สุขภาพกาย | สุขภาพใจ | ความสวย ความงาม | ช้อปปิ้ง | ของกิน | ปาร์ตี้ | ท่องเที่ยว | กีฬา | ภาษาต่างประเทศ
  การศึกษา | กิจกรรม | กฎหมาย | บันเทิง | ไม่เชื่อ แต่อย่าลบหลู่ | ข่าวประชาสัมพันธ์ | รวมLinks | Web Board

Web ที่น่าสนใจ

Webboard
สุขภาพกาย

ซุ้มฝากข่าว
ซุ้มคุยกับแป๋ม

หากท่านไดมีปัญหา เรื่องสุขภาพ สามารถส่งมาที่ pam@ formumandme.com แล้วเราจะคำตอบ ให้คุณคะ

ส่งหน้านี้ให้เพื่อน


เป็นมะเร็งที่พบบ่อยในเพศหญิง ซึ่งยังไม่ทราบสาเหตุการเกิดที่แน่ชัด ทำให้การป้องกันทำได้ยาก ดังนั้น หากตรวจพบสิ่งผิดปกติหรือพบก้อนมะเร็งบริเวณเต้านมตั้งแต่เริ่มแรก ขณะที่ยังไม่แพร่กระจายไปยังส่วนอื่นๆ ของร่างกายก็มีโอกาสที่จะรักษาให้หายขาดได้

วิธีการที่ใช้ในกาตรวจหามะเร็งเต้านมระยะเริ่มแรกมีหลายวิธี คือ
การเอกซเรย์เต้านม (Mammography)
เป็นวิธีถ่ายภาพเอกซเรย์เต้านม เพื่อช่วยให้แพทย์สามารถวินิจฉัยได้ว่าเป็นมะเร็งหรือไม่ ซึ่งการเอกซเรย์สามารถแสดงรายละเอียดของสิ่งผิดปกติต่างๆ รวมถึงเนื้องอกที่มีขนาดเล็กมากๆ เกินกว่าที่จะพบได้จากการคลำ โดยเฉพาะเต้านมของผู้สูงอายุ

จากการศึกษาพบว่า การตรวจโดยวิธีเอกซเรย์เต้านมมีประสิทธิภาพในการตรวจหามะเร็งเต้านมในระยะเริ่มแรก ดังนั้นในหญิงอายุ 40-50 ปี ซึ่งมีอัตราการเสี่ยงในการเป็นมะเร็งเต้านม จึงควรได้รับการตรวจโดยวิธีนี้ทุก 1-2 ปี ส่วนในหญิงอายุ 50 ปีขึ้นไป จะมีอัตราเสี่ยงสูงกว่า ควรได้รับการตรวจเป็นประจำทุกปี

  • ควรเอกซเรย์เต้านมในช่วงก่อนหรือหลังมีประจำเดือน 7 วัน
  • ขณะถ่ายเอกซเรย์ เต้านมจะถูกกดให้ติดกับฟิล์ม เพื่อให้ได้ภาพชัดเจนที่สุด ซึ่งจะทำให้รู้สึกเจ็บเล็กน้อยที่เต้านม
  • ทำให้เห็นก้อนที่ไม่สามารถคลำได้ แต่มีเพียง 10% ของก้อนที่คลำได้ จะไม่สามารถเห็นด้วยการเอกซเรย์

การตรวจโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

    เป็นการตรวจมะเร็งเต้านมระยะเริ่มแรก โดยแพทย์จะคลำบริเวณเต้านมและบริเวณใต้วงแขน เพื่อตรวจหาว่ามีก้อนผิดปกติหรือไม่ นอกจากนั้นยังตรวจจากลักษณะต่างๆ ด้วย เช่น รอยบุ๋ม ตุ่มหรือไตที่แข็งผิดปกติ การดึงรั้งที่ผิดปกติของหัวนม หรือการมีของเหลวเช่น น้ำเหลืองหรือน้ำเลือดออกมาจากหัวนม

การตรวจเต้านมด้วยตัวเอง
เต้านมในเพศหญิงจะมีการเปลี่ยนแปลงตลอดช่วงอายุ เช่น จากภาวะการมีประจำเดือน การหมดประจำเดือน ภาวะการมีบุตร การเลี้ยงบุตรด้วยน้ำนมมารดา อายุ น้ำหนัก และการใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดหรือฮอร์โมนบางอย่าง ซึ่งมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงขนาดและรูปร่างของเต้านม

