formumandme.com  
   ฟันดี ฟันสวย  

pic_no_1612_braces3.gifฟันดี  ฟันสวย

ผู้หญิงเรามักเอาใจใส่แต่ผิวพรรณใบหน้าเสียเป็นส่วนใหญ่โดยไม่ทันสังเกตว่าฟันสวยนี่แหละ   คือเคล็ดลับง่ายๆ อย่างหนึ่งที่ไม่ควรมองข้าม  การหมั่นดูแลเอาใจใส่และรักษาสุขภาพฟันให้ขาวสดใส  ไม่มีฟันผุ  สามารถเติมเสน่ห์บนใบหน้าให้สวยดึงดูดใจได้อย่างไม่น่าเชื่อ

มีการสำรวจพบว่าปัญหาสุขภาพในช่องปากของคนไทยส่วนใหญ่  ได้แก่  โรคฟันผุ  และโรคเหงือกอักเสบ  ซึ่งเกิดได้กับทุกเพศ ทุกวัย  แต่สำหรับผู้หญิงอาจทำให้รู้สึกกังวลมากกว่า  เพราะส่งผลโดยตรงต่อบุคลิกภาพและบ่งบอกถึงการดูแลเอาใจใส่ตนเอง

ฟันดี  ฟันสวย  ต้องหมั่นดูแล

          การดูแลสุขภาพในช่องปากให้ดีอยู่เป็นประจำจะช่วยให้ฟันมีสุขภาพแข็งแรง  เป็นเงางาม  เพราะโดยปกติผิวเคลือบฟันของเราจะเรียบมัน  และมีสีออกขาวขุ่น  นอกจากนี้ผิวของฟันที่สะอาดจะไม่มีรอยคราบใดๆ หลงเหลืออยู่  แต่หากแปรงฟันไม่สะอาดพอ  จะเกิดการสะสมของคราบอาหารและเชื้อแบคทีเรียบนตัวฟัน  หรือที่เรียกว่าคราบจุลินทรีย์ (Dental  Plaque)  ซึ่งเป็นต้นเหตุของฟันผุและโรคเหงือกอักเสบ  เนื่องจากเชื้อแบคทีเรียที่ติดอยู่ในร่องหรือหลุมบนตัวฟันจะปล่อยสารพิษออกมาทำลายฟันจนเกิดเป็นรอยผุขึ้นในที่สุด

ตัวช่วยใหม่ในการดูแลฟัน

         ทุกวันนี้เรามีทางเลือกมากมายในการดูแลรักษาสุขนามัยที่ดีในช่องปากและฟัน  โดยขณะนี้มีสารตัวใหม่ที่กำลังได้รับความนิยม  และเป็นที่ยอมรับกันว่ามีคุณสมบัติในการช่วยลดปัญหาเรื่องฟันผุได้อย่างง่ายดาย  นั่นคือ  “ไซลิทอล”  (Xylital)  ซึ่งเป็นน้ำตาลแอลกอฮอล์ในธรรมชาติชนิดหนึ่ง  พบได้ในผักและผลไม้หลาชนิด  เช่น  ต้นเบิร์ช  สตรอว์เบอร์รี่  ราสพ์เบอร์รี่  ผักกาดหอม  ผักโขม  ดอกกะหล่ำ  รวมถึงผลไม้เปลือกแข็งเช่น  ถั่วเชสนัต  และถัววอลนัต  หรือแม้แต่ในร่างกายของเราก็สามารถผลิตขึ้นได้เองในตับ  โดยเกิดในระหว่างกระบวนการสันดาปของกลูโคส  ทั้งนี้ไซลิทอลจะให้ความหวานมากเท่ากับน้ำตาลซูโครส  แต่กลับให้แคลอรีน้อยกว่าถึงร้อยละ 40

ไซลิทอลกับการป้องกันฟันผุ

         เนื่องจากในไซลิทอลมีคาร์บอน 5 อะตอม  ซึ่งแบคทีเรียในช่องปากอันเป็นสาเหตุของการเกิดฟันผุชื่อมิวแทน  สเตรปโตค็อกไต (Mutans  Streptococci)  ไม่อาจย่อยสลายมาเป็นอาหารได้  ทำให้แบคทีเรียดังกล่าวอ่อนแอและค่อยๆ ลดจำนวนลง  ดังนั้นถ้าใช้ไซลิทอลต่อเนื่องเป็นประจำจะช่วยแก้ปัญหาให้แบคทีเรียตัวนี้และยังช่วยลดการเกิดคราบเชื้อจุลินทรีย์ที่ยึดเกาะฟันได้อีกด้วย

ประโยชน์สำคัญอีกอย่างของไซลิทอล 

คือ  ช่วยในการคืนกลับของแร่ธาตุ (Remineralization)  โดยปกติฟันผุเกิดจากองค์ประกอบ 3 ส่วนคือ  น้ำตาล  แบคทีเรีย  และฟัน  เมื่อเรากินอาหาร  แป้งจะเปลี่ยนเป็นน้ำตาล  ส่วนแบคทีเรียในปากจะเปลี่ยนน้ำตาลเป็นกรด  จึงทำให้มีค่า pH ในช่องปากลดลง  ซึ่งกรดนี้จะทำลายแร่ธาตุที่เป็นประโยชน์  เช่น  แคลเซียมและฟอสเฟตต่างๆ ที่เคลือบฟันอยู่ให้หลุดออกไป  เป็นการทำลายสารเคลือบฟัน (Deminalization)  ตามธรรมชาติ

           น้ำลายของเราก็เป็นตัวช่วยให้แร่ธาตุต่างๆ  ที่หลุดออกไปกลับคืนสู่ฟันอีกครั้ง  ซึ่งถ้าหากมีไซลิทอลผสมอยู่จะช่วยให้น้ำลายมีความสามารถในการสะเทินกรดด่างได้ดีขึ้น  และเมื่อมีการสะสมแร่ธาตุคืนกลับ  จะช่วยป้องกันฟันผุ  ลดการสูญเสียเนื้อฟัน  หรือในผู้ที่มีรอยผุระยะเริ่มแรก (White Spot Lesions)  ก็จะไม่เกิดเป็นรูผุเพิ่มขึ้น

ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ

         ไซลิทอลเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายมากกว่า 30 ปีในแถบยุโรป  โดยได้รับการรับรองถึงประสิทธิภาพในการป้องกันฟันผุจากสมาคมทันตแพทย์ชั้นนำกว่า 10 ประเทศ  เช่น ฟินแลนด์  แคนาดา  อังกฤษ  ฝรั่งเศส  จากนั้นก็ขยายสู่อเมริกา  และมาถึงเอเชียในปี พ.ศ. 2540  โดยเริ่มจากประเทศญี่ปุ่น  เกาหลี  จีน  และไต้หวัน  ด้วยคุณประโยชน์หลายอย่างที่มีต่อสุขภาพปากและฟัน  ดังนั้นนอกเหนือจากฟลูออไรด์ซึ่งแพร่หลายมานานและเป็นที่รู้จักกันดีในเมืองไทยในเรื่องของประสิทธิภาพป้องกันฟังผุ  โดยมีทั้งนิยมใช้เป็นส่วนผสมอยู่ในยาสีฟัน  น้ำยาบ้วนปาก  และชนิดรับประทาน  สารไซลิทอลจึงนับเป็นทางเลือกใหม่ที่มีส่วนช่วยดูแลป้องกันฟันผุ  สามารถนำมาเป็นส่วนประกอบที่ให้ความหวานแทนน้ำตาลในผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น  หมากฝรั่ง  ลูกอม  น้ำยาบ้วนปาก  รวมทั้งนำมาเป็นส่วนผสมในยาสีฟัน  ซึ่งการบริโภคผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของไซลิทอลจำเป็นต้องเลือกชนิดที่มีปริมาณเกินร้อยละ 50 ของปริมาณสารให้ความหวานที่เป็นส่วนผสมอยู่  และถ้าเป็นหมากฝรั่งก็ควรจะเคี้ยวนานอย่างน้อย 3 นาทีขึ้นไป  จึงจะได้ผลในการป้องกันฟันผุ

อาหารที่มีประโยชน์กับฟัน

          อาหารที่อุดมด้วยแมกนีเซียม  เช่น  ผักสีเขียว  ปลาเล็กที่กินได้ทั้งตัว  ธัญพืช  ถั่วเหลือง  เมล็ดเปลือกแข็ง  รวมทั้งอาหารอุดมด้วยฟอสฟอรัส  เช่น เนื้อสัตว์  ปลา  ผลิตภัณฑ์จากนม  จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้ฟัน  ส่วนอาหารที่มีผลทำให้เกิดฟันผุก็คือ  อาหารจำพวกแป้งและน้ำตาล  ดังนั้นควรเลี่ยงอาหารที่มีน้ำตาลให้มากที่สุด  หรือเลือกชนิดที่มีน้ำตาลต่ำ  ผลไม้ชนิดที่ไม่หลานจัด เช่น ฝรั่ง  ชมพู่  แอปเปิ้ล  สำหรับเครื่องดื่ม  ไม่ควรดื่มน้ำอัดลม  น้ำหวาน  และน้ำผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวเนื่องจากมีฤทธิ์เป็นกรดหรืออาจเคี้ยวหมากฝรั่งซึ่งมีส่วนผสมของไซลิทอลหลังอาหาร  เพื่อช่วยลดการเกิดฟันผุได้

