|

|
|
{text3}
|
 |
|

|
|
ส่งหน้านี้ให้เพื่อน
|
 |
|
|

เริ่มมีครั้งแรก
ที่อำเภอกระทู้ ในปี พ.ศ 2368 เมื่อพระยาถลาง ( เจิม ) ได้ย้ายเมืองถลาง
มาตั้งที่บ้านเก็ตโฮ่ ซึ่งอุดมไปด้วยแร่ดีบุก แต่บริเวณนั้น เป็นป่าทึบ
มีไข้ป่าชุกชุม ดังนั้นเมื่อ คณะงิ้วเร่ จากเมื่อจีนมาเปิดการแสดงและล้มเจ็บลง
คณะงิ้วจึงได้ประกอบพิธีกินผักขึ้น เพื่อบวงสรวงเทพเจ้า " กิ๋วอ๋องไต่เต
" และ " ยกอ๋องช่งเต " หลังจากนั้น ปรากฏ ว่า โรคภัยไข้เจ็บก็ได้หมดไป
ชาวบ้านกะทู้สอบถามได้ความเช่นนั้น ก็เกิดความศรัทธา จึงประกอบพิธีกินผักขึ้น
โดยเริ่มตั้งแต่ วันขึ้น 1 ค่ำ ถึงวันขึ้น 9 ค่ำ รวม 9 วัน 9 คืน เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตัว
และแก่บ้านเมือง ต่อมามีรู้ รับอาสาไปเชิญ เหี่ยวโห้ย หรือ เหี่ยวเอี้ยน
( ควันธูป ) และเลื่อนตุ๋ย ( ป้ายชื่อ ) พร้อมทั้งคัมภีร์ต่าง ๆ ที่ใช้ในพิธีกินผัก
ในมณฑลกังไส ประเทศจีน และได้เดินทางกลับมาถึงในวันขึ้น 7 ค่ำ เดือน 9
เมื่อชาวบ้านทราบข่าว จึงได้จัดขบวนไปรับที่บ้าน บางเหนียว อันเป็นกำเนิดของพิธีรับพระนั่นเอง
ในการกินผักนั้น ช่วงบ่ายก่อนวันพิธี
1 วัน จะมีพิธียกเสาโกเต้ง ไว้หน้าศาลเจ้า เพื่อประกอบพิธีอัญเชิญเจ้า
" ยกอ๋องช่งเต " ( พระอิศวร ) และ กิ๋วอ๋องไต่เต ( ผู้เป็นใหญ่ทั้งเก้า
) มาเป็นประธานในพิธี และนำตะเกียง 9 ดวง ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ของการเริ่มพิธี
ไว้บนเสาโกเต้งเวลาเที่ยงคืน นอกจานี้ตลอด 9 วัน ของพิธีกินผัก จะมีพิธีกรรมต่าง
ๆ เช่น พิธีอัญเชิญ ลำเต้า - ปัก ( เทวดาผู้กำหนดเวลาเกิดและตาย ) ,
พิธีอิ้วเก้ง ( พิธีแห่พระ ) , พิธีอาบน้ำมัน ขึ้นบันไดมีด พิธีลุยไฟ
พิธีสะเดาะห์เคราะห์ ตลอดจนการทรงพระ ซึ่งเป็นการอัญเชิญเจ้ามาประทับทรง
และแสดงอิทธิฤทธิ์.... และในระหว่างเทศกาล จะมีการประโคมด้วยกลอง ล่อโก๊ะ
และจุดปะทัด โดยฉพาะในวันส่งพระ ทั้งนี้ด้วยความเชื่อว่า เสียงดังจะทำให้สิ่งชั่วร้ายหมดไป
สำหรับผู้เข้าร่วมพิธีกินผักนั้น นอกจากจะได้รับผลบุญและความเป็นสิริมงคลแล้ว
ยังทำให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง จิตใจมีเมตตา ไม่ฆ่าสัตว์ ละเว้นอบายมุขทั้งปวง
อันก่อให้เกิดความสะอาด ความสงบในจิตใจ
ที่มาของบทความ
: หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ วันอังคารที่ 16 ตุลาคม 2544

|