สุขภาพกาย | สุขภาพใจ | ความสวย ความงาม | ช้อปปิ้ง | ของกิน | ปาร์ตี้ | ท่องเที่ยว | กีฬา | ภาษาต่างประเทศ
  การศึกษา | กิจกรรม | กฎหมาย | บันเทิง | ไม่เชื่อ แต่อย่าลบหลู่ | ข่าวประชาสัมพันธ์ | รวมLinks | Web Board

Web ที่น่าสนใจ

Webboard
สุขภาพกาย

ซุ้มฝากข่าว
ซุ้มคุยกับแป๋ม

หากท่านไดมีปัญหา เรื่องสุขภาพ สามารถส่งมาที่ pam@ formumandme.com แล้วเราจะคำตอบ ให้คุณคะ

ส่งหน้านี้ให้เพื่อน


“โรคมะเร็ง” โรคร้ายที่ใครๆก็หวาดผวากับฤทธิ์เดชของมันไม่ได้เกิดขึ้นกับผู้ใหญ่เท่านั้น แต่ในเด็กเล็กก็มีสิทธิ์เป็นมะเร็งได้เหมือนกัน นับว่าเป็นโชคร้ายของเด็กบางคนที่ถูกโรคมะเร็งคุกคามตั้งแต่แรกเกิด

โรคมะเร็งในเด็กช่วงอายุระหว่าง 1-18 ปี ที่พบบ่อยที่สุดคือ โรคมะเร็งในเม็ดเลือดขาว เด็กที่เป็นโรคนี้จะตัวซีด เพราะเม็ดเลือดแดงลดน้อยลง มีจุดเลือดตามตัว อาจมีก้อนในท้องจากการที่ตับโต ม้ามโต หรือมีก้อนที่คอ รักแร้ ขาหนีบ เกิดจากต่อมน้ำเหลืองโตทั่วตัว ส่วนอันดับสองคือ มะเร็งในสมอง รองลงมาได้แก่ มะเร็งต่อมน้ำเหลือง และมะเร็งต่อมหมวกไต เป็นต้น ซึ่งโรคมะเร็งต่างๆเหล่านี้จะมีอาการและการแสดงออกแตกต่างกัน ตามแต่ละชนิดของมะเร็ง แต่จะมีอาการทั่วไปร่วมกัน คือ อาการอ่อนเพลีย เบื่ออาหาร น้ำหนักตัวลดลง ผอมลง มีไข้ต่ำและซีดลง

ปัจจุบันโรคมะเร็งในเด็กสามารถที่จะรักษาให้หายขาดได้มากกว่ามะเร็งในผู้ใหญ่ เนื่องจากมะเร็งในเด็กจะตอบสนองต่อการฉายแสง และการรักษาอื่นๆได้ดีกว่ามะเร็งในผู้ใหญ่ ดังนั้นถ้าเด็กที่ป่วยด้วยโรคมะเร็งมาพบแพทย์บ่อยๆ อยู่ในความดูแลของแพทย์ และได้รับการรักษาอย่างถูกวิธีแล้วจะไม่เป็นอันตราย เช่น การฉายแสงที่แม้แต่ผู้ใหญ่เองยังกลัว แต่ในปัจจุบันเทคนิคการฉายแสงมีประสิทธิภาพมากขึ้นและผลข้างเคียงก็น้อยลง โอกาสที่จะหายขาดจึงมีมากกว่า

แต่ในความเป็นจริง อุปสรรคในการรักษาอยู่ที่พ่อแม่หรือผู้ปกครองของเด็กมากกว่า เนื่องจากคิดว่าลูกไม่เป็นมะเร็ง ยอมรับไม่ได้ เมื่อรู้อีกทีเด็กก็ป่วยเข้าขั้นรุนแรง เชื้อมะเร็งกระจายไปทั่ว ทำให้ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ในที่สุด

ในต่างประเทศ เด็กที่ป่วยด้วยโรคมะเร็งในเม็ดเลือดขาวประมาณ 70-78% มีชีวิตรอดปลอดภัยและหายขาดจากโรคเมื่อได้รับการรักษา ส่วนเด็กที่เป็นมะเร็งในสมองนั้น รักษาให้หายขาดได้ด้วยวิธีผ่าตัดควบคู่ไปกับการฉายแสงและใช้เคมีบำบัดร่วม แต่ในประเทศไทยการรักษาโรคมะเร็งในสมองยังทำได้แค่การผ่าตัดและการฉายแสง ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการพัฒนาทางด้านการนำเคมีบำบัดมาใช้เพท่อให้การรักษามีประสิทธิภาพมากขึ้น

ทั้งนี้เนื่องจากการรักษาทางด้านร่างกายจากแพทย์และพยาบาลแล้ว การเยียวยาทางด้านจิตใจของเด็กที่เป็นมะเร็งก็เป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งพ่อแม่หรือผู้ปกครองควรให้กำลังใจผู้ป่วย ดูแลอย่างใกล้ชิด โดยพยายามไม่ให้ผู้ป่วยเข้าใกล้ผู้ที่มีปัญหาโรคต่างๆ เช่น อีสุกอีใส เริม งูสวัด คางทูม หัดเยอรมัน ฯลฯ เพราะถึงแม้ว่าเชื้อโรคพวกนี้จะไม่เป็นอันตรายในคนปกติแต่ในผู้ป่วยมะเร็งที่ภูมิต้านทานต่ำอยู่แล้ว อาจทำให้ถึงกับเสียชีวิตได้ รวมทั้งควรเอาใจใส่เรื่องอาหารการกินที่สุกสะอาด ถูกหลักโภชนาการ เพื่อที่ผู้ป่วยจะต่อสู้กับโรคร้ายจนหายขาด และสามารถใช้ชีวิตเช่นเดียวกับเด็กทั่วไปอย่างมีความสุข

ที่มา : นพ.สุรเดช หงส์อิง หัวหน้าโครงการโรคมะเร็งในเด็ก คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี

 

Copyright reserved by formumandme.com ::: contact us : webmaster@formumandme.com