ่ให้เติบโตอย่างคุณภาพ  รอวันเป็นคนดีของประเทศไทย
 บ้านที่ทำการค้า  บางแห่งก็เริ่มเปิดงานวันที่  ๒  บางแห่งดูวันดี  และบางทีก็รอเปิดวันที่ ๔  วันที่ “เหล่าเอี๊ย”  หรือเจ้าจะเสด็จกลับลงมา  แต่สำหรับชาวนาชาวไร่จีน  จะพักเต็มๆ  ถึงวันที่  ๑๕  เดือน  ๑  ของจีน  ซึ่งคนจีนจะมีไหว้อีกครั้ง  เรียกเทศกาลไหว้นี้ว่า  “ง่วงเซียวโจ่ย”  แปลว่า  เทศกาลกลางเดือน  และมีบ้างที่เรียกเทศกาลนี้ว่า  เทศกาลชาวนา  เพราะเป็นวันและคืนสุดท้ายที่ชาวนาจะฉลองเต็มที่ก่อนเริ่มทำงาน

         ที่เมืองจีน  จะมีธรรมเนียมไปไหว้บรรพบุรุษที่  “สื่อตึ๊ง”  สถานที่ตั้งป้ายชื่อของบรรพบุรุษประจำอำเภอ  บางแห่งมีขบวนแห่โคมไฟในตอนกลางคืน

         ที่เมืองไทย  ไม่มีเทศกาลชาวนา  แต่ที่น่าสนใจคือธรรมเนียม  “จันโหงวแม้”  แปลว่า  คืนวันที่  ๑๕  บางบ้านมีไหว้เจ้าที่และไหว้บรรพบุรุษในช่วงเช้า  กลางคืนไปไหว้ที่ศาลเจ้าด้วยส้ม  มีการทิ้งส้มของเราไว้  แล้วเอาส้มของศาลเจ้ากลับมาทานเพื่อให้เป็นสิริมงคล

         แต่บางบ้านนิยมไปไหว้ที่ศาลเจ้าพ่อเสือด้วยขนมไหว้  “เจดีย์น้ำตาล”  และใครที่ไม่มีลูก  แต่อยากมี  นี่คือเทศกาลไหว้ขอลูกจากศาลเจ้าพ่อเสือ  โดยมีธรรมเนียมความเชื่อว่า  ต้องให้ฝ่ายชายเป็นคนไหว้  แล้วอุ้มหรือขอเช่า  “สิงโตน้ำตาล”  กลับมาบูชาต่อที่บ้าน หากได้ลูกสมใจ  ปีหน้าต้องไปไหว้ขอบคุณ  และซื้อสิงโตน้ำตาลไปไหว้เป็นสองเท่า  ที่บ้านพี่ชายเคยไปอุ้มมาและก็ได้สมหวังดังใจ

เทศกาลไหว้ต่างๆ ของคนจีน  ล้วนเพื่อความสุขของทุกคนในครอบครัว  การได้แสดงกตัญญูกตเวทิตา  การได้แสดงน้ำใจไมตรี  ความรักความหวังดีต่อกัน
ตรุษจีนปีนี้ขอให้  “บ่วงสื่อยู่อี่  กยงฮี่ฮวดไช้”  หรือ  ทุกเรื่องให้สมปราถนา  มีสุขโชคดีตลอดไป

...................................................................................................................................

ขอขอบคุณที่มาบทความ  : หนังสือ  ลูกหลานกตัญญูโชคดี  (จิตรา  ก่อนันทเกียรติ)

17 มกราคม 2549
เวลา 11:03 น. [A-934]

เชิญแสดงความเห็นในประเด็นนี้ | อ่านบทความครั้งก่อน

bookmarkความเห็นของผู้อ่าน...   

[C-1963] ความเห็นของ: gluay
เมื่อวันที่ : 13 ม.ค. 2551, 13:21 น.

ขอบคูณค่ะสำหรับความรู้ดีๆ

[C-1174] ความเห็นของ: -:-VaLKyriE-:-
เมื่อวันที่ : 16 ก.พ. 2549, 21:45 น.

ชื่อเวบน่ารักดีงับ ขอบคุณครับกะลังหารายงานให้น้องพอดีเยย

[C-1003] ความเห็นของ: กนกนภัส
เมื่อวันที่ : 26 ม.ค. 2549, 15:13 น.

อยากให้ข้อความให้รายละเอียดกว่านี้ เนื่องจากเป็นลูกคนจีนคนหนึ่ง แต่ทำพิธีไม่ถูกขั้นตอน เนื่องจากพ่อได้เสียชีวิตก่อนจะแนะนำ เมื่ออ่านเจอหรือถามคน จึงได้รู้ว่าทำไม่ถูกต้อง และไม่เข้าใจพิธีอย่างแท้จริง

[C-980] ความเห็นของ: nnn
เมื่อวันที่ : 20 ม.ค. 2549, 11:58 น.

อยากทราบเวลาของวันตรุษจีนในปี 2549

f o r   m u m   a n d   m e
contact us : webmaster@formumandme.com