![]() |
|
||
![]() |
|
|
|
|
|
ปัจจัยสำคัญที่เป็นแรงจูงใจในการสรรสร้าง แรงบันดาลใจคือคำว่า " เวลา " หรือ TIMING เราจะได้ยินเสมอว่า.เวลา เป็นสิ่งที่มีค่ามากมหาศาล ซึ่งไม่ว่าเทคโนโลยีของของโลกจะก้าวล้ำยุคไปขนาดไหน มนุษย์หรือนักวิทยาศาสตร์ ต่าง ๆ ก็พยายามค้นหา หาทางในการที่จะหยุดเวลา เพราะคำที่เรามักค้นหูกันและเปรียบเทียบเวลาเป็นสิ่งที่มีค่ามากที่สุด เช่น ปีทอง ชั่ วโมงทอง ต่าง ๆ จนกระทั่ง วินาทีทอง เป็นต้น แต่คงจะไม่สู้ดีนักหากจะกล่าวว่า.วันทอง หรืออาจจะดูแปลกๆไปหากจะพูดว่า.เดือนทอง
เมื่อพูดถึงการค้นหาสิ่งใหม่ ๆ หรือแม้กระทั่งโลกใหม่ ที่อยู่ในห้วงอวกาศ. ยานอวกาศ หรือแม้กระทั่งมนุษย์ต่างดาว ที่ภาษาต่างประเทศจ ะเรียกกันว่า ALIEN. ซึ่งยังไม่มีข้อมูลยืนยันกันเป็นหลักฐานอย่างแน่ชัดว่า เจ้ามนุษย์ต่างดาว รูปร่างหน้าตาเป็นยังไง หนังต่าง ๆ ที่กล่า วถึง หรือผู้สร้างล้วนต้องใช้แรงบันดาลใจและคิดสร้าง มนุษย์ ต่างดาวในอุดมคติของตนในรูปแบบต่าง ๆ นา ๆ ใครจะคิดยังไง ก็ถ่ายทอ ดออกมาเป็นอย่างนั้น จึงเป็นได้ว่า รูปแบบแฟชั่น ล้วนแล้วที่ได้แรงบันดาลใจเหมือนกัน สิ่งต่าง ๆ ที่นิยมกันมากในปีที่ผ่าน ๆ มานั้นทำเอา ห้องเสื้อดัง ๆ ไม่ว่าจะเป็นในหรือต่างประเทศ พากันร้องห่มร้องไห้ ปิดเซ็งลี้เป็นเป็นแถว ๆ เพราะสิ่งที่นิยมกันล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่ไม่มีเ หตุ ไม่มีผล จนไม่สามารถจะตอบได้ว่า สิ่งที่ผ่านมานั่นที่นิยมกันมากจะเรียกว่าแนวอะไร แม้กระทั่งทฤษฎีต่าง ๆ ของรูปแบบการแต่งกา ย ที่สากลนิยม หรือ HI FASHION ต้องปิดตำราได้เลย อย่างเช่น ทรงผมที่ชี้โด่ชี้เด่ (คนไทยเราจะเรียกกันว่า ทรงหนามทุเรียน แต่ ชา วต่างชาติเขาเรียกกันว่า JUST GOT OUT BED LOOKS หรือทรงที่เพิ่งตื่นนอนนั่นเอง) การแต่งหน้าแต่งตา บ้างก็ดูเหมือนคนติ ดยา บ้างก็ดูเหมือนคนที่เพิ่งไปบริจาคเลือดมา สำหรับรูปแบบเสื้อผ้า เสื้อใส่เล่นหรือลำลอง ก็ปักเลื่อม เสื้อผ้าทำงานก็ปักเลื่อม เสื้อราตรีก็ปั กเลื่อม แยกกันไม่หลุด ว่าอะไรเป็นอะไร รูปแบบรองเท้า ก็พากันเอาเขียงมาทำเป็นรองเท้ากันเป็นแถว ๆ แต่แนวโน้มของแฟชั่นสำหรับปี ค.ศ. 2001 ที่กำลังจะมานั้น เริ่มเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดูเหมือนจะเริ่มจัดระบบกันใหม่บ้างแล้ว ซึ่ งแนวโน้มหรือ FASHION TREND จะแบ่งตามความหมายของคำว่า "เวลา" ออกเป็น ช่วง ๆ และความหมายแตกต่าง กัน คือ
