![]() |
|
||
![]() |
|
|
|
|
|
ศีรษะต้องได้รับการประคับประคอง การควบคุมการเคลื่อนไหวของแขนขา ทำได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่ภายในเวลาเพียง 2-3 เดือนถัดมา ทารกสามารถชันศีรษะขึ้น หันซ้ายขวาได้เอง ยื่นมือไขว่คว้าไปข้างหน้า และในอีก 2-3 เดือนถัดมา ทารกเรียนรู้ที่จะหยิบของเล่นต่างๆ ช้อนขวดนมได้เอง และในไม้ช้าหลังจากนั้นก็เริ่มนั่ง คลาน ยืน และในที่สุดก็สามารถก้าวเท้า ได้เป็นก้าวแรก สิ่งต่างๆ เหล่านี้มักเกิดขึ้นในช่วงขวบปีแรก ในระหว่างช่วงเวลาปีแรกนี่เอง ทารกจะมีส่วนสูงเพิ่มขึ้นถึง 25 ซ.ม. และมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นเป็น 3 เท่าของเมื่อแรกเกิด และเมื่อทารกอายุ 1 ปี จะมีความยาวลำตัวประมาณ 75 ซ.ม. และมีน้ำหนัก 9-10 กิโลกรัม ในช่วงปีต่อๆ ไป จะเห็นความเปลี่ยนแปลงเพิ่มมากขึ้น จากขนาดของเสื้อผ้าที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว คุณพ่อคุณแม่จะเรียนรู้ถึงความจริงข้อนี้ภายในขวบปีที่สอง และทราบเคล็ดลับการเลือกซื้อเสื้อผ้าทารกก็ต่อเมื่อมีบุตรคนที่สอง ระหว่างช่วงที่ทารกมีอายุ 1-2 ขวบ จะเห็นความเปลี่ยนแปลงได้ไม่ชัดเจนเท่าที่เกิดภายในช่วงปีแรก อัตราการเจริญเติบโตจะลดลงเหลือ 12 ซ.ม. ในขวบปีที่สอง และเหลือประมาณ 6-8 ซ.ม. ในขวบปีที่สาม หลังจากนั้นความสูงจะเพิ่มขึ้นในอัตรา 5 ซ.ม. ต่อปี จนกระทั่งเด็กเริ่มเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ (puberty) ซึ่งจะมาถึงเมื่ออายุ 10-11 ปีในเด็กหญิง และอายุ 12-13 ปี ในเด็กชาย และในช่วงวัยรุ่นนี้ เด็กจะมีอัตราการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว เพื่อที่จะเปลี่ยนแปลงเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ ในช่วงท้ายของวัยเจริญพันธุ์นี้ เด็กจะมีพัฒนาการทางเพศที่สมบูรณ์ และมีระดับความสูงเกือบเท่ากับวัยผู้ใหญ่ ตารางที่ 1 : อัตราการเจริญเติบโตเฉลี่ยสำหรับเด็กชายและเด็กหญิง
ตารางที่ 1 จะให้รายละเอียดอัตราการเจริญเติบโตเฉลี่ย ตั้งแต่แรกเกิดจนถึงวัยเจริญพันธุ์ในเด็กชายและเด็กหญิง การพิจารณาตัวเลขดังกล่าวนี้ เป็นเพียงแนวทางคร่าวๆ เท่านั้น เนื่องจากอาจมีความแตกต่างในเด็กแต่ละคนแต่ละครอบครัวเกิดขึ้นได้บ้าง เช่น ปัจจัยทางกรรมพันธุ์ เป็นต้น ปัจจัยที่มีผลต่อการเจริญเติบโต เด็ก ๆจะต้องได้รับประทานอาหารครบทั้ง 5 หมู่ ได้แก่ โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน ตลอดจนวิตามิน และแร่ธาตุที่สำคัญต่างๆ คุณภาพอาหารและพฤติกรรมการบริโภคของเด็กมีผลต่ออัตราการเจริญเติบโต ฮอร์โมน
( HORMONES ) ความเจ็บป่วยในเด็ก การใช้ยารักษาโรคบางชนิด คำแนะนำที่เป็นประโยชน์ 1. ดูแลเอาใจใส่ และปฏิบัติต่อบุตรของท่านตามวัย (อายุ) ที่แท้จริง มิใช่ตามขนาดของร่างกาย 2. แจ้งให้คุณครู หรืออาจารย์ทราบ และขอให้ปฏิบัติต่อตัวเด็กตามปกติ ไม่ควรแยก หรือลดชั้นเรียน เพียงเพราะเด็กมีรูปร่างเตี้ย 3. สนับสนุนและให้กำลังใจกับเด็ก ในการมีส่วนร่วมในกิจกรรมการออกกำลังกายที่เขาชอบ ซึ่งนอกจากคุณพ่อคุณแม่แล้ว คุณครูผู้สอนวิชาพลานามัยจะช่วยได้มาก 4. พยายามเน้นกิจกรรมต่าง ๆ ที่อยู่เหนือหลักสูตรที่เรียน เพื่อความเพลิดเพลิน เช่น วาดภาพ ร้องเพลง เล่นดนตรี ฯลฯ 5. คุณพ่อคุณแม่ควรเปิดโอกาส ตลอดจนสนับสนุนให้บุตรของท่านมีความกล้าที่จะพูดคุยอย่างเปิดเผย หรือปรึกษาปัญหาต่าง ๆ และความคับข้องใจที่เด็กกำลังเผชิญอยู่ได้ตลอดเวลา 6. คุณพ่อคุณแม่ และบุตรของท่าน อาจขอรับคำปรึกษา แนะนำจากแพทย์หรือผู้ที่มีความรู้ความชำนาญในปัญหาลักษณะนี้บ้างถ้าจำเป็น ที่มา : ศูนย์กุมารเวช โรงพยาบาลสมิติเวช |
|
Copyright
reserved by formumandme.com ::: contact us : webmaster@formumandme.com
|