|

บ่อยครั้งที่สตรีจะเกิดอาการต่างๆนานากับระบบสืบพันธุ์ของตน
สาเหตุส่วนใหญ่เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน ดังนั้นผู้เขียนจึงอยากให้ผู้อ่านได้รู้จัก
เข้าใจ สังเกตตนเองอยู่เสมอ และสุดท้ายรู้วิธีป้องกันการเกิดโรคต่างๆ
เริ่มจาก ช่องคลอดอักเสบ
การอักเสบของช่องคลอด
เช่น ปวดเสียว แสบคัน ระคายเคือง ตกขาวมากกว่าปกติ หรือบริเวณอวัยวะเพศสืบพันธุ์อักเสบ
มีกลิ่นเหม็น อาการอักเสบของช่องคลอดดังกล่าวมาแล้ว ตกขาวที่ออกมาอาจจะเป็นสีเหลือง
หรือขาวขุ่น มีฟอง มีมูกเลือด หรือมูกสีเหลืองจับกันเป็นก้อน มีอาการคันระคายเคือง
ในช่องคลอด บริเวณช่องคลอดบวมแดง อาจจะปัสสาวะบ่อยครั้งกว่าเดิม อาการเหล่านี้ในหญิงแต่ละคนก็จะแตกต่างกันไปเฉพาะตัวบุคคล
และตามชนิดของเชื้อโรค
ตามปกติช่องคลอดของผู้หญิงมักจะมีความชุ่มชื้นอยู่เป็นธรรมดา
อาจจะมีระดูขาวเล็กน้อย ซึ่งเป็นน้ำเมือกมาจากตัวมดลูก ปากมดลูกหรือตัวช่องคลอดเอง
การตกขาวที่เรียกได้ว่าเป็นภาวะปกติ จะสังเกตได้ว่ามีสีขาวค่อนข้างใส
อาจมีกลิ่นเล็กน้อย แต่ไม่ทำให้เกิดการระคายเคืองและไม่มีสีแดง เช่น
เลือดประจำเดือน
สาเหตุที่ทำให้เกิดอาการช่องคลอดอักเสบ
อาจจะเกิดจากเชื้อรา พยาธิบางชนิด บัคเตรีบางชนิด หรือบางครั้งการอักเสบอาจเกิดจากเชื้อโรคหลายๆชนิดพร้อมกันก็เป็นได้
ซึ่งแพทย์สามารถตรวจหาเชื้อได้ทางห้องปฏิบัติการ นอกจากการติดเชื้อต่างๆแล้ว
การที่ร่างกายมีความต้านทานโรคต่ำ อันสืบเนื่องมาจากสุขภาพร่างกายทรุดโทรม
ก็อาจเป็นสาเหตุให้ช่องคลอดอักเสบได้ สาเหตุอื่นๆอาจได้แก่
- โรคเบาหวาน
- การใช้ยาปฏิชีวนะเป็นเวลานานๆ
- น้ำหนักตัวมากเกินไป
- การแพ้สบู่ยาหรือผงซักฟอก
- การมีประจำเดือน
- การกินยาคุมกำเนิด
ในบางครั้งเสื้อผ้าที่สวมใส่ก็เป็นตัวการที่ทำให้เกิดการอักเสบได้
เช่น การใช้การเกงในที่ทำด้วยไนล่อน ซึ่งคับหรือตึงจนเกินไป ระหว่างที่มีอาการดังกล่าวนี้
ควรใส่กางเกงในที่ทำด้วยผ้าฝ้ายหลวมๆ เพื่อช่วยให้อวัยวะเพศแห้ง เพราะอากาศถ่ายเทได้สะดวก
ที่มา : โรคชีวิตของมีชัย
พัฒน์ สุจำนงค์
|