
โรคไข้เลือดออก เป็นโรคที่พบได้ตลอดทั้งปี แต่จะพบบ่อยมากในช่วงปลายฤดูฝน
ที่กำลังจะเข้าสู่ฤดูหนาว เรามาลองศึกษา และหาทางป้องกันโรคไข้เลือดออกกันดีกว่านะคะ
โรคไข้เลือดออก
หรือ ในภาษาอังกฤษเรียกว่า "Denque fever"
เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัส โดยมียุงลายเป็นพาหะนำโรค องค์การอนามัยโลก
WHO ประกาศว่า ประชากรประมาณ
25 ล้านคน และมากกว่าหนึ่งร้อยประเทศในเขตร้อน มีความเสี่ยงในการเป็นโรคไข้เลือดออกมากกว่าในภูมิภาคอื่น
กลุ่มประชากร เด็กและวัยรุ่น รวมทั้งวัยผู้ใหญ่ตอนต้น เป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงสุด
อาการแสดงของโรค
อาการที่พบได้แก่ ไข้ขึ้นสูง ปวดศรีษะรุนแรง ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อและกระดูกอย่างรุนแรง
คลื่นไส้ อาเจียน จุดแดงภายใต้ผิงหนังจะปรากฎภายหลังอาการเป็นไข้
ประมาณ 3-4 วัน อาการเหล่านี้ ต้องใช้การวินิจฉัยจากแพทย์เพื่อป้องกัน
อาจสับสนกับโรคอื่นๆได้ เช่น ไข้หวัดใหญ่, มาเลเลีย เป็นต้น ในผู้ป่วยบางรายจะเกิดอาการ
"เลือดออก" นอกเหนือจากอาการข้างต้น โดยอาจมีเลือดออกของอวัยวะภายในด้วย
หากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง จะเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตได้
นอกจากนี้หากอาการเลือดออก ทวีความรุนแรงขึ้น และเกิดอาการช็อค
ร่วมด้วย ความเสี่ยงในการเสียชีวิตก็จะเพิ่มขึ้น
การรักษา
เนี่องจากโรคไข้เลือดออกเป็นโรคที่ไม่มีวัคซีนป้องกัน ดังนั้นเมื่อเป็นโรค
การรักษาโดยแพทย์เพื่อบรรเทาอาการ และควบคุมอาการจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่สุด
ผู้ที่สงสัยว่าจะเป็นโรคไข้เลือดออก ไม่ควรซื้อยามา รับประทานเอง
โดยเฉพาะห้ามใช้ยาที่มีส่วนผสมของ "แอสไพริน" เพราะจะทำให้เกิดภาวะเลือดออกง่ายขึ้น
การป้องกัน
เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด โดยเฉพาะ การป้องกันยุงลายกัด และกำจัดการเพาะพันธุ์ของยุงลาย
โดยการ :
- ป้องกันยุงลายกัดเวลากลางวัน
โดยให้บุตรหลานของท่าน โดยเฉพาะเด็กเล็กนอนในมุ้ง หรือมุ้งลวด
- ใช้ โลชั่น, spray ทากันยุง
โดยเลือกชนิดให้เหมาะสมกับวัย
- กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย
เช่น โอ่งน้ำ, แจกันดอกไม้และ ของใช้ที่มีน้ำขัง
- ใช้ยาฉีดกันยุงอย่างสม่ำเสมอในบริเวณที่อยู่อาศัย
จะเห็นได้ว่าแม้โรคไข้เลือดออก
จะพบบ่อยและมีความรุนแรงเพียงใด หากเรารู้จักการป้องกันและสนใจในสุขภาพของตนเอง
และบุตร หลาน แล้ว สิ่งเหล่านี้จะเป็นเกราะป้องกัน ตัวเราเองและคนใกล้ชิดได้อย่างดีเลยละค่ะ
|