|
เชื้อโรคที่สามารถทำให้เกิดช่องคลอดอักเสบมี
3 ชนิดใหญ่ด้วยกันคือ
เชื้อบัคเตรี
อาการช่องคลอดอักเสบ อาจเกิดจากเชื้อโรคชนิดต่างๆ หลายชนิดด้วยกัน
แต่ที่พบบ่อยคือ เชื้อเฮโมฟิลัส วาจินาลิส การตกขาวที่เกิดจากเชื้อบัคเตรีชนิดนี้
โดยมากจะมีสีขาวขุ่นๆหรือสีเหลืองอาจมีเลือดหรือมูกปน มีลักษณะเหลว
ทำให้เปรอะเปื้อนและมีกลิ่นเหม็น
พยาธิ
เกิดจากเชื้อทริโคโมนาซ วาจินาลิส เป็นพยาธิเซลล์เดียว ซึ่งพบได้ทั้งในผู้ชายและผู้หญิง
เชื้อโรคนี้ติดต่อถึงกันได้โดยการร่วมเพศ การใช้เสื้อผ้า ผ้าเช็ดตัว
หรือชุดอาบน้ำร่วมกัน ความชื้นทำให้เชื้อชนิดนี้เจริญเติบโตได้ดี การตกขาวซึ่งเกิดจากเชื้อนี้เป็นสาเหตุ
มักมีสีเหลือง มีฟอง และมีกลิ่นเหม็น บางครั้งการอักเสบที่เกิดจากเชื้อนี้
อาจไม่มีตกขาวหรืออาการอื่นแสดงให้เห็น ถ้ามีการติดเชื้อดังกล่าวแพทย์จะแนะนำให้สามีหรือภรรยารับการรักษาด้วย
แม้จะไม่ปรากฏอาการ โดยเฉพาะในกรณีที่เป็นโรคนี้บ่อยครั้ง
เชื้อรา
เชื้อราที่พบบ่อย
และเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการช่องคลอดอักเสบ มีชื่อเรียกได้หลายชื่อ
เช่น แคนดิดา โมนิเลีย เป็นต้น เชื้อโมนิเลียนี้ อาจพบได้เสมอในปาก
ในระบบทางเดินอาหาร และในช่องคลอด ถ้ามีจำนวนน้อยก็จะไม่เป็นอันตรายกับอวัยวะดังกล่าวแต่อย่างใด
การอักเสบในช่องคลอดอาจมีสาเหตุมาจากการเปลี่ยนแปลงภายในช่องคลอด โดยมีเชื้อราโมนิเลียเข้าไปมากกว่าปกติ
ประกอบกับภายในช่องคลอดมีสภาวะที่เหมาะสม ที่ทำให้เชื้อโมนิเลียสามารถเจริญเติบโต
มีจำนวนมากจนก่อให้เกิดการอักเสบได้
อาการตกขาวที่เกิดจากเชื้อโมนิเลีย
โดยปกติจะมีสีขาวข้นหรือมีสีเหลืองจับกันเป็นก้อน และบ่อยครั้งที่ทำให้เกิดเป็นคราบขาวบริเวณอวัยวะสืบพันธุ์
บริเวณขาหนีบแดง อาจพบรอยเกาเนื่องจากคัน อาการช่องคลอดอักเสบที่เกิดจากเชื้อโมนิเลียอาจเกิดขึ้นกับทุกวัย
ไม่ว่าจะเป็นวัยเด็ก วัยเจริญพันธุ์ หรือแม้ในหญิงวัยหมดประจำเดือน
แต่ส่วนใหญ่หญิงในวัยเจริญพันธุ์มักเป็นมากกว่าหญิงในวัยอื่น ทั้งนี้เนื่องจากเป็นวัยที่มีระดับฮอร์โมนในร่างกายสูง
เชื้อราชนิดนี้เจริญได้ดีเป็นพิเศษในร่างกายหญิงมีครรภ์ ผู้ที่เป็นเบาหวาน
คนอ้วน หรือผู้ที่ใช้ยาปฏิชีวนะหรือฮอร์โมน เด็กซึ่งเกิดจากแม่ซึ่งติดเชื้อโมนิเลียมักจะเกิดเชื้อราหรือ
ฝ้าขาวในปาก ซึ่งไม่ใช่โรคร้ายแรงอะไร รักษาให้หายได้โดยง่าย
สรุปแล้วอาจกล่าวได้ว่า
อาการตกขาวที่เกิดจากเชื้อโรคชนิดใดชนิดหนึ่ง มีลักษณะเฉพาะและแตกต่างกันออกไป
การให้การรักษาโดยดูจากอาการโดยทั่วๆไป มักไม่ได้ผลดีเท่าที่ควร จำเป็นต้องมีการตรวจภายใน
และตรวจเชื้อทางกล้องจุลทรรศน์ เพื่อให้สามารถวิเคราะห์ได้ละเอียดและถูกต้องดียิ่งขึ้นกว่าการอักเสบดังกล่าวเกิดจากเชื้อชนิดไหน
และยังช่วยให้จำแนกได้ว่าการตกขาวเป็นเพราะช่องคลอดอักเสบ หรือเนื่องมาจากสาเหตุอื่น
การตรวจทางกล้องจุลทรรศน์ทำได้ง่ายและสะดวก เพื่อป้องกันเชื้อโรคดื้อยา
ผู้ป่วยควรให้ความร่วมมือปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ผู้ให้การรักษาอย่างเคร่งครัด
เพื่อช่วยให้โรคหายเร็วขึ้น
ที่มา : โรคชีวิตของมีชัย
พัฒน์ สุจำนงค์
|