สุขภาพกาย | สุขภาพใจ | ความสวย ความงาม | ช้อปปิ้ง | ของกิน | ปาร์ตี้ | ท่องเที่ยว | กีฬา | ภาษาต่างประเทศ
  การศึกษา | กิจกรรม | กฎหมาย | บันเทิง | ไม่เชื่อ แต่อย่าลบหลู่ | ข่าวประชาสัมพันธ์ | รวมLinks | Web Board


Web ที่น่าสนใจ
Webboard
ความสวยความงาม
ซุ้มฝากข่าว
ซุ้มคุยกับแป๋ม

เทคนิคการเลือก ซื้อเครื่องสำอาง ตามเคาน์เตอร์
1.
อย่าหวังของแจก ของแถม
2.
คุยกับตัวแทน จำหน่ายเพื่อทดสอบ ความรู้ความเข้าใจ ของสินค้านั้นๆ
3.
อย่าซื้อถ้าผู้ให้ คำแนะนำไม่ สามารถอธิบายข้อมูล ของสินค้าได้
4.
ทดสอบสินค้า บริเวณข้อพับ หรือ ท้องแขน
5.
เลี่ยงการ ใช้นิ้วมือสัมผัส กับสินค้า ควรใช้ COTTON BUD ในการทดสอบ

ส่งหน้านี้ให้เพื่อน

 


โดยอาจารย์โสภาส ณ ตะกั่วทุ่ง sopas@colour-n-stylecom
"ภาพลักษณ์" (IMAGE) หมายถึง สิ่งที่ปรากฏขึ้น ,รูปแบบ, ภาพ,รูปภาพ ,รูปจำลอง
"บุคลิกภาพ" หมายถึง สภาพเฉพาะตัวบุคคลหรือนิสัยเฉพาะตัวบุคคล
ดังนั้น "ภาพลักษณ์กับบุคลิกภาพ " ก็หมายถึง สิ่งที่ปรากฏขึ้นตามสภาพเฉพาะตัวของบุคคล

ทุกวันนี้คนเรามักจะพยายามลืมสิ่งที่ปรากฏขึ้น ตามสภาพเฉพาะตัวบุคคลกันไป ก็เลยทำให้เกิดปัญหาในเรื่องการมีภาพลักษณ์และบุคลิกภาพที่ดีไป เพราะว่าส่วนใหญ่มักจะมองข้ามความสำคัญของตัวเองไป

โดยเปรียบเสมือนคำที่ว่าเส้นผมบังภูเขาก็คือ คนเรามักจะมองอะไรเกี่ยวกับตัวเองไม่เห็นแต่จะสามารถมองคนอื่นได้เห็นเด่นชัดกว่า ดัง นั้นทุกวันนี้เลยมีการปรับ "ภาพลักษณ์และบุคลิกภาพ" กันตามบุคคลที่ตนชื่นชมหรือตามศิลปินที่ตนเองหรือสังคมชื่นชอบ ก็เลยทำให้ก ลายเป็นบุคคลที่มีภาพลักษณ์และบุคลิกภาพ ไม่แน่นอน เพราะคนเราไทยเราโดยส่วนใหญ่มักใช้การ "เลียนแบบ"แต่ไม่ได้ใช้การ "เรียนรู้" อาศัยการเลียนแบบจากบุคคลรอบข้าง อาศัยการเลียนแบบจากโฆษณา อาศัยการเรียนแบบบอกต่อกันมา แต่ไม่ได้มีการ "เรียนรู้" การเรียนรู้ในที่นี้ผู้เขียนหมายถึง เรียนรู้จักตัวเอง

