สุขภาพกาย | สุขภาพใจ | ความสวย ความงาม | ช้อปปิ้ง | ของกิน | ปาร์ตี้ | ท่องเที่ยว | กีฬา | ภาษาต่างประเทศ
  การศึกษา | กิจกรรม | กฎหมาย | บันเทิง | ไม่เชื่อ แต่อย่าลบหลู่ | ข่าวประชาสัมพันธ์ | รวมLinks | Web Board

Web ที่น่าสนใจ

Webboard
สุขภาพกาย

ซุ้มฝากข่าว
ซุ้มคุยกับแป๋ม

หากท่านไดมีปัญหา เรื่องสุขภาพ สามารถส่งมาที่ pam@ formumandme.com แล้วเราจะคำตอบ ให้คุณคะ

ส่งหน้านี้ให้เพื่อน


การอักเสบของช่องคลอดชนิดนี้ไม่ใช่การอักเสบที่เกิดจากเชื้อโรค แต่สืบเนื่องมาจากผนังช่องคลอดเสื่อมสภาพลงตามธรรมชาติ มักเกิดในหญิงวัยหมดประจำเดือน เนื่องจากร่างกายผลิตฮอร์โมนแอสโตรเจนน้อยลงกว่าปกติ ทำให้ผนังช่องคลอดบางและเหี่ยวย่น เมื่อมีการเสียดสีระคายเคืองก็อาจทำให้ช่องคลอดอักเสบได้ง่าย หญิงซึ่งตัดรังไข่ออกก็เช่นเดียวกัน อาจเกิดอาการของช่องคลอดอักเสบแบบเอโทรฟิคได้ เพราะร่างกายงดผลิตฮอร์โมนแอสโตรเจน

แอสโตรเจนเป็นฮอร์โมนของรังไข่ซึ่งทำหน้าที่ กระตุ้นการทำงานของอวัยวะสืบพันธุ์และเต้านม การเพิ่มขึ้นและลดลงของฮอร์โมนแอสโตรเจนมีผล ต่อการมีประจำเดือนของผู้หญิง หญิงในวัยหมดประจำเดือน ร่างกายจะผลิตแอสโตรเจนน้อยลง ผนังของช่องคลอดก็จะเปราะบางลงมาก การที่ผนังช่องคลอดลดบางลงนี้ หญิงบางคนจะไม่รู้สึกผิดปกติแต่อย่างใด แต่ในบางคนจะเกิดการอักเสบและแสบแห้ง ระคายเคืองในช่องคลอด บางคนอาจตกขาวมีเลือดปนหรือมีสีน้ำตาลเข้ม รู้สึกปวดแสบปวดร้อนและคันบริเวณอวัยวะเพศ นอกจากนี้อาจเจ็บและไม่สะดวกในการถ่ายปัสสาวะ หรือมีเพศสัมพันธ์กับสามี อาการดังกล่าวไม่ใช่เรื่องร้ายแรงและสามารถรักษาให้หายได้

ในกรณีที่ร่างกายไม่สามารถผลิตฮอร์โมนแอสโตรเจนได้ ก็อาจชดเชยได้ด้วยการใช้ยาหรือครีมสอดเข้าไปในช่องคลอด ฮอร์โมนนี้จะช่วยทำให้ผนังช่องคลอดมีความหนาขึ้นภายใน 2-3 วัน หรือ 1-2 สัปดาห์ และอาการผิดปกติดังกล่าวจะค่อยๆหายไป ในบางรายการใช้ฮอร์โมนแอสโตรเจนชนิดกิน เพื่อการรักษาอาจมีผลทำให้เจ็บเต้านม ในรายเช่นนี้การให้ฮอร์โมนต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์

ที่มา : โรคชีวิตของมีชัย …พัฒน์ สุจำนงค์

 

Copyright reserved by formumandme.com ::: contact us : webmaster@formumandme.com