|
คุณมีโอกาสได้รับเชื้อทั้งสองชนิดจากการร่วมเพศ
แต่ผลที่เกิดขึ้นแตกต่างกัน ตรงที่โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ยังสามารถรักษาให้หายได้
แต่เอดส์นั้นยังไม่มีทางรักษา ดังนั้นหากคุณร่วมเพศกับใครโดยไม่ป้องกัน
จึงมีโอกาสได้รับเชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และเชื้อเอดส์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
ผู้มีเชื้อเอดส์จะไม่แสดงอาการใดๆใน 3-4 ปีแรก แต่ขณะเดียวกันก็สามารถแพร่เชื้อสู่คนอื่นได้
และถ้าหากคุณเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ คุณจะมีโอกาสรับเชื้อเอดส์ได้ง่ายกว่าคนปกติหลายเท่า
การมีเพศสัมพันธ์อย่างไรให้ปลอดภัยสำหรับคุณนั้น
ก็คือ การมีคู่นอนเพียงคนเดียว หรือหากไม่แน่ใจ คุณควรใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้ง
โดยชักชวนให้ฝ่ายชายใช้ถุงยางอนามัย หรือเสนอที่จะสวมให้เพื่อสร้างความตื่นเต้นให้ฝ่ายชาย
การใช้ถุงยางอนามัยนอกจากเพื่อป้องกันโรคแล้วยังทำให้คุณไม่ต้องกังวลเรื่องตั้งครรภ์ด้วย
หากใช้อย่างถูกต้อง การใช้สารหล่อลื่นที่มีน้ำเป็นส่วนผสม เช่น เค-วาย
เยลลี่ จะช่วยให้การร่วมเพศราบรื่นยิ่งขึ้น ห้ามใช้โลชั่นทาผิว
น้ำมันมะกอก วาสลีน ครีมทาผม ในการหล่อลื่น เพราะมีส่วนผสมของน้ำมัน
ซึ่งทำให้ถุงยางอนามัยแตก และรั่วซึมได้
วิธีการใส่ถุงยางอนามัยและเค-วายเยลลี่
- ฉีกซองอย่าให้เล็บสะกิดถุงยาง
- บีบปลายไล่ลมก่อนใส่เสมอ หากปล่อยให้มีฟองอากาศที่ปลายถุงจะทำให้ถุงยางแตกขณะร่วมเพศ
- สวมถุงยางขณะที่อวัยวะเพศแข็งตัว
บีบปลายถุงยางขณะสวมแล้วรูดให้สุดโคน
- อาจใช้สารหล่อลื่นที่มีน้ำเป็นส่วนผสม
หยดด้านนอก 1-2 หยด ลูบไล้ให้ทั่ว
- เมื่อเสร็จกิจให้รีบถอนอวัยวะเพศออกขณะที่อวัยวะเพศยังแข็งตัวอยู่โดยใช้นิ้วสอดเข้าในขอบถุงยางแล้วรูดออก
- ระหว่างใช้ ถ้าลื่นหลุดหรือแตก
ต้องเปลี่ยนอันใหม่ทันทีและทิ้งในถังขยะที่มิดชิด
ที่มา
: กองกามโรค กรมควบคุมโรคติดต่อ
|