เอาล่ะครับไหนๆ ก็ไหนๆแล้ว เราลองมาทำการเรียนรู้ ทำความรู้จักกับตัวเองก่อนเป็นไร เพราะผู้เขียนมั่นใจเหลือเกินกว่ามีผู้อ่านอีกหลา ยท่านที่ยังไม่ได้รู้จักกับตัวเองเลยแม้ว่าจะใช้เวลานานนับสิบปีแล้วก็ตาม บางท่านยังคงรอคอยบุญพาวาสนาส่ง รอให้ขาวกว่านี้อีกหน่อย ,คอยให้สูงกว่านี้อีกนิด คิดว่าหากสาวกว่านี้ ก็คงจะดีไม่น้อย คงจะมี "ภาพลักษณ์และบุคลิกภาพ" ที่ดีกว่าที่เป็น แล้วทำไมเล่าท่านไม่หัน มายึดเอา "บุคลิกภาพ"หรือ สภาพเฉพาะตัวบุคคลของท่านมาปรับเพื่อสร้างให้มี "ภาพลักษณ์"ที่ดี กันซะตั้งแต่วันนี้ (ที่ได้ทำความรู้จักตัวเอง)เอาล่ะครับมาลองทำความเข้าใจตัวเองกันดูดีกว่านะครับ

คนเราทุกคนเกิดมา ไม่ว่าจะชาติใดภาษาใดก็ตามร่างกายคนเรานั้นจะต้องประกอบด้วย เซลล์ เลือดเนื้อ กระดูกและผิวหนัง(นี่อย่างง่า ยๆนะครับคงไม่ต้องอธิบายกันลึกซึ้งเหมือนเรียนแพทย์) ก็อย่างที่ง่ายและชัดเจนก็คือ "รูปร่าง" มีศีรษะมีเส้นผม มีอวัยวะครบเอาเป็นว่า ละไว้ในที่เข้าใจแล้วกันนะครับ เมื่อเรามีรูปร่าง แล้วเคยสังเกตหรือไม่ว่า ทำไมรูปร่างของเราถึงต่างกัน สูงเตี้ยดำขาวอ้วนผอมต่างกัน และผู้อ่านหลายต่อหลายท่านก็ไม่ยอมที่จะภูมิใจในสิ่งที่ตัวเองมีอยู่ ต่อแต่นี้ไปก็ขอให้หันมาทำความเข้าใจกันใหม่นะครับว่า คนเราทุก คนนั้น "สามารถดูดีได้หากเรารู้จักตัวเองดี"หรือสามารถนำเอาบุคลิคภาพนั้นมาสร้างเป็นภาพลักษณ์ที่ดีได้อย่างง่ายดาย"

เคล็ดลับการมี "ภาพลักษณ์และบุคลิกภาพที่ดี"นั้น ก็มีปัจจัยที่สำคัญที่สุดก็คือ

"สี" (COLOUR) ทำไมคนเรามีสีผมสีผิว สีดวงตาที่แตกต่างกัน ทำไมเราสวมเสื้อผ้าบางสีแล้วช่วยทำให้เราดูดี แต่บางสีทำไมท ำให้เรารู้สึกดูดีน้อยลงไปกว่าคนอื่นเค๊าใช้ บางครั้งเราสวมเสื้อผ้าบางสีรู้สึกเหมือนคนรอบข้างจะให้ความชื่นชมและความอบอุ่นเป็นกันเ องมากแต่บางสีทำให้เราดูหม่นดูหมองดูเครียดดูเหมือนไม่สบาย ดังนั้นคนไทยเราจึงมักจะพูดกันติดปากเสมอว่า "คน(ผิว)ขาวสว มใส่เสื้อผ้าสีอะไรก็ได้" ซึ่งเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนกันมานานนับสิบๆปี ดังนั้นจึงทำให้ผู้หญิงไทยหลายๆๆๆๆต่อหลายคนที่มีสีผิว ที่สวยเป็นสีผิวสีน้ำผึ้งจึงดูไม่ชื่นชมในสีผิวที่แสนสวยที่ตนเองมีอยู่เลย เพราะความเชื่อที่ว่า "สาวที่สีผิวสีแทนนั้นจะต้องมาจากครอบครัว ที่ลำบาก" ก็จึงพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองดูเหมือน(ขอใช้คำว่าดูเหมือน)คนสีผิวขาวสดใส ยอมทำทุกอย่างเพื่อจะให้สีผิวตัวเอง ด ูเหมือนขาวขึ้นจึงมีผลิตภัณฑ์ ที่เรียกกันว่า Whitening เกิดขึ้นมา และมีวิธีที่จะเอาใจคนที่สีผิวสีเข้มให้ดูเหมือนสีผิวใสขึ้นกว่าที่เป็นอ อกมาอีกหลากหลายวิธี ทั้งเจ็บตัวแถมเจ็บใจ(ภายหลัง)ก็มี เพราะสาเหตุอะไรล่ะครับ ก็เพราะความที่ไม่ได้เรียนรู้จักตัวเองหรือไม่เรียนรู้จัก ภาพลักษณ์และบุคลิกภาพที่ตัวเองมีนั่นเอง

คนเราทุกคนสามารถเลือกใช้ "สี" ทุกสีได้แต่ต้องคำนึงถึง ความเข้มของสีที่เหมาะสมกับสีผิวของตนเองเป็นสำคัญ ท่านผู้อ่านเชื่อหรือไม่ว่า "สีทุกสี มีความสำคัญในตัวเองทุกสี

คนเราทุกคนก็มีความสำคัญในตัวเองเช่นกัน ดังนั้นหากเราสามารถนำเอาความสำคัญของคน กับเอาความสำคัญของสีมาผนวกรวมกันใ ห้เกิดความกลมกลืนได้ก็จะทำให้คนๆนั้นก้าวสู่ความสำเร็จไปแล้วครึ่งนึง ดังคำพูดที่ว่า "เลือกสีให้เหมาะสมกับคน" เราก็จะได้ "คนที่เหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่การงาน"

สีสามารถสร้างความน่าเชื่อถือให้เกิดขึ้นกับผู้พบเห็นได้ หากท่านผู้อ่านอยู่ในตำแหน่งหน้าที่การงานที่ต้องการสร้างภาพลักษณ์ให้เกิดความน่าไว้วางใจ ความเข้มของสีจะสามารถช่วยท่านได้มากทีเดียว

สีสามารถสร้างความเป็นกันเองให้กับผู้พบเห็นได้ หากท่านผู้อ่านทำงานที่ต้องติดต่อพบปะกับผู้คนเยอะๆความสว่างสดใสของสี ก็สามารถช่วยทำให้เกิดความรู้สึกได้อย่างน่าอัศจรรย์เชียวนะจะบอกให้

สี สามารถสร้างความเสมอภาคทางความรู้สึกให้เกิดกับผู้พบเห็นได้ หากท่านผู้อ่านต้องการที่ไม่ให้เกิดช่องว่างระหว่างความรู้สึกของตั วท่านกับผู้พบเห็น ความเข้มของสีความสว่างสดใสของสีที่ได้รับการเพิ่ม และลดลงจะช่วยทำให้ความรู้สึกที่ไม่ข่ม หรือไม่โดนข่มก็จะเกิดขึ้นกับผู้พบเห็นเช่นกัน ความเสมอภาคทางด้านความรู้สึกก็จะไม่มีช่องว่างเกิดขึ้น

ท่านผู้อ่านเชื่อรึไม่ว่า คนไทยจำนวนมากที่เข้าใจเรื่องโทนสีไม่ถูกต้อง เราจะเคยได้ยินว่าโทนสีในศิลปะนั้นมีสองวรรณะหรือว่าสองโทนสี คือ วรรณะร้อน (WARM) และสีวรรณะเย็น (COOL) และสีจะเริ่มจากแม่สีสามสี คือสีเหลือง สีแดง และสีน้ำเงิน และหากจ ะถามว่าแม่สี สีไหนที่เป็นตัวแทนโทนสีวรรณะร้อนเกือบร้อยคน(ไทย)มักจะตอบว่าสีแดง นี่คือสิ่งที่ผมเจอกับผู้ที่เข้ามาขอคำปรึกษาเกี่ยวกับการค้นหาสีเฉพาะตัวเอง

ความจริงแล้ว ตัวแทน- ของโทนสีร้อน(WARM) หรือสีวรรณร้อนนั้นคือสีเหลือง(Yellow)