รักฟัน...ต้องเอาใจใส่ฟัน

         แม้ว่าไซลิทอลจะเป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่เพิ่มเข้ามาในการดูแลรักษาฟัน  แต่การหมั่นดูแลฟันโดนการแปรงฟันอย่างถูกวิธีด้วยแปรงสีฟันที่มีคุณภาพดีร่วมกับการใช้ไหมขัดฟันก็เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องทำเป็นประจำทุกวัน  การใช้ไหมขัดฟันนอกจากเพื่อขจัดเศษอาหารที่ติดอยู่  ยังช่วยขจัดคราบจุลินทรีย์ที่มองไม่เห็นได้ด้วย  โดนคราบฟันที่เราสามารถขจัดออกได้โดยการแปรงฟันร่วมกับไหมจัดฟันนี้ต้องเป็นคราบฟันที่เพิ่งเกิดไม่เกิน 24 ชั่วโมง  เนื่องจากถ้าปล่อยคราบฟันทิ้งไว้เกิน 24 ชั่วโมง  ก็จะเริ่มมีแร่ธาตุต่างๆ มาจับและตกตะกอนมากขึ้น  โดยที่เราไม่อาจขจัดออกไปได้และจะสะสมตัวกลายเป็นหินปูนที่จำเป็นต้องให้ทันตแพทย์  เป็นผู้ขจัดออก  ทั้งนี้การดูแลสุขภาพในช่องปากที่ดีจะส่งผลให้มีเหงือกและฟันแข็งแรง  ไม่ติดเชื้อง่ายและบดเคี้ยวอาหารได้ดี  ส่งผลให้ระบบการย่อยอาหารเป็นไปด้วยดี และยังช่วยให้ร่างกายแข็งแรง  ไม่เจ็บป่วยง่าย  เป็นการเติมเต็มคุณภาพชีวิตและสุขภาพที่ดีทั้งภายในและภายนอก

ดูแลฟันอย่างไรให้ถูกวิธี

1.   แปรงฟันอย่างน้อยวัยละ 2 ครั้ง  และควรบ้วนปากด้วยน้ำสะอาดทุกครั้งหลังอาหาร  ส่วนผู้ที่ใส่ที่ ดัดฟัน  หรือใส่ฟันปลอมต้องแปรงฟันทุกครั้งหลังอาหาร
2.   ใช้ไหมขัดฟันอย่างน้อยวันละครั้ง
3.   เลือกรับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพฟัน  และหลีกเลี่ยงอาหารที่มีน้ำตาลสูง
4.   ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพฟันอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

ข้อมูลเพิ่มเติม

         ชมรมป้องกันฟันผุ (Thailand Society for Tooth Decay Prevention หรือ TSTDP)  ก่อตั้งในปี พ.ศ. 2546  โดยเป็นการรวมตัวของทันตแพทย์และคนในวงการทันตกรรมที่สนใจประโยชน์ของสารไซลิทอลเพื่อป้องกันฟันผุ  รวมทั้งความก้าวหน้าต่างๆ ทางวิชาการที่จะช่วยป้องกันฟันผุ  และร่วมกันเผยแพร่ประโยชน์ของไซลิทอลสู่ทั้งทันตแพทย์  สื่อมวลชน  และสาธารณชน  หากมีข้อสงสัย  สามารถฝากคำถามได้ที่  tstdp@hotmail.com

.....................................................................................................................................

ขอขอบคุณที่มาบทความ : นิตยสาร ELLE

11 มีนาคม 2549
เวลา 09:45 น. [A-955]

เชิญแสดงความเห็นในประเด็นนี้ | อ่านบทความครั้งก่อน

bookmarkความเห็นของผู้อ่าน...   

[C-2990] ความเห็นของ: คนรักฟัน
เมื่อวันที่ : 26 พ.ย. 2552, 14:40 น.

หนูฟันไม่ค่อยสวยฟันซ้อนกันทำความสะอาดก็ยาก
ได้มาอ่านก็จะหันไปดูแลฟันอย่างจริงจังค่ะ

[C-2331] ความเห็นของ: Salapao
เมื่อวันที่ : 21 พ.ย. 2551, 19:00 น.

ทำไมถึงดี๊...ดี

[C-1492] ความเห็นของ: nookiemickey_naka
เมื่อวันที่ : 18 ก.ย. 2549, 19:05 น.

Streptococcus mutans กับ mutans streptococci ต่างกันอย่างไรคะ ช่วยบอกที

[C-1438] ความเห็นของ: คนรักฟัน
เมื่อวันที่ : 30 ก.ค. 2549, 13:30 น.

น่าจะเพิ่มหัวข้อ ฟันดี.....ชีวีสุข เพิ่มเข้าไป

[C-1410] ความเห็นของ: หมูบิน
เมื่อวันที่ : 28 มิ.ย. 2549, 16:07 น.

เพิ่งไปขูดหินปูนมาวันนี้ หลังจากไม่ได้หาหมอฟันมาสิบกว่าปี
ก็เจ็บดีนะคะ มีฟันผุซี่นึง เห็นทีจะต้องหันมาดูแลสุขภาพฟันสัก
หน่อยแล้ว

[C-1246] ความเห็นของ: เติมรัก
เมื่อวันที่ : 15 มี.ค. 2549, 15:22 น.

เป็นความรู้ที่ดีมากเลยค่ะ

f o r   m u m   a n d   m e
contact us : webmaster@formumandme.com