สุขภาพกาย | สุขภาพใจ | ความสวย ความงาม | ช้อปปิ้ง | ของกิน | ปาร์ตี้ | ท่องเที่ยว | กีฬา | ภาษาต่างประเทศ
  การศึกษา | กิจกรรม | กฎหมาย | บันเทิง | ไม่เชื่อ แต่อย่าลบหลู่ | ข่าวประชาสัมพันธ์ | รวมLinks | Web Board

Web ที่น่าสนใจ

Webboard
สุขภาพกาย

ซุ้มฝากข่าว
ซุ้มคุยกับแป๋ม

หากท่านไดมีปัญหา เรื่องสุขภาพ สามารถส่งมาที่ pam@ formumandme.com แล้วเราจะคำตอบ ให้คุณคะ

ส่งหน้านี้ให้เพื่อน

คุณแม่ควรรู้

เรื่องที่คุณแม่มักเป็นกังวลอยู่เสมอก็คือเรื่องความปลอดภัยของลูกน้อยยิ่งเมื่อเจ้าตัวเล็กรู้จักเคลื่อนไหวด้วยตัวเองได้แล้ว คุณแม่ก็ยิ่งเป็นกังวลมากขึ้น เพราะความไร้เดียงสา ความอ่อนประสบการณ์ ความแปลกตาประหลาดใจ ใคร่รู้ใคร่เห็นและใคร่สัมผัสในสิ่งแปลกใหม่ไปเสียทุกๆสิ่งที่ได้เห็น จึงเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้อุบัติเหตุต่างๆที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้นได้เสมอ แต่หากคุณแม่เรียนรู้ถึงวิธีการแก้ไขหรือบรรเทาอาการเบื้องต้นของอุบัติเหตุต่างๆแล้ว ก็จะเป็นสิ่งที่ช่วยให้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ร้ายแรง และเกิดความตกอกตกใจจนเกินเหตุได้

เมื่อลูกน้อยกลืนเหรียญหรือสิ่งของเล็กๆ เข้าไปติดหลอดลม

ให้คุณแม่จับลูกน้อยในลักษณะห้อยศีรษะลงต่ำ แล้วตบหลังแรงๆ ให้เด็กไอออกมา แต่ถ้าสิ่งที่ติดหลอดลมอยู่ไม่ออกให้คุณแม่รีบพาลูกน้อยไปโรงพยาบาลโดยเร็ว

เมื่อลูกน้อยมีก้างปลาติดคอ

ให้คุณแม่ปั้นข้าวเป็นก้อน แล้วป้อนให้ลูกน้อยกลืนข้าวสุกนั้นโดยไม่ต้องเคี้ยว
หรือคุณแม่อาจเปลี่ยนจากข้าวเป็นกล้วยสุกหรือขนมปังนิ่มๆก็ได้
ถ้าหากกลืนข้าวแล้วก้างปลาก็ยังไม่ยอมหลุด ให้คุณแม่ผสมน้ำส้มสายชูกับน้ำให้เจือจาง แล้วให้ลูกน้อยๆค่อยๆดื่ม น้ำส้มสายชูจะช่วยให้ก้างปลาอ่อนตัวลงและหลุดได้ง่ายขึ้น
แต่ถ้าก้างปลานั้นยังไม่หลุดอีก คุณแม่ควรพาลูกน้อยไปพบแพทย์เพื่อให้ช่วยคีบออกให้

เมื่อลูกน้อยยัดของเข้าจมูก

ให้คุณแม่ปิดหรือบีบรูจมูกข้างที่ไม่มีของติดอยู่ของลูก แล้วบอกให้ลูกสั่งน้ำมูกแรงๆ เพื่อให้ลมจากจมูกดันของที่ติดอยู่ให้หลุดออกมา คุณแม่ไม่ควรใช้วิธีแคะ เพราะจะยิ่งเป็นการดันของที่ติดอยู่นั้นให้ลึกเข้าไปอีก ถ้าลูกน้อยสั่งของที่ติดอยู่ไม่ออก คุณแม่ต้องพาไปพบแพทย์ให้ช่วยเอาออกให้

เมื่อของเข้าหูลูกน้อย

ให้คุณแม่จับลูกน้อยให้เอียงศีรษะด้านที่มีของเข้าไปนั้นลง เพื่อให้ของหล่นออกมาเอง
ถ้าหากคุณแม่ทำแล้วของที่เข้าไปยังไม่ออกมา ห้ามคุณแม่แคะหูลูกเองเด็ดชาด เพราะของนั้นจะยิ่งเข้าไปลึกยิ่งขึ้น คุณแม่ควรพาลูกน้อยไปพบแพทย์ให้ช่วยจัดการให้