เพราะสีเหลืองจะทำให้สีทุกสีนั้นสว่างสดใสขึ้น เพราะฉะนั้นสีทุกสีนั้นสามารถเป็นโทนสีร้อนได้หากสีเหล่านั้นถูกผสมด้วยสีเหลืองใน อัตราส่วนที่เยอะกว่าซึ่งปัญหาเหล่านี้ผู้อ่านที่เป็นคนไทยน้อยคนจะให้ความสนใจดังนั้นปัจจุบันนี้ไม่ได้แล้วนะครับเราต้องเรียนรู้ทุกๆอย่ าง เพราะโลกเราแคบลงทุกวันแม้ว่าจะมีการพัฒนาก้าวไกลไปแค่ไหนก็ตามแต่หากเรายังไม่รู้จักการเรียนรู้ตัวเองให้เข้าใจแล้วล่ะก็ ก็คงไ ม่มีประโยชน์เพราะคงไม่สามารถทำอะไรได้ดีจนประสบความสำเร็จเพราะในเมื่อเรายังไม่รู้จักตัวเอง แล้วเราจะไปทำอะไรให้ได้ดีได้อย่างไรใช่ไหมครับ

ตัวแทนของโทนสีเย็น(COOL) ก็คือ น้ำเงิน(ฺBLUE) เพราะสีน้ำเงินจะทำให้สีทุกสีดูเย็นตา,นุ่มตาสบายตาขึ้น และสีทุกสีก็สามารถเ ป็นสีเย็นได้เช่นกันหากสีเหล่านั้นถูกผสมด้วยสีน้ำเงินในอัตราส่วนที่เยอะกว่า ดังนั้นไม่มีการจำกัดว่าสีร้อนมีสีอะไรบ้างหรือสีเย็นมีสีอ ะไรบ้าง เพราะจะดูแตกต่างกันจากความสว่างสดใสขึ้นกับความเย็นตาหรือสบายตานุ่มตา และท่านผู้อ่านเชื่อหรือไม่ว่าคนเรานั้นก็ส ามารถจัดอยู่ในโทนร้อนและบางท่านก็อยู่ในโทนเย็น และหากผู้เขียนจะพูดว่าคนเราจะต้องจัดอยู่ในหนึ่งกลุ่มโทนสี ท่านผู้อ่านจะเชื่อห รือไม่และหากผู้เขียนจะพูดต่อไปอีกว่าบางท่านก็สามารถมีทั้งโทนร้อนและทั้งโทนเย็น ผมว่าท่านผู้อ่านบางท่านอาจจะเกิดอาการเอาคิ้วผูกโบว์กันแล้วเป็นแน่ ไม่ต้องสงสัยเลยครับ

ท่านผู้อ่านลองย้อนนึกไปถึงกลุ่มเพื่อนๆหรือคนที่เรารู้จักกันสักนิด ว่าคนบางคนเราดูแล้วรู้สึกถูกชะตา(กรรม)เสียนี่กระไร อยากพูดอยา กคุยด้วยและเมื่อได้รู้จักแล้วก็รู้สึกจะเล่าอยากบอกอยากระบายความในใจให้เค๊าฟัง เพราะรู้สึกว่าเค๊าเป็นคนที่ไม่มีอะไรช่างดูอบอุ่นเสียนี่กระไร

แต่กับเพื่อนหรือคนที่เรารู้จักบางคนเจอหน้ากันครั้งแรกก็รู้สึกว่าช่างไม่ถูกชะตาเสียนี่กระไร ทั้งๆที่เค๊าเองก็ไม่ได้ทำอะไรให้ซักกะนิด ก็สามารถพิชิตต่อมหมั่นไส้ของเราได้แล้ว

ไม่ใช่อะไรหรอกครับทั้งหมดนั่นเกิดจากอิทธิพลของโทนสีนั่นเอง บางคนที่ไปไหนมาไหนแล้วมีคนรักใคร่ เอ็นดู ก็มาด้วยอิทธิพลของส ีแห่งความอบอุ่น ซึ่งคนกลุ่มนี้จะประสบความสำเร็จในหน้าที่การประเภทงานที่ต้องพบปะผู้คนเยอะๆอย่างงานการโรงแรมการประชาสั มพันธ์และงานอื่นๆที่ต้องเจอคนนั่นแหละอย่าอย่าเพิ่งเถียงนะครับว่างานทุกงานน่ะก็ต้องเจอคนแหละ แหมถึงเจอคนก็จริงแต่ท่านลอ งนึกตรึกตรองดูซะหน่อยเป็นไรว่า บางครั้งในสถานที่ทำงานที่มีกลุ่มคนหรือผู้ร่วมงานกันไม่มากมาย ก็มีคนบางคนรู้จักกันไม่ทั่วถึงยังมีเลยบอกแล้วไงไม่เชื่ออย่าลบหลู่