การตรวจเต้านมด้วยตนเอง ควรตรวจเป็นประจำ เดือนละครั้ง เพื่อที่จะได้คุ้นเคยภาวะปกติของเต้านม จะช่วยให้สังเกตการเปลี่ยนแปลงของเต้านมได้ง่ายขึ้น

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการตรวจเต้านมด้วยตัวเอง คือ 7 วัน หลังจากเริ่มมีประจำเดือน เพราะเต้านมจะมี ความตึงหรือบวมจากภาวะปกติน้อยที่สุด ในหญิงที่หมดประจำเดือนแล้ว ควรจะเลือกวันใดวันหนึ่ง เช่น วันแรกของเดือน หากพบสิ่งผิดปกติใดๆ ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที เพื่อตรวจให้แน่ชัดว่า เป็นมะเร็งหรือไม่เพื่อทำการรักษาได้ทันท่วงที

วิธีการตรวจมะเร็งเต้านมด้วยตนเองมีหลายวิธี ดังนี้

  1. การตรวจหน้ากระจก
  2. โดยการยืนตรงมือแนบลำตัว สังเกตเต้านมทั้งสองข้างว่ามีลักษณะผิดปกติหรือไม่ จากนั้นค่อยๆ ยกแขนทั้งสองข้างขึ้นประสานกันทางด้านหลังของศรีษะ แล้วออกแรงดันศรีษะมาด้านหน้า

    ขั้นตอนต่อไปคือ ยกมือขึ้นท้าวเอว ออกแรงกดสะโพกพร้อมกับโน้มข้อศอกและหัวไหล่ไปทางด้านหน้าแล้วกลับสู่ท่าเดิม เพื่อให้เกิดการหดและเกร็งตัวของกล้ามเนื้ออก สังเกตลักษณะที่ผิดปกติ

  3. การตรวจขณะอาบน้ำ
  4. ในขณะอาบน้ำ ผิวหนังจะเปียกและลื่นทำให้ตรวจง่ายขึ้น การตรวจทำได้โดยยกแขนข้างซ้ายขึ้น แล้วใช้ ปลายนิ้วมือด้านขวาวางราบลงบนเต้านมข้างซ้าย บริเวณส่วนนอกและเหนือสุดของเต้านม เริ่มคลำในลักษณะคลึงเบาๆ เป็นวงกลมเล็กๆ เคลื่อนเป็นวงกลมไปช้าๆ รอบเต้านม แล้วค่อยๆ เขยิบเข้ามาเป็นวงแคบสู่บริเวณหัวนม และควรคลำระหว่างบริเวณเต้านมกับรักแร้ด้วย สังเกตว่ามีก้อนเนื้อหรือเนื้อที่แข็งเป็นไตผิดปกติหรือไม่ จากนั้นค่อยๆ บีบหัวนมเบาๆ เพื่อดูว่ามีของเหลว เช่น น้ำเหลืองหรือน้ำเลือดออกมาหรือไม่ แล้วทำการตรวจซ้ำด้วยวิธีแบบเดียวกันบนเต้านมข้างขวา

  5. การตรวจในท่านอนราบ

โดยการนอนราบ ยกแขนข้างซ้ายขึ้นเหนือศรีษะ ใช้หมอนหรือผ้ารองบริเวณใต้ไหล่ซ้าย เต้านมจะมี ลักษณะแบนราบลง ทำให้ทำการตรวจได้งายขึ้น และใช้วิธีการคลำและตรวจเช่นเดียวกับวิธีการตรวจในขณะอาบน้ำ

ในปัจจุบันการเอกซเรย์เต้านมเป็นวิธีที่แพร่หลาย และให้ผลการวินิจฉัยที่ดีที่สุดในการตรวจหามะเร็งเต้านม อย่างไรก็ตาม ยังมีวิธีการอื่นๆ ที่ใช้ตรวจได้ เช่น

Ultrasound ซึ่งเป็นการใช้คลื่นเสียงความถี่สูงผ่านเข้าไปในเต้านม อาศัยรูปแบบการสะท้อนกลับของคลื่นเสียงสร้างเป็นภาพของเต้านม มีประโยชน์ในการแยกความแตกต่างระหว่างก้อนเนื้อและถุงน้ำได้ แต่ไม่ สามารถแสดงภาพของการจับตัวของแคลเซียมเล็กๆ หรือ เนื้องอกขนาดเล็กได้

ที่มา : ขอขอบคุณ ข้อมูลจาก ศูนย์มเร็ง โรงพยาบาล สมิติเวช

 

Copyright reserved by formumandme.com ::: contact us : webmaster@formumandme.com