|
การไอเป็นกลไกตามธรรมชาติที่จะเกิดขึ้นเองเมื่อร่างกายต้องการขจัดเอาสิ่งแปลกปลอมหรือเชื้อโรคที่มีอยู่ในทางเดินหายใจออกมา
นับเป็นกลไกที่มีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างมาก แต่อย่างไรก็ตามบางครั้งการไอมากๆหรือนานๆ
ก็จะก่อให้เกิดความรำคาญเป็นอย่างมากได้ ดังนั้นเราจึงจำเป็นต้องใช้ยาเพื่อช่วยบรรเทาอาการลง
สาเหตุของการไอนั้นมีมากมาย
ตั้งแต่การแพ้สารบางอย่าง การแพ้ฝุ่นควัน การติดเชื้อทางเดินหายใจที่ไม่รุนแรง
เช่น การเป็นหวัดธรรมดา ไปจนถึงการติดเชื้อที่รุนแรง เช่น หลอดลมอักเสบ
ปวดบวม หรือวัณโรค
ยาบรรเทาอาการไอที่ควรรู้จัก
อาจแบ่งออกได้เป็น 3 กลุ่ม คือ
- ยากดอาการไอ
เป็นยาที่จะไปกดศูนย์ควบคุมการไอที่สมอง เช่น โคดีอีน แต่ควรใช้ยานี้ในกรณีที่มีอาการไอแห้งหรือไออย่างรุนแรง
ยาในกลุ่มนี้จะทำให้ผู้รับประทานเกิดอาการซึมและง่วง
- ยาขับเสมหะ (Expectorant)
เป็นยาที่จะไปเพิ่มของเหลวในหลอดลม เพื่อช่วยลดความเหนียวของเสมหะลง
และเป็นการกระตุ้นให้มีการขับเสมหะออกมา
- ยาละลายเสมหะ (Mucolytic)
เป็นยาที่มีฤทธิ์ทำให้โมเลกุลของเสมหะแตกออก เหลวลง ละลายน้ำได้มากขึ้น
เพื่อให้ถูกขับออกมาได้ง่ายขึ้น
โดยทั่วไปแล้ว ถ้ามีอาการไอที่ไม่รุนแรงมากนักและมีเสมหะ
แพทย์หรือเภสัชกรมักจะแนะนำให้ใช้ยาขับเสมหะ หรือยาละลายเสมหะร่วมกับการดื่มน้ำมากๆ
ในการบรรเทารักษา แต่หากอาการไออยู่ในขั้นรุนแรง แพทย์และเภสัชกรก็จะแนะจำให้ใช้ยาที่มีฤทธิ์กดอาการไอร่วมด้วย
เช่น โคดีอีน ซึ่งเป็นยาที่มีฤทธิ์กดประสาท แต่ถ้าใช้ในขนาดสูงจะมีฤทธิ์กดการหายใจด้วย
ดังนั้นจึงต้องระมัดระวังในการใช้ทุกครั้ง ข้อสำคัญยานี้ห้ามใช้ในผู้ที่เป็นหืดและในเด็กที่มีอายุต่ำกว่า
6 เดือน เป็นอันขาด
และหากคุณพ่อคุณแม่ไม่แน่ใจว่าจะใช้ยาอะไรในการบรรเทาอาการไอเมื่อเกิดขึ้น
ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน พร้อมทั้งควรปฏิบัติตามคำแนะนำที่ได้รับมาอย่างเคร่งครัดด้วย
ที่มา
: รศ.ภญ.ธิดา
นิงสานนท์ นายกสมาคมเภสัชกรรมโรงพยาบาล (ประเทศไทย)
|