บางคนที่มีความสามารถพิเศษ คือการใช้หน้าตาและตัวเองเป็นอาวุธ คือไม่ต้องพูดอะไรเลย แค่ปรากฏกายก็สามารถทำให้เหล่าสหายพ่ ายกระเจิงแตกฮือกันไปแล้ว(อันนี่เว่อร์นะครับหากมีบุตรหลานอ่านอยู่ด้วยก็ขอให้ใช้วิจารณญาณในการอ่านด้วยขอบคุณ)

ก็แบบยังไม่ต้องทันพูดคุยกันก็สามารถขยับต่อมหมั่นไส้ได้แล้วอย่างที่กล่าวไปแล้วนั่นแหละ อย่างที่คนโบราณหรือคนไทยสมัยก่อน มักจะพูดเสมอว่าศรศิลป์ไม่กินกัน คนกลุ่มนี้ก็เกิดจากสีที่อยู่ในกลุ่มโทนเย็นนั่นเองเช่นกัน

อ้าวอ้าวอ้าว ท่านผู้อ่านบางท่านก็คงนึกแย้งในใจว่าแล้ว เมื่อตะกี้ที่พูดว่าบางคนก็มีทั้งโทนร้อน และโทนเย็นอยู่ในตัวคนคนเดียวแล้วเจ้ าอาการที่เกิดเนี่ยะจะเป็นเช่นไรฤา แล้วมีโรคแทรกซ้อนรึปล่าว อันนี้ผู้เขียนขอบอกว่าไม่มีอาการแทรกซ้อน แต่จะมีอาการสับสนกับตัวเ องเล็กน้อย แบบบางทีตัวเองก็ยังไม่ทราบเหมือนกว่า อันตัวข้าฯ เองนั้นต้องการอะไรกันแน่ ก็เกิดอาการงงครับท่านผู้อ่าน เอาล่ะท่าน ผู้อ่านท่านใดทีมีอาการแทรกซ้อนเช่นนี้ก็พึงทำความใจซักนิดว่า ท่านกำลังมีอาการต่อสู้กันระหว่างโทนร้อนและโทนเย็นภายในตัวท่านแล้ว

อย่างที่เพื่อนผู้อ่านมักจะชอบพูดเสมอว่าวันนี้นางเอกหรือนางร้ายเข้าประทับ ก็คอยดูทิศทางลมของเจ้าหล่อนให้ดี ท่านผู้อ่านท่านใด ที่เคยมีอาการเวลาชอบใครใครในที่นี้หมายถึงเพื่อนหรือหนุ่มหรือสาว คนที่ใจท่านจะคิดว่าพิเศษว่าคนขึ้นจั๊กหน่อยนึงก็อาจเป็นได้เราไ ม่ว่ากัน ตอนที่เรารู้สึกชื่นชมก็จะติดต่อไปหาเค๊าไม่ขาดโทรฯหาปรึกษาพูดคุยกันวันไม่เว้น แต่บางครั้งก็เกิดอาการเจ(รู้สึกจำเจ) เค๊าโท รฯมาหาก็ไม่ยอมรับสายแถมบอกว่าไม่อยู่ซะอีก ซึ่งบางครั้งตัวเองก็แสนงงกับความรู้สึกตัวเองเช่นกัน

เอาล่ะครับก็เรื่องของสี ที่มาสร้างให้เกิดภาพลักษณ์ ก็คงจะพอเริ่มสังเกตกันได้อยู่บ้างนะครับ ขึ้นชื่อว่า "ภาพ"จะสวยหรือไม่ก็อยู่ที่กา รใช้"สี" เลือกสีได้เหมาะสมกับภาพนั้นหรือไม่ ดังนั้นท่านผู้อ่านก็ควรที่จะเรียนรู้การเลือก "สี" มาใช้ให้เกิดความเหมาะสมกับตัวเองเช่ นกันจึงจะทำให้ท่านมี "ภาพลักษณ์" ที่แสนสวยงามและดูเป็นภาพที่มีราคา ควรค่าแห่งการเลือกใช้อ้าวไปกันได้ไงนี่และรูปร่างของค นเรานั้น ก็มีอีกอย่างที่ประกอบขึ้นมาควบคู่และสำคัญไม่น้อยกว่าเรื่อง "สี" ก็คือรูปแบบหรือว่า STYLE

