สุขภาพกาย | สุขภาพใจ | ความสวย ความงาม | ช้อปปิ้ง | ของกิน | ปาร์ตี้ | ท่องเที่ยว | กีฬา | ภาษาต่างประเทศ
  การศึกษา | กิจกรรม | กฎหมาย | บันเทิง | ไม่เชื่อ แต่อย่าลบหลู่ | ข่าวประชาสัมพันธ์ | รวมLinks | Web Board

Web ที่น่าสนใจ

Webboard
สุขภาพกาย

ซุ้มฝากข่าว
ซุ้มคุยกับแป๋ม

หากท่านไดมีปัญหา เรื่องสุขภาพ สามารถส่งมาที่ pam@ formumandme.com แล้วเราจะคำตอบ ให้คุณคะ

ส่งหน้านี้ให้เพื่อน


คุณพ่อคุณแม่ทุกคนทราบดีว่าการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ทางร่างกาย จะเกิดขึ้นอย่างมากตลอดช่วงวัยเด็ก การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะสังเกตเห็นได้ชัดอย่างน่าทึ่งนับแต่วันแรกเกิด ทารกที่เพิ่งเกิดใหม่จะไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้เลย

ศีรษะต้องได้รับการประคับประคอง การควบคุมการเคลื่อนไหวของแขนขา ทำได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่ภายในเวลาเพียง 2-3 เดือนถัดมา ทารกสามารถชันศีรษะขึ้น หันซ้ายขวาได้เอง ยื่นมือไขว่คว้าไปข้างหน้า และในอีก 2-3 เดือนถัดมา ทารกเรียนรู้ที่จะหยิบของเล่นต่างๆ ช้อนขวดนมได้เอง และในไม้ช้าหลังจากนั้นก็เริ่มนั่ง คลาน ยืน และในที่สุดก็สามารถก้าวเท้า ได้เป็นก้าวแรก

สิ่งต่างๆ เหล่านี้มักเกิดขึ้นในช่วงขวบปีแรก ในระหว่างช่วงเวลาปีแรกนี่เอง ทารกจะมีส่วนสูงเพิ่มขึ้นถึง 25 ซ.ม. และมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นเป็น 3 เท่าของเมื่อแรกเกิด และเมื่อทารกอายุ 1 ปี จะมีความยาวลำตัวประมาณ 75 ซ.ม. และมีน้ำหนัก 9-10 กิโลกรัม

ในช่วงปีต่อๆ ไป จะเห็นความเปลี่ยนแปลงเพิ่มมากขึ้น จากขนาดของเสื้อผ้าที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว คุณพ่อคุณแม่จะเรียนรู้ถึงความจริงข้อนี้ภายในขวบปีที่สอง และทราบเคล็ดลับการเลือกซื้อเสื้อผ้าทารกก็ต่อเมื่อมีบุตรคนที่สอง ระหว่างช่วงที่ทารกมีอายุ 1-2 ขวบ จะเห็นความเปลี่ยนแปลงได้ไม่ชัดเจนเท่าที่เกิดภายในช่วงปีแรก อัตราการเจริญเติบโตจะลดลงเหลือ 12 ซ.ม. ในขวบปีที่สอง และเหลือประมาณ 6-8 ซ.ม. ในขวบปีที่สาม หลังจากนั้นความสูงจะเพิ่มขึ้นในอัตรา 5 ซ.ม. ต่อปี จนกระทั่งเด็กเริ่มเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ (puberty) ซึ่งจะมาถึงเมื่ออายุ 10-11 ปีในเด็กหญิง และอายุ 12-13 ปี ในเด็กชาย และในช่วงวัยรุ่นนี้ เด็กจะมีอัตราการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว เพื่อที่จะเปลี่ยนแปลงเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ ในช่วงท้ายของวัยเจริญพันธุ์นี้ เด็กจะมีพัฒนาการทางเพศที่สมบูรณ์ และมีระดับความสูงเกือบเท่ากับวัยผู้ใหญ่

ตารางที่ 1 : อัตราการเจริญเติบโตเฉลี่ยสำหรับเด็กชายและเด็กหญิง

อายุ ( ปี )

อัตราส่วนสูงที่เพิ่มขึ้นเฉลี่ยต่อปี
( เซนติเมตร / ปี )

แรกเกิด - 1

25

1 - 2
10 - 12
2 - 4

6 - 8

4 - 10 (เด็กหญิง)
5
4 - 12 (เด็กชาย)
5
ช่วงระยะวัยเจริญพันธุ์
8 - 10

ตารางที่ 1 จะให้รายละเอียดอัตราการเจริญเติบโตเฉลี่ย ตั้งแต่แรกเกิดจนถึงวัยเจริญพันธุ์ในเด็กชายและเด็กหญิง การพิจารณาตัวเลขดังกล่าวนี้ เป็นเพียงแนวทางคร่าวๆ เท่านั้น เนื่องจากอาจมีความแตกต่างในเด็กแต่ละคนแต่ละครอบครัวเกิดขึ้นได้บ้าง เช่น ปัจจัยทางกรรมพันธุ์ เป็นต้น

ปัจจัยที่มีผลต่อการเจริญเติบโต
กรรมพันธุ์ ( HEREDITY )
สภาวะแวดล้อมในครรภ์ ตลอดจนขนาดรูปร่างของคุณแม่ เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อน้ำหนักแรกเกิดของทารก ทารกที่คุณพ่อคุณแม่มีรูปร่างสูง จะมีแนวโน้มที่จะเติบโตเร็วกว่าทารกที่มีคุณพ่อคุณแม่รูปร่างเตี้ย ลักษณะทางพันธุกรรมที่มีผลต่อความสูง จะปรากฎให้เห็นชัดเมื่อเด็กอายุได้ 2 ขวบ และเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ จะมีส่วนสูงที่ใกล้เคียงกับคุณพ่อคุณแม่ในที่สุด

ภาวะโภชนาการ ( NUTRITION )
เด็ก ๆจะต้องได้รับประทานอาหารครบทั้ง 5 หมู่ ได้แก่ โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน ตลอดจนวิตามิน และแร่ธาตุที่สำคัญต่างๆ คุณภาพอาหารและพฤติกรรมการบริโภคของเด็กมีผลต่ออัตราการเจริญเติบโต

ฮอร์โมน ( HORMONES )
ฮอร์โมนทำหน้าที่เสมือนผู้ส่งสัญญาณต่าง ๆ ทางเคมีภายในร่างกