สุขภาพกาย | สุขภาพใจ | ความสวย ความงาม | ช้อปปิ้ง | ของกิน | ปาร์ตี้ | ท่องเที่ยว | กีฬา | ภาษาต่างประเทศ
  การศึกษา | กิจกรรม | กฎหมาย | บันเทิง | ไม่เชื่อ แต่อย่าลบหลู่ | ข่าวประชาสัมพันธ์ | รวมLinks | Web Board

Web ที่น่าสนใจ

Webboard
สุขภาพกาย

ซุ้มฝากข่าว
ซุ้มคุยกับแป๋ม

หากท่านไดมีปัญหา เรื่องสุขภาพ สามารถส่งมาที่ pam@ formumandme.com แล้วเราจะคำตอบ ให้คุณคะ

ส่งหน้านี้ให้เพื่อน


โรคภูมิแพ้ผิวหนัง เป็นโรคที่สามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้และมักพบบ่อยในเด็ก ซึ่งยังไม่ทราบสาเหตุของการเกิดแน่ชัด อีกทั้งยังมีปัจจัยอื่นๆที่เอื้ออำนวยให้เกิดอาการแพ้ เช่น จากอาหาร น้ำ อากาศ และฝุ่นละออง ตลอดจนสภาพแวดล้อมต่างๆ รอบตัว

สิ่งต่างๆเหล่านี้มีผลต่อผิวหนังทั้งภายในและภายนอก ในการกระตุ้นให้เกิดอาการต่างๆ เช่น ผื่นแดง อาการคัน ผิวหนังแห้งแตกและตุ่มหนอง เป็นต้น

โรคภูมิแพ้ผิวหนัง แบ่งตามอายุเป็น

  1. วัยทารก พบในช่วงอายุ 3 เดือน จะมีผื่นแดงและน้ำเหลืองไหลซึมบริเวณแก้ม คอ ขา แขน และจะทุเลาลงเมื่ออายุ 2-3 ปี แต่มักจะกลับมาเป็นอีกเมื่อโตขึ้น
  2. วัยเด็กถึงวัยรุ่น จะมีผื่นเกิดขึ้นบริเวณ คอ ข้อมือ ข้อเท้าและหัวเข่า ปลายข้อมือ และข้อเท้า เล็บจะขรุขระและเป็นคลื่น
  3. ผู้ใหญ่ อาการอาจเหมือนวัยเด็ก แต่อาจเป็นเฉพาะมือและเท้าหรือข้อมือ
และในแต่ละวัย ผื่นผิวหนังอาจมีอาการแบ่งได้เป็น 3 ระยะ คือ
  1. ระยะเฉียบพลัน ผิวหนังจะเริ่มบวมแดงและมีตุ่มน้ำเล็กๆขึ้น ซึ่งต่อมาจะแตกออกและมีน้ำเหลืองไหลซึม
  2. ระยะที่สอง น้ำเหลืองจะแห้ง ผื่นจะตกสะเก็ดและลอกออกเป็นขุย
  3. ระยะเรื้อรัง ซึ่งเป็นระยะสุดท้ายของอาการ ผิวหนังบริเวณนั้นจะหนา แห้งเห็นร่องของผิวชัดเจน สีผิวจะคล้ำและมีรอยด่างขาว

อาการทั้ง 3 ระยะนี้จะเป็นๆหายๆ เป็นเวลานานหรือตลอดชีวิต ซึ่งอาจมีอาการภูมิแพ้อื่นๆ ร่วมด้วย เช่น โรคหอบหืด โรคแพ้อากาศ โรคไข้ละอองฟาง หรือลมพิษเรื้อรัง เป็นต้น

ปัจจัยสำคัญต่างๆที่เป็นสาเหตุของอาการกำเริบ

  1. จากการติดเชื้อแบคทีเรียและเชื้อรา
  2. จากสิ่งระคายเคืองต่างๆ เช่น เสื้อผ้าหนาหรือสาก ผ้าไนล่อน สบู่ แป้ง ผงซักฟอก เป็นต้น
  3. จากอากาศร้อน เหงื่อออกมาก
  4. ผิวแห้งจากอากาศหนาว อาบน้ำบ่อย อาบน้ำร้อน หรือใช้สบู่มากเกินไป
  5. จากยาทาต่างๆ สีผสมในเนื้อผ้าและอาหาร
  6. จากอาหารบางประเภท เช่น ไข่ นม อาหารทะเล ถั่วต่างๆ เป็นต้น
  7. จากสารต่างๆ ในอากาศ เช่น ตัวไรในฝุ่นละออง
  8. จากการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ เช่น ความเครียด ความกังวล ทำให้ผู้ป่วยเกามาก เกิดวงจร คัน-เกา-คัน

การดูแลรักษาและการป้องกัน

  1. หลีกเลี่ยงปัจจัยต่างๆที่ทำให้อาการกำเริบ โดย…
  2. ทารกควรดื่มนมมารดา เพื่อหลีกเลี่ยงการแพ้นมวัว
  3. เลือกใช้เสื้อผ้าเนื้อนุ่ม เช่น ผ้าฝ้าย ผ้าแพร ไม่ควรใส่เสื้อผ้าขนสัตว์หรือผ้าขนหนู
  4. หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายที่ทำให้เหงื่อออกมาก เช่น กีฬากลางแจ้ง
  5. เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวที่สามารถให้ความชุ่มชื้นกับผิวโดยไม่ก่อให้เกิดอาการระคายเคือง และมีค่า pH ที่ใกล้เคียงกับสภาพผิว คือประมาณ 4.5-5.75
  6. ป้องกันผิวแห้งโดยใช้สารเคลือบผิว เช่น โลชั่น ครีมทาผิวชนิดอ่อน เป็นต้น และไม่ควรอาบน้ำบ่อยๆ
  7. ใช้ครีมจำพวกสเตียรอยด์ทาเฉพาะบริเวณที่มีอาการ เมื่ออาการทุเลาแล้วควรหยุด ไม่ควรใช้ต่อเนื่องเป็นเวลานาน และไม่ควรใช้ยาประเภทนี้เอง ควรอยู่ในการดูแลของแพทย์ เพราะการใช้อย่างไม่ถูกต้องอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงได้
  8. รับประทานยาแก้แพ้
  9. ในระยะเฉียบพลันที่มีน้ำเหลืองซึม ควรใช้ผ้าก๊อซสะอาดชุบน้ำเกลือหมาดๆ ประคบแผล ครั้งละประมาณ 15 นาที ทำวันละ 3-4 ครั้ง และหยุดเมื่อผื่นแห้งดีแล้ว ไม่ควรใช้น้ำยาฆ่าเชื้อใดๆมาประคบแผล เพราะอาจทำให้เกิดการระคายเคืองได้

ที่มา : พญ. ศรีศุภลักษณ์ สิงคาลวณิช ชมรมแพทย์ผิวหนังเด็กแห่งประเทศไทย

Copyright reserved by formumandme.com ::: contact us : webmaster@formumandme.com