ดังนั้น แนวแฟชั่นที่ได้แรงบันดาลใจจากอดีตกาล พระนาง CLEOPATRA หรือราชินีแห่งความงาม จะเป็นต้นแบบที่เห็นได้อย่างชัดเ จน รูปแบบแฟชั่น เนื้อผ้าหรือแนวการแต่งกาย จะประกอบไปด้วย เส้นใยที่ได้จากธรรมชาติ เช่น ลินิน หรือ ไหม เนื้อผ้าพริ้วไหว (DISCREET) บางเบา และสวมใส่สบาย สีสันของเนื้อผ้า ก็เห็นจะประกอบไปด้วย สีขาว เป็นหลัก ผสมผสานกันอย่างลงตัว กับ สีสัน ที่เหมือนสีผ้าที่ย้อมจากสีธรรมชาติ ตั้งแต่มีหม่น ๆ ไม่สดใส เช่นสีอ่อนต่าง ๆ ของสี BEIGE หรือสี PASTEL ( คือกลุ่มสีอ่อน ที่ผสมสีขาวเป็นหลัก) หรือกลุ่มสีสดเช่น ใส ๆ ของสีชมพู สีม่วงอมชมพู สีฟ้า และสีเขียว รูปแบบการแต่งหน้า จะหันกลับมาเน้นเส้นขอบตาให้เห็นเด่นชัดขึ้น แต่สีของเปลือกตานั้นก็ยังคงมีความละมุนละไมของสีสันอยู่ แต่จะมีก ารใช้สีเข้มมาช่วยในการเน้นให้ดวงตาดูเป็นประกายมากขึ้น สำหรับปากจะเป็นการแต่งรูปปากอยากพิถีพิถัน สำหรับโทนสีนั้นก็จะเป็นสีที่เข้มขึ้นแต่ยังคงดูนุ่มนวลและจะเน้นเป็นแบบไล่โทนสีอ่อนเข้ม.บนริมฝีปาก ไม่สิ้นสุดของกาลเวลา รูปแบบการแต่งหน้า สีเปลือกตาที่เป็นสีเข้มกันซะส่วนใหญ่ สีกลางและสีที่มีสีประกายเงิน ผสมก็ยังคงมีอยู่บนเปลือกตา การแต่งหน้าช่วงแ ห่งเวลาการก้าวไปข้างหน้านี้ สีปาก จะเน้นไปทางความเข้มของสีประมาณกลางๆไม่เข้มมากและก็ไม่อ่อนอย่างสีม่วง สีทองแดง สีเทาเงิน ก็ยังคงมีให้เห็นอยู่สำหรับช่วงเวลาแห่งการก้าวไปข้างหน้านี้ ความสุขสดใสของการเวลา แนวแฟชั่นการแต่งหน้า สีตาจะเลือกใช้สีสันที่ดูมีประกายเล็กน้อย ผสมอยู่ในเฉดสีอ่อน สำหรับสีปากนั้น.ก็จะเน้นให้ดูมีสีสันมากขึ้น เหมือ นเป็นการย้ำเตือนให้หวนคิดถึงสีสันของน้ำหวาน อย่างเช่น.สีแดง สีชมพู และก็สีส้ม.แต่ทั้งหมดนั้นก็จะต้องมีความเงามัน.อยู่. เหมือนเคลือบด้วยน้ำผึ้งอีกชั้น.นั่นเอง การกำเนิดของกาลเวลา แนวแฟชั่นการแต่งกาย สีสันของแฟชั่นในช่วงเวลาแห่งการคืนสู่ต้นกำเนิดนี้นั้น.จะเป็นสีที่อยู่ในกลุ่มสีอบอุ่น.