|
คุณพ่อคุณแม่คงทราบกันดีอยู่แล้วว่าเด็กเล็กๆนั้น
มักเกิดอาการเจ็บป่วยได้ง่าย เพียงแค่อากาศเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย ก็อาจมีผลทำให้ลูกรักเป็นหวัดหรือเป็นไข้ได้
ยาลดไข้ จึงเป็นยาที่คุณแม่รู้จักและคุ้นเคยเป็นอย่างดี โดยเฉพาะยาลดไข้
พาราเซตามอล จัดได้ว่าเป็นยาที่ค่อยข้างใช้ได้ผลดีและปลอดภัย
แต่การนำไปใช้กับเด็กก็ยังต้องให้ความระมัดระวัง สิ่งที่จะขอแนะนำให้คุณพ่อคุณแม่ทราบเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้ยาลดไข้กับลูกรักมีดังนี้
รูปแบบ
รูปแบบที่แตกต่างกันของยา ย่อมเป็นข้อบ่งชี้ถึงความเหมาะสม สำหรับการใช้ยาในเด็กแต่ละวัยและสภาพการเจ็บป่วยของเด็ก
เช่น ยาขี้ผึ้งเหน็บก้นจะเหมาะกับเด็กที่กินยายากหรือกินยาไม่ได้ โดยยาชนิดนี้จะใช้วิธีสอดหรือเหน็บเข้าก้นในเวลาที่เด็กนอน
ส่วนยาเม็ดจะเหมาะกับเด็กตั้งแต่ 4 ขวบขึ้นไป และไม่เหมาะกับเด็กเล็ก
เพราะจะทำให้ติดคอได้
- ปริมาณของตัวยา เช่น น้ำยาเชื่อมแบบหยดจะมีปริมาณของตัวยามากกว่าวยาน้ำเชื่อมทั่วไปที่ใช้ช้อนป้อน
โดยในยาปริมาณ 1 ช้อนชา (5ซี.ซี.) ที่เท่ากัน ยาน้ำเชื่อมแบบหยดจะมีปริมาณของตัวยามากกว่า
ประมาณ 4-5 เท่า ฉะนั้นสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่พึงจำไว้ได้แก่
- ยาน้ำเชื่อมทั่วไปจะมีปริมาณของตัวยาเท่ากับ
120 มิลลิกรัม ต่อ 5 ซี.ซี. หรือ 1 ช้อนชา
- ยาน้ำเชื่อมชนิดแขวนตะกอนจะมีปริมาณของตัวยาเท่ากับ
120 มิลลิกรัม และ 160 มิลลิกรัม ต่อ 5 ซี.ซี. หรือ 1 ช้อนชา
- ยาน้ำเชื่อมแบบหยดจะมีปริมาณของตัวยาเท่ากับ
10 มิลลิกรัม ต่อ 0.1 ซี.ซี.
- ยาเม็ดสำหรับเด็กใน 1 เม็ด
จะมีปริมาณของตัวยาเท่ากับ 325 มิลลิกรัม เป็นต้น
ปริมาณที่ให้เด็กนั้นไม่ใช่ ½
หรือ ¼ ของขนาดที่ผู้ใหญ่ได้รับ แต่จะต้องคำนวณจากน้ำหนักตัวเป็นหลัก
เพื่อให้ได้รับยาในขนาดที่ถูกต้องและปลอดภัย เช่น ยาลดไข้พาราเซตามอลขนาดที่เหมาะสมสำหรับการใช้ในเด็ก
จะเท่ากับ 10-15 มิลลิกรัม/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม/ครั้ง
ตัวอย่างเช่น ลูกมีน้ำหนักตัวเท่ากับ
8 กิโลกรัม ปริมาณยาพาราเซตามอลที่ควรได้รับคือ 8x10-8x15 มิลลิกรัม/ครั้ง
หากเป็นยาน้ำเชื่อมชนิดแขวนตะกอนซึ่งมีปริมาณพาราเซตามอล 160 มิลลิกรัม/5ซี.ซี.
หรือ 1 ช้อนชา คุณพ่อคุณแม่ต้องป้อนยา ½ - ¾ ช้อนชา ให้กับลูกที่มีน้ำหนักตัว
8 กิโลกรัม ในแต่ละครั้งนั่นเอง
ส่วนผสมยาน้ำเชื่อมทั่วไป รวมทั้งยาน้ำเชื่อมแบบหยดจะเป็นยาที่มีน้ำตาลเป็นส่วนผสมในปริมาณสูงเพื่อช่วยในการกลบรสขมของยา
จึงอาจมีผลทำให้เด็กฟันผุได้ง่าย ในปัจจุบันจึงได้มีการผลิตยาน้ำเชื่อมชนิดแขวนตะกอนขึ้น
โดยใช้ฟรุคโตสคอร์นไซรัป (Fructose corn syrup) และพัฒนาการผลิตจนสามารถกลบรสขมของยาได้ดีกว่า
จึงช่วยให้เด็กรับประทานยาได้ง่ายขึ้น ช่วยลดความวุ่นวายความโกลาหลในการป้อนยาและสิ่งที่ควรระลึกถึงอีกประการหนึ่งก็คือ
ยาลดไข้ที่ปลอดภัยสำหรับเด็กไม่ควรมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์
อย่างไรก็ตาม คุณพ่อคุณแม่ต้องไม่ลืมด้วยว่า
การลดไข้ในเด็กนั้นจะได้ผลหรือไม่ก็ขึ้นอยู่ กับการใช้ยาอย่างถูกต้องและควรให้ขนาดตามความเหมาะสมที่แพทย์เห็นสมควร
ซึ่งโดยทั่วไปจะให้ยาเมื่อเด็กมีไข้และสามารถให้ซ้ำได้ทุก 4-6 ชั่วโมง
นอกจากนี้คุณพ่อคุณแม่ต้องเช็ดตัวให้ลูกควบคู่กันไปด้วย เพื่อช่วยลดอุณหภูมิของร่างกายและป้องกันการชักให้ลูกน้อย
ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้เสมอในเวลาที่เด็กมีไข้สูงมากๆ
หากใช้ยาและเช็ดตัวให้แล้ว
อาการไข้ของลูกยังไม่ลดลง คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรให้ยาเกิน 5 ครั้ง/1 วัน
หรือให้ซ้ำอยู่เช่นนั้นเพื่อหวังให้ไข้ลด เพราะอาจเป็นอันตรายต่อตับและไตจนทำให้เด็กเสียชีวิตได้
ในกรณีเช่นนี้คุณพ่อคุณแม่ควรพาลูกไปพบแพทย์โดยด่วน และถ้าหากมีปัญหาเกี่ยวกับการใช้ยาลดไข้ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนทุกครั้ง
ที่มา
: ภญ.อุบลรัตน์ ประดิษฐ์กุล สำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์
สภากาชาดไทย
|