ให้คุณแม่ปิดหรือบีบรูจมูกข้างที่ไม่มีของติดอยู่ของลูก แล้วบอกให้ลูกสั่งน้ำมูกแรงๆ
เพื่อให้ลมจากจมูกดันของที่ติดอยู่ให้หลุดออกมา คุณแม่ไม่ควรใช้วิธีแคะ
เพราะจะยิ่งเป็นการดันของที่ติดอยู่นั้นให้ลึกเข้าไปอีก ถ้าลูกน้อยสั่งของที่ติดอยู่ไม่ออก
คุณแม่ต้องพาไปพบแพทย์ให้ช่วยเอาออกให้
เมื่อของเข้าหูลูกน้อย
ให้คุณแม่จับลูกน้อยให้เอียงศีรษะด้านที่มีของเข้าไปนั้นลง
เพื่อให้ของหล่นออกมาเอง
ถ้าหากคุณแม่ทำแล้วของที่เข้าไปยังไม่ออกมา
ห้ามคุณแม่แคะหูลูกเองเด็ดชาด เพราะของนั้นจะยิ่งเข้าไปลึกยิ่งขึ้น คุณแม่ควรพาลูกน้อยไปพบแพทย์ให้ช่วยจัดการให้
เมื่อสารพิษเข้าตาลูกน้อย
ให้คุณแม่รีบล้างตาลูกน้อยด้วยน้ำสะอาดทันที โดยตะแคงศีรษะและใช้น้ำสะอาดจากก๊อกหรือน้ำยาล้างตารินผ่านทางหัวตาช้าๆ
และรีบนำส่งโรงพยาบาลโดยเร็ว
ก รณีที่สิ่งแปลกปลอมติดอยู่ รีบนำส่งโรงพยาบาลโดยด่วน
เพื่อให้แพทย์ช่วยจัดการ ซึ่งคุณแม่ไม่ควรสิ่งแปลกปลอมนั้นออกเอง เพราะอาจเป็นอันตรายต่อตาลูกน้อย
เมื่อลูกน้อยได้รับสารพิษ
ก่อนอื่นคุณแม่ควรหาชนิดของสารพิษที่ลูกน้อยได้รับประทานเข้าไปและเก็บตัวอย่างให้แพทย์ตรวจ
และควรสังเกตด้วยว่ารับประทานเข้าไปเท่าไร
คุณแม่พยายามเอาสารพิษออกจากกระเพาะอาหาร
โดยทำให้ลูกน้อยอาเจียน (ยกเว้นการรับประทานสารกัดกร่อน หรือน้ำมันหอมระเหย
ห้าม ! ทำให้อาเจียนเป็นอันขาด)
เมื่อลูกน้อยอาเจียนเอาสารพิษออกจากกระเพาะได้แล้ว
รีบนำส่งโรงพยาบาลให้แพทย์รักษา
เมื่อลูกน้อยจมน้ำ
ในขณะอาบน้ำ หากลูกน้อยหกคะมำในท่าคว่ำหน้าลงในอ่างน้ำ คุณแม่ต้องอุ้มลูกน้อยขึ้นในท่าศีรษะต่ำ
เพื่อช่วยให้สิ่งแปลกปลอม หรือเสมหะออกมาเพื่อป้องกันการสำลักเข้าปอด
กรณีที่เด็กไม่รู้สึกตัว ให้คุณแม่ทำการผายปอดและนำส่งโรงพยาบาลทันที
เมื่อน้ำร้อนลวกลูกน้อย
คุณแม่ควรถอดเสื้อของลูกน้อยออกทันทีเป็นอันดับแรก
ห้ามคุณแม่เจาะแผลพุพองหรือตัดเศษผิวหนังออก
เพราะการกระทำดังกล่าวอาจทำให้เกิดการติดเชื้อขึ้นได้ และห้ามใส่น้ำมัน
ยาสีฟันหรือยาใดๆบนบาดแผลที่ถูกน้ำร้อนลวก
คุณแม่ควรประคบบริเวณแผลด้วยน้ำเย็น
คุณแม่ควรปิดแผลด้วยผ้าก็อซ หรือผ้าเช็ดหน้าที่สะอาด
(อย่าใช้สำลีเป็นอันขาด) และนำไปพบแพทย์โดยเร็ว
เมื่อเลือดกำเดาออก
ให้ลูกน้อยนั่งโน้มตัวไปด้านหน้าเล็กน้อย ใช้นิ้วชี้กดจมูกข้างที่เลือกออกให้ชิดดั้งจมูกนาน
10 นาทีหรือใช้นิ้วชี้และหัวแม่มือบีบจมูกทั้ง 2 ข้างเข้าหากัน ระหว่างนั้นอาจประคบความเย็นที่หน้าผากหลังจากที่เลือดหยุดแล้วไม่ควรสั่งน้ำมูกอย่างน้อย
2-3 ชั่วโมง ถ้าเลือดยังไม่หยุดไหลให้รีบพบแพทย์
เมื่ออาหารเป็นพิษ
ถ้าลูกน้อยมีอาการอาเจียนหรือท้องเสียร่วมด้วย ให้จิบน้ำทีละน้อย
หยุดรับประทานอาหารหรือนมชั่วคราวจนกว่าอาการจะดีขึ้น ถ้าอาการไม่ดีขึ้นภายใน
24 ชั่วโมงให้พบแพทย์
เมื่อแมลงมีพิษกัดต่อย
ถ้าถูกผึ้งต่อย อย่าพยายามเอาเหล็กไนออกเอง เนื่องจากเหล็กไนของผึ้งมีพิษ
อย่าให้นิ้วแตะถูกบริเวณบาดแผล ให้ประคบด้วยถุงน้ำแข็งหรือน้ำเย็นเพื่อป้องกันไม่ให้พิษจากเหล็กไนซึมเข้าสู่ร่างกาย
หลังจากนั้นให้รีบพบแพทย์โดยเร็ว
ถ้าเป็นแมลงชนิดอื่น เช่น มดหรือตะขาบให้ประคบแผลด้วยถุงน้ำแข็งหรือน้ำเย็น
ถ้าปวดมากให้รีบรับประทานยาแก้ปวด หลังจากนั้นให้พบแพทย์โดยเร็ว
เมื่อสุนัขกัด
ถ้าสุนัขที่กัดนั้นได้รับวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้าแล้ว ให้ล้างแผลด้วยสบู่และน้ำสะอาด
เช็ดแผลด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรค โดยเช็ดในทิศทางที่ออกจากแผลนำลูกน้อยไปพบแพทย์เพื่อฉีดวัคซีนป้องกันบาดทะยัก
ถ้าไม่แน่ใจว่าสุนัขที่กัดนั้นได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้าแล้วหรือยัง
อาจทำให้ลูกน้อยของท่านเป็นพิษสุนัขบ้าได้ คุณแม่จึงควรล้างแผลด้วยน้ำสบู่
แล้วเช็ดแผลด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรค อย่าฆ่าสุนัขที่กัด อย่านำไปปล่อยหรือขับไล่ให้หนีไป
ควรกักขังไว้เพื่อดูอาการของสุนัขเป็นเวลา 10 วันว่าเป็นบ้าหรือไม่ หรือนำสุนัขให้สัตวแพทย์ตรวจอาการ
ถ้าตีสุนัขตาย หรือสุนัขตายเองระหว่างรอดูอาการ ให้รีบนำซากสุนัขส่งสถานเสาวภา
หรือโรงพยาบาลประจำจังหวัดตรวจพิสูจน์ หากต้องเดินทางหลายวัน ให้แช่หัวสุนัขไว้ในน้ำแข็งเพื่อกันไม่ให้สมองสุนัขเน่า
ถ้าสุนัขที่กัดเป็นบ้า
หรือไม่สามารถติดตามสุนัขได้ ให้พาลูกน้อยไปฉีดวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้าให้ครบตามที่แพทย์สั่ง
กระดูกหัก
ความซุกซนของเด็กทำให้เกิดการหกล้มหรือตกจากที่สูงจนกระดูกหักได้เมื่อต้องประสบกับเหตุการณ์เช่นนี้
คุณแม่ควรให้ลูกน้อยนอนอยู่กับที่ ห้ามเคลื่อนย้ายโดยไม่จำเป็น ถ้ามีเลือดออกให้ทำการห้ามเลือดโดยด่วน
หากจำเป็นต้องเคลื่อนย้ายผู้ป่วยให้เข้าเฝือกชั่วคราวไว้ก่อน ณ ที่เกิดเหตุ
และถ้ามีบาดแผลให้ปิดแผลด้วยผ้าสะอาดก่อนเข้าเฝือก จากนั้นนำส่งโรงพยาบาล
แต่ถ้าเป็นอาการกระดูกหักที่คอหรือกระดูกสันหลัง ต้องพยายามเคลื่อนย้ายอย่างระมัดระวังที่สุดเพราะหากเคลื่อนไหวผิดท่าอาจพิการได้
เคล็ด
ให้ลูกน้อยนอนพักในท่าสบายๆ จากนั้นให้ยกส่วนที่เคล็ดให้สูงขึ้น
รองด้วยหมอนหรือผ้าห่มหนาๆ แล้วนวดด้วยน้ำมันปาล์ม พันด้วยผ้าพันแผล
แต่อย่าพันให้แน่นมาก
เมื่อของมีคมบาด
ไม่ว่าจะเป็นมีด คัทเตอร์ กรรไกร ฯลฯ ให้รีบทำความสะอาดบริเวณรอบๆ
บาดแผลโดยใช้สำลีชุบน้ำยาฆ่าเชื้อโรคที่เจือจางด้วยน้ำ และเช็ดในทิศทางที่ออกจากแผล
ปล่อยให้แห้ง ทาครีมที่มียาฆ่าเชื้อโรคหรือปล่อยให้แผลเปิดแห้ง
ที่มา : นพ.สุรเดช
หงส์อิง กุมารแพทย์ โรงพยาบาลรามาธิบดี