![]() |
|
||
![]() |
|
|
|
|
|
วิธีการที่ใช้ในกาตรวจหามะเร็งเต้านมระยะเริ่มแรกมีหลายวิธี
คือ จากการศึกษาพบว่า การตรวจโดยวิธีเอกซเรย์เต้านมมีประสิทธิภาพในการตรวจหามะเร็งเต้านมในระยะเริ่มแรก ดังนั้นในหญิงอายุ 40-50 ปี ซึ่งมีอัตราการเสี่ยงในการเป็นมะเร็งเต้านม จึงควรได้รับการตรวจโดยวิธีนี้ทุก 1-2 ปี ส่วนในหญิงอายุ 50 ปีขึ้นไป จะมีอัตราเสี่ยงสูงกว่า ควรได้รับการตรวจเป็นประจำทุกปี
การตรวจโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เป็นการตรวจมะเร็งเต้านมระยะเริ่มแรก โดยแพทย์จะคลำบริเวณเต้านมและบริเวณใต้วงแขน เพื่อตรวจหาว่ามีก้อนผิดปกติหรือไม่ นอกจากนั้นยังตรวจจากลักษณะต่างๆ ด้วย เช่น รอยบุ๋ม ตุ่มหรือไตที่แข็งผิดปกติ การดึงรั้งที่ผิดปกติของหัวนม หรือการมีของเหลวเช่น น้ำเหลืองหรือน้ำเลือดออกมาจากหัวนม การตรวจเต้านมด้วยตัวเอง
การตรวจเต้านมด้วยตนเอง ควรตรวจเป็นประจำ เดือนละครั้ง เพื่อที่จะได้คุ้นเคยภาวะปกติของเต้านม จะช่วยให้สังเกตการเปลี่ยนแปลงของเต้านมได้ง่ายขึ้น
ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการตรวจเต้านมด้วยตัวเอง คือ 7 วัน หลังจากเริ่มมีประจำเดือน เพราะเต้านมจะมี ความตึงหรือบวมจากภาวะปกติน้อยที่สุด ในหญิงที่หมดประจำเดือนแล้ว ควรจะเลือกวันใดวันหนึ่ง เช่น วันแรกของเดือน หากพบสิ่งผิดปกติใดๆ ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที เพื่อตรวจให้แน่ชัดว่า เป็นมะเร็งหรือไม่เพื่อทำการรักษาได้ทันท่วงที วิธีการตรวจมะเร็งเต้านมด้วยตนเองมีหลายวิธี ดังนี้
โดยการยืนตรงมือแนบลำตัว สังเกตเต้านมทั้งสองข้างว่ามีลักษณะผิดปกติหรือไม่ จากนั้นค่อยๆ ยกแขนทั้งสองข้างขึ้นประสานกันทางด้านหลังของศรีษะ แล้วออกแรงดันศรีษะมาด้านหน้า ขั้นตอนต่อไปคือ ยกมือขึ้นท้าวเอว ออกแรงกดสะโพกพร้อมกับโน้มข้อศอกและหัวไหล่ไปทางด้านหน้าแล้วกลับสู่ท่าเดิม เพื่อให้เกิดการหดและเกร็งตัวของกล้ามเนื้ออก สังเกตลักษณะที่ผิดปกติ ในขณะอาบน้ำ ผิวหนังจะเปียกและลื่นทำให้ตรวจง่ายขึ้น การตรวจทำได้โดยยกแขนข้างซ้ายขึ้น แล้วใช้ ปลายนิ้วมือด้านขวาวางราบลงบนเต้านมข้างซ้าย บริเวณส่วนนอกและเหนือสุดของเต้านม เริ่มคลำในลักษณะคลึงเบาๆ เป็นวงกลมเล็กๆ เคลื่อนเป็นวงกลมไปช้าๆ รอบเต้านม แล้วค่อยๆ เขยิบเข้ามาเป็นวงแคบสู่บริเวณหัวนม และควรคลำระหว่างบริเวณเต้านมกับรักแร้ด้วย สังเกตว่ามีก้อนเนื้อหรือเนื้อที่แข็งเป็นไตผิดปกติหรือไม่ จากนั้นค่อยๆ บีบหัวนมเบาๆ เพื่อดูว่ามีของเหลว เช่น น้ำเหลืองหรือน้ำเลือดออกมาหรือไม่ แล้วทำการตรวจซ้ำด้วยวิธีแบบเดียวกันบนเต้านมข้างขวา โดยการนอนราบ ยกแขนข้างซ้ายขึ้นเหนือศรีษะ ใช้หมอนหรือผ้ารองบริเวณใต้ไหล่ซ้าย เต้านมจะมี ลักษณะแบนราบลง ทำให้ทำการตรวจได้งายขึ้น และใช้วิธีการคลำและตรวจเช่นเดียวกับวิธีการตรวจในขณะอาบน้ำ ในปัจจุบันการเอกซเรย์เต้านมเป็นวิธีที่แพร่หลาย และให้ผลการวินิจฉัยที่ดีที่สุดในการตรวจหามะเร็งเต้านม อย่างไรก็ตาม ยังมีวิธีการอื่นๆ ที่ใช้ตรวจได้ เช่น Ultrasound ซึ่งเป็นการใช้คลื่นเสียงความถี่สูงผ่านเข้าไปในเต้านม อาศัยรูปแบบการสะท้อนกลับของคลื่นเสียงสร้างเป็นภาพของเต้านม มีประโยชน์ในการแยกความแตกต่างระหว่างก้อนเนื้อและถุงน้ำได้ แต่ไม่ สามารถแสดงภาพของการจับตัวของแคลเซียมเล็กๆ หรือ เนื้องอกขนาดเล็กได้ ที่มา : ขอขอบคุณ ข้อมูลจาก ศูนย์มเร็ง โรงพยาบาล สมิติเวช |
|
Copyright
reserved by formumandme.com ::: contact us : webmaster@formumandme.com
|