(Warm) และสีที่เป็นสีของเ ครื่องเทศ สีสันจึงดูสว่างอบอุ่นเหมือนการกลับสู่ความเป็นธรรมชาติ เนื้อผ้าตั้งแต่เนื้อผ้าธรรมชาติที่มีคุณภาพ ต่าง ๆ เช่น ผ้าฝ้าย จนกร ะทั้ง ผ้ายีนส์ ต่าง ๆ จุดเด่นที่เห็นอย่างชัดเจนคือ การประดับประดาของการปักไหม หรือลูกปัดต่าง ๆ ลงในเนื้อผ้า ดูเหมือนการแต่งกายข องชาวตะวันออกกลาง ที่แฟชั่นการแต่งกายสะท้อนให้เห็นการตัดเย็บด้วยรูปแบบที่เรียบง่าย แต่งเน้นการประดับประดาเนื้อผ้าให้ดูมีคุณค่าด้วยศิลปะการปักต่าง ๆ ตั้งแต่ เส้นทอง ไหม ลูกปัด หรืออัญมณี ต่าง ๆ เป็นต้น แนวแฟชั่นการแต่งหน้า. สีตาจะใช้สีสันที่ดูตัดกันอย่างเห็นเด่นชัด และมักจะทากันแบบเข้มจัด.และจะใช้การนำเอาสี EARTH TONE ที่เป็นสีอ่อนมาผสมผสานกับสีสันที่ดูอบอุ่น.หรือสีที่ดูร้อนแรงในการแต่งบนเปลือกตา สำหรับสีปาก ก็ยังคงเลือกสีที่เป็นดูร้อนแรงอย่างสีข องกลุ่มพวกเครื่องเทศ มาใช้เป็นสีปากหรือไม่ก็จะนำเอาสีม่วงเข้ม.สีแดงสดๆ .มาทาบนริมฝีปาก. และสิ่งที่ลืมไม่ได้เลยก็คือการเคลือบมันด้วย LIP - LACQUERRED มาเคลือบทับบนริมฝีปากอีกครั้งเพื่อให้ดูอวบอิ่มเยิ้มแทบจะหยด ทั้งหมดนี้ก็เป็นแนวโน้ม.ของแฟชั่น ปี ค.ศ. 2001 ที่กำลังจะเข้ามา. และนักออกแบบหรือเครื่องสำอางต่างๆก็จะนำเอาแนวแห่ง "ช่วงเวลา".นี้ไปนำเสนอออกมาตามความจินตนาการ.ของตนเอง แต่สิ่งที่สำคัญที่สุด ที่อยากฝากให้ท่านผู้อ่านทุกท่าน.ควรคำนึง.ก็คือ. อยากให้ทุกท่านอย่าลืม.สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ. "ตัวเอง" แฟชั่นจะเปลี่ ยนแปลงไป.ก้าวไปไกลแล้วย้อนกลับ.แต่สิ่งที่เป็นรูปแบบที่คงทนมั่นคงที่สุดก็คือ. "รูปแบบที่เป็นตัวเราเอง." (STYLE) ดังนั้น.เราสามาร ถที่จะทันสมัย ทันแฟชั่นได้ดีเสมอก็ต่อเมื่อเรา.สามารถนำเอาแฟชั่นนั้นมาดัดแปลงเพื่อให้เกิดความเหมาะสมกับตัวเราเอง รวมไปทั้ง.เรื่องการควบคุมโทนสี.(COLOUR) .ที่จะนำมาใช้ให้ดูกลมกลืนกับกลุ่มสีที่เป็นกลุ่มสีเฉพาะของตัวเราเอง แค่นี้.ทุกคนก็จะดูดีขึ้นตามแบบฉบับเฉพาะของบุคคล ดังนั้น อย่าลืม.เรียนรู้ทำความรู้จัก.กับตัวเองก่อน เป็นสำคัญ.แล้วท่านจะเป็นอีกคนที่หมดปัญหาในเรื่องการทันสมัย ทันแฟชั่น แต่ที่สำคัญ คือ "ดูดี"ด้วย ที่มา : Colour-n-Style โรงเรียน สอนศิลปะการแต่งหน้าและการแต่งกายโสภาส |
|
Copyright
reserved by formumandme.com ::: contact us : webmaster@formumandme.com
|