|

|
|
{text3}
|
 |
|

|
|
ส่งหน้านี้ให้เพื่อน
|
 |
|
|

กินอาหารให้ครบทั้ง
5 หมู่ ทุกวัน และให้หลากหลายชนิด ไม่ซ้ำซาก เนื่องจากในอาหารแต่ละชนิดมีปริมาณสารอาหารไม่เท่ากัน
หากกินอาหารชนิดเดียวเป็นเวลานานๆ จะทำให้เป็นโรคขาดสารอาหารที่มีน้อยในอาหารชนิดนั้นๆได้
- ผู้ที่มีน้ำหนักเกินมาตรฐานหรือเป็นโรคอ้วน
หรือมีไขมันในเลือดสูงกว่า 220 มก./ดล. จำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลงแบบแผนการบริโภคเพื่อลดโคเลสเตอรอลในเลือด
ดังนี้
- ลดความถี่ของการบริโภคเนื้อหมู
เนื้อวัว งดบริโภคหนังเป็ด หนังไก่
- งดเว้นการใช้น้ำมันจากสัตว์และกะทิในการประกอบอาหาร
โดยใช้น้ำมันพืชที่มีไขมันอิ่มตัวแทน เช่น น้ำมันถั่วเหลือง
น้ำมันรำ น้ำมันข้าวโพด เป็นต้น
- ลดการบริโภคอาหารที่มีโคเลสเตอรอลสูงและควบคุมปริมาณโคเลสเตอรอลในอาหารให้ต่ำกว่าวันละ
300 มิลลิกรัม
- กินปลาทะเลเพิ่มขึ้น
เนื่องจากไขมันในปลาทะเล จะมีกรดไขมันชนิดที่มีความไม่อิ่มตัวสูง
- กินอาหารที่มีใยอาหารสูง
ซึ่งจะให้ประโยชน์ในการดูดซับสารอาหารไขมันและน้ำดีไว้ในลำไส้
ทำให้ได้รับอาหารไขมันลดลง
- ควรกินอาหารประเภทที่ให้สารโปรตีน
ที่มีกรดอมิโนอาร์จินีน เพื่อกระตุ้นให้มีการหลั่งโกรทฮอร์โมน
ช่วยในการเจริญเติบโตของเซลล์และใช้ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ เช่น
ถั่วเหลือง งาขาว กุ้งแห้ง ปลาป่น ปลาทะเล ถั่วแดง ถั่วเขียว
นม ไข่
- กินอาหารประเภทผัก
ผลไม้ และข้าวไม่ขัดสีเพิ่มขึ้น เพื่อให้ได้ใยอาหาร ช่วยดูดซับสารอาหารไขมันและน้ำดีไว้ในลำไส้
ทำให้ได้รับสารอาหารไขมันลดลง
- กินอาหารที่มีแคลเซียมสูง
เพื่อเก็บรักษาระดับแคลเซียมและการสูญเสียแคลเซียมของร่างกาย
เพื่อป้องกันโรคกระดูกพรุน
- กินอาหารจำพวกพืชที่ให้ไฟโตเอสโตรเจน
พืชบางชนิดจะมีฮอร์โมนที่เรียกว่าไฟโตเอสโตรเจน ซึ่งฮอร์โมนตัวนี้สามารถใช้แทนฮอร์โมนที่ได้จากการสังเคราะห์
แม้ว่าความสามารถอาจไม่ดีเท่า โดยเฉพาะกับผู้หญิงที่มีความเสี่ยงต่อมะเร็งเต้านม
หรือมะเร็งมดลูก สารไฟโตเอสโตรเจนจะมีในถั่วเหลือง ถั่วแดง
ถั่วเขียว ถั่วดำ งา ฟักทอง กะหล่ำปลี บล็อคโคลี แครอท ข้าวโพด
มะละกอ มันฝรั่ง ข้าวกล้อง เป็นต้น

|