เมื่อสารพิษเข้าตาลูกน้อย

ให้คุณแม่รีบล้างตาลูกน้อยด้วยน้ำสะอาดทันที โดยตะแคงศีรษะและใช้น้ำสะอาดจากก๊อกหรือน้ำยาล้างตารินผ่านทางหัวตาช้าๆ และรีบนำส่งโรงพยาบาลโดยเร็ว
รณีที่สิ่งแปลกปลอมติดอยู่ รีบนำส่งโรงพยาบาลโดยด่วน เพื่อให้แพทย์ช่วยจัดการ ซึ่งคุณแม่ไม่ควรสิ่งแปลกปลอมนั้นออกเอง เพราะอาจเป็นอันตรายต่อตาลูกน้อย

เมื่อลูกน้อยได้รับสารพิษ

ก่อนอื่นคุณแม่ควรหาชนิดของสารพิษที่ลูกน้อยได้รับประทานเข้าไปและเก็บตัวอย่างให้แพทย์ตรวจ และควรสังเกตด้วยว่ารับประทานเข้าไปเท่าไร
คุณแม่พยายามเอาสารพิษออกจากกระเพาะอาหาร โดยทำให้ลูกน้อยอาเจียน (ยกเว้นการรับประทานสารกัดกร่อน หรือน้ำมันหอมระเหย ห้าม ! ทำให้อาเจียนเป็นอันขาด)
เมื่อลูกน้อยอาเจียนเอาสารพิษออกจากกระเพาะได้แล้ว รีบนำส่งโรงพยาบาลให้แพทย์รักษา

เมื่อลูกน้อยจมน้ำ

ในขณะอาบน้ำ หากลูกน้อยหกคะมำในท่าคว่ำหน้าลงในอ่างน้ำ คุณแม่ต้องอุ้มลูกน้อยขึ้นในท่าศีรษะต่ำ เพื่อช่วยให้สิ่งแปลกปลอม หรือเสมหะออกมาเพื่อป้องกันการสำลักเข้าปอด
กรณีที่เด็กไม่รู้สึกตัว ให้คุณแม่ทำการผายปอดและนำส่งโรงพยาบาลทันที

เมื่อน้ำร้อนลวกลูกน้อย

คุณแม่ควรถอดเสื้อของลูกน้อยออกทันทีเป็นอันดับแรก
ห้ามคุณแม่เจาะแผลพุพองหรือตัดเศษผิวหนังออก เพราะการกระทำดังกล่าวอาจทำให้เกิดการติดเชื้อขึ้นได้ และห้ามใส่น้ำมัน ยาสีฟันหรือยาใดๆบนบาดแผลที่ถูกน้ำร้อนลวก
คุณแม่ควรประคบบริเวณแผลด้วยน้ำเย็น
คุณแม่ควรปิดแผลด้วยผ้าก็อซ หรือผ้าเช็ดหน้าที่สะอาด (อย่าใช้สำลีเป็นอันขาด) และนำไปพบแพทย์โดยเร็ว

เมื่อเลือดกำเดาออก

ให้ลูกน้อยนั่งโน้มตัวไปด้านหน้าเล็กน้อย ใช้นิ้วชี้กดจมูกข้างที่เลือกออกให้ชิดดั้งจมูกนาน 10 นาทีหรือใช้นิ้วชี้และหัวแม่มือบีบจมูกทั้ง 2 ข้างเข้าหากัน ระหว่างนั้นอาจประคบความเย็นที่หน้าผากหลังจากที่เลือดหยุดแล้วไม่ควรสั่งน้ำมูกอย่างน้อย 2-3 ชั่วโมง ถ้าเลือดยังไม่หยุดไหลให้รีบพบแพทย์

เมื่ออาหารเป็นพิษ

ถ้าลูกน้อยมีอาการอาเจียนหรือท้องเสียร่วมด้วย ให้จิบน้ำทีละน้อย หยุดรับประทานอาหารหรือนมชั่วคราวจนกว่าอาการจะดีขึ้น ถ้าอาการไม่ดีขึ้นภายใน 24 ชั่วโมงให้พบแพทย์

เมื่อแมลงมีพิษกัดต่อย

ถ้าถูกผึ้งต่อย อย่าพยายามเอาเหล็กไนออกเอง เนื่องจากเหล็กไนของผึ้งมีพิษ อย่าให้นิ้วแตะถูกบริเวณบาดแผล ให้ประคบด้วยถุงน้ำแข็งหรือน้ำเย็นเพื่อป้องกันไม่ให้พิษจากเหล็กไนซึมเข้าสู่ร่างกาย หลังจากนั้นให้รีบพบแพทย์โดยเร็ว
ถ้าเป็นแมลงชนิดอื่น เช่น มดหรือตะขาบให้ประคบแผลด้วยถุงน้ำแข็งหรือน้ำเย็น ถ้าปวดมากให้รีบรับประทานยาแก้ปวด หลังจากนั้นให้พบแพทย์โดยเร็ว

เมื่อสุนัขกัด

ถ้าสุนัขที่กัดนั้นได้รับวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้าแล้ว ให้ล้างแผลด้วยสบู่และน้ำสะอาด เช็ดแผลด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรค โดยเช็ดในทิศทางที่ออกจากแผลนำลูกน้อยไปพบแพทย์เพื่อฉีดวัคซีนป้องกันบาดทะยัก
ถ้าไม่แน่ใจว่าสุนัขที่กัดนั้นได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้าแล้วหรือยัง อาจทำให้ลูกน้อยของท่านเป็นพิษสุนัขบ้าได้ คุณแม่จึงควรล้างแผลด้วยน้ำสบู่ แล้วเช็ดแผลด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรค อย่าฆ่าสุนัขที่กัด อย่านำไปปล่อยหรือขับไล่ให้หนีไป ควรกักขังไว้เพื่อดูอาการของสุนัขเป็นเวลา 10 วันว่าเป็นบ้าหรือไม่ หรือนำสุนัขให้สัตวแพทย์ตรวจอาการ ถ้าตีสุนัขตาย หรือสุนัขตายเองระหว่างรอดูอาการ ให้รีบนำซากสุนัขส่งสถานเสาวภา หรือโรงพยาบาลประจำจังหวัดตรวจพิสูจน์ หากต้องเดินทางหลายวัน ให้แช่หัวสุนัขไว้ในน้ำแข็งเพื่อกันไม่ให้สมองสุนัขเน่า
ถ้าสุนัขที่กัดเป็นบ้า หรือไม่สามารถติดตามสุนัขได้ ให้พาลูกน้อยไปฉีดวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้าให้ครบตามที่แพทย์สั่ง

กระดูกหัก

ความซุกซนของเด็กทำให้เกิดการหกล้มหรือตกจากที่สูงจนกระดูกหักได้เมื่อต้องประสบกับเหตุการณ์เช่นนี้ คุณแม่ควรให้ลูกน้อยนอนอยู่กับที่ ห้ามเคลื่อนย้ายโดยไม่จำเป็น ถ้ามีเลือดออกให้ทำการห้ามเลือดโดยด่วน หากจำเป็นต้องเคลื่อนย้ายผู้ป่วยให้เข้าเฝือกชั่วคราวไว้ก่อน ณ ที่เกิดเหตุ และถ้ามีบาดแผลให้ปิดแผลด้วยผ้าสะอาดก่อนเข้าเฝือก จากนั้นนำส่งโรงพยาบาล แต่ถ้าเป็นอาการกระดูกหักที่คอหรือกระดูกสันหลัง ต้องพยายามเคลื่อนย้ายอย่างระมัดระวังที่สุดเพราะหากเคลื่อนไหวผิดท่าอาจพิการได้

เคล็ด

ให้ลูกน้อยนอนพักในท่าสบายๆ จากนั้นให้ยกส่วนที่เคล็ดให้สูงขึ้น รองด้วยหมอนหรือผ้าห่มหนาๆ แล้วนวดด้วยน้ำมันปาล์ม พันด้วยผ้าพันแผล แต่อย่าพันให้แน่นมาก

เมื่อของมีคมบาด

ไม่ว่าจะเป็นมีด คัทเตอร์ กรรไกร ฯลฯ ให้รีบทำความสะอาดบริเวณรอบๆ บาดแผลโดยใช้สำลีชุบน้ำยาฆ่าเชื้อโรคที่เจือจางด้วยน้ำ และเช็ดในทิศทางที่ออกจากแผล ปล่อยให้แห้ง ทาครีมที่มียาฆ่าเชื้อโรคหรือปล่อยให้แผลเปิดแห้ง

ที่มา : นพ.สุรเดช หงส์อิง กุมารแพทย์ โรงพยาบาลรามาธิบดี

Copyright reserved by formumandme.com ::: contact us : webmaster@formumandme.com