ท่านผู้อ่านเคยสงสัยรึไม่ว่าทำไมคนเราบางคนมีเส้นผมที่ตรง บางคนมีเส้นผมที่หยักศก หรืออาจจะถึงหยิกหยอง บางคนทำไมมีรูปหน้ารู ปกลมมน แต่บางคนทำไมมีรูปหน้าเป็นเหลี่ยมๆ ทำไมผู้หญิงบางคนมีหน้าอกเล็กเอวใหญ่สะโพกแฟบ แต่บางคนมีรูปร่างที่มีหน้าอกอันตระหง่าน เอวคอด สะโพกผายกลมกลึง หรือบางคนก็มีหน้าอกเล็กแต่กลับมีสะโพกใหญ่หน้าขาใหญ่

เอาล่ะครับ เราลองมาดูซิครับว่าเกิดจากสาเหตุอะไรกัน ทั้งนี้สิ่งที่เป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาก็คือ "เส้น" (LINE) ภาพที่ ดีที่สวยงามนั้น ต้องประกอบด้วยเส้นและสีที่สวยงาม และลงตัวกันได้อย่างกลมกลืน

สมัยก่อนคนไทยเรามักจะเชื่อเรื่องบุญธรรมกรรมแต่ง และคนที่จะเป็นคนที่ได้รับความประทับใจจากผู้พบเห็นได้จะต้องมีรูปแบบที่คนไ ทยได้จัดวางไว้ อย่างเช่นไก่ที่สวยก็ต้องมีลักษณะเช่นไรบ้าง ผู้ชายจะหล่อต้องประกอบด้วยอะไรบ้างผู้หญิงจะสวยก็จะต้องประกอบขึ้นด้วย…

ผิวพรรณงดงาม(สีผิว) ผมเข้มดำขลับราวกับขนกาน้ำ(สีผม) คิ้วดำเข้ม ดวงตากลมโตสีดำ(สีดวงตา) รูปร่างจะต้องหน้าอกสวยงามรา วกับช่างปั้นแต่งขึ้นมา เอวคอด สะโพกกลมกลึง ซึ่งทั้งหมดนั้น ก็เกิดจากเส้น(LINE) ของรูปร่าง นั่นเป็นสิ่งที่แค่ถูกจำกัดขึ้นมาแล้วบอก ต่อกันมาสืบทอดกันหลายชั่วอายุของคน ก็ไม่ว่ากันเพราะนั่นคือคุณสมบัติที่ดีของ "คนสวย" แต่ปัจจุบันนี้ มีคำนิยามออกมาใหม่ว่า "คน ดูดี" ได้นั้นไม่ต้องอาศัยความสวยหรือความหล่อ บางครั้งคนที่สวยหรือคนที่หล่อนั้นจะอาจจะดูไม่ดีก็ได้ หากขาดความเข้าใจในการเรียนรู้จักตัวเอง

"คนที่มีภาพลักษณ์และบุคลิกดี " คือคนที่สามารถเลือกใช้และสามารถควบคุม โทนสีและรูปแบบ ได้ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า นั่นต่างหา กจึงได้รับความชื่นชมจากผู้พบเห็น เรามักจะได้ยินบ่อยๆว่าเค๊าไม่ใช่คนสวยหรือคนหล่อนะแต่ทำไมเค๊าดูดี๊ดี นี่ไง สิ่งที่เป็นคำตอบอยู่ตรงนี้แล้ว

เส้น (LINE) สามารถเป็นสิ่งกำหนดให้คนเรานั้นเป็นไปในทิศทางที่จะเป็นคนดูหล่อหรือสวยงาม หรือเป็นคนที่ดูดี บางคนเกิดมาเพื่อบ่ งบอกลักษณะความเป็นผู้หญิงได้ชัดเจนก็เกิดจาก "เส้นที่เป็นเส้นโค้ง" ดังนั้น จึงดูแล้วอ่อนหวาน ซึ่งคนไทยมักจะชื่นชมกับสิ่งที่อ่อนช้อ ย ก็จะชื่นชมผู้หญิงที่มีลักษณะที่ประกอบด้วยเส้นโค้ง แต่สำหรับสาวที่เกิดมาแล้วมีส่วนประกอบด้วย"เส้นตรง"ก็มักจะน้อยอกน้อยใจและ ยิ่งในยุคปัจจุบันนี้มีการทำศัลยกรรมกันมากขึ้น ก็ยิ่งใช้ความพยายามปรุงแต่งปั้นเสริมกันโดยไม่ได้คำนึงถึงความสำคัญของตัวเองและไม่พยายามที่จะเรียนรู้จักตนเองทำให้เกิดปัญหา ขึ้นหน้าหนึ่งกันทางหนังสือพิมพ์บ่อยๆ

ลองมาทำความเข้าใจกันดีกว่า ว่าหากคุณเกิดมาแล้วประกอบขึ้นด้วย " เส้น" ซึ่งเส้นก็จะดูแตกต่างกันแล้วเราจะไปในทิศทางใดที่จะท ำให้เราเป็นคนที่ได้รับความชื่นชมจากผู้พบเห็นสาวที่เกิดขึ้นมาแล้วประกอบด้วย "เส้นตรง" เช่นเส้นผมก็เหยียดตรง รูปหน้าก็เป็นรูปเห ลี่ยมเห็นเด่นชัด หน้าอก,เอวสะโพกก็แทบจะตรงเป็นเส้นตรง หรือประเภทที่มักจะเรียกกันว่าเทพีวัดทับกระดาน หรือเทพีวัดเรียบห้าปี ซ้อนท่านก็จงภูมิใจและทำใจเถอะครับท่านเป็นผู้หญิงที่โชคดีที่สุด เพราะเป็นผู้หญิงที่มีภาพลักษณ์และบุคลิกที่เป็นผู้หญิงที่ดูเท่ทันส มัย ก็มองข้ามเรื่องความหวานแหววไปได้เลยครับ และเรื่องความคิดทำศัลยกรรมหน้าอกหน้าใจก็จะดูไม่เหมาะสม(อย่างยิ่ง)

คุณลองเลือกทรงผมที่โชว์ความเหยียดเป็นเส้นตรงของคุณให้ดูน่าสนใจและที่สำคัญก็คือ เลี่ยงทรงผมที่เป็นทรงยาวเกินไปเพราะจะเป็ นการเน้นให้เห็นถึงเส้นของรูปหน้าชัดเกินไป ก็เลือกทรงผมที่เป็นทรงสั้นๆเท่ๆจะดีกว่า ลืมไปเถอะว่าคำพูดของคุณแม่ที่เคยสั่งสมกันม านานที่ว่า "อีหนูเอ๋ยจงไว้ผมยาวนะเพราะผู้ชายไทยชอบผู้หญิงผมยาว" สมัยนี้น่ะผู้ชายไทยชอบผู้หญิงที่เก่ง และสามารถหาเลี้ยงได้ ต่างหาก สังคมปัจจุบันต้องช่วยกันทำมาหา(เรื่อง)รับประทานกันแล้วครับท่านผู้อ่าน

การมี "ภาพลักษณ์ที่ดีและมีบุคลิกที่ดี"นั้น อยู่ที่ตัวเราเองเป็นสำคัญ ดังนั้นควรที่จะให้ความสำคัญของตัวเองก่อนเป็นหลักจงเป็นอย่างที่ ตัวเองเป็นและเรียนรู้ที่จะรักตัวเองให้เป็นแล้วยึดตัวเองเป็นหลักปรับทุกอย่างที่จะเข้ามาเกี่ยวข้องกับตัวเรา อย่าปรับตัวเราให้เป็นไปตามสิ่งที่เราจะนำเข้ามาใช้


Copyright reserved by formumandme.com ::: contact us : webmaster@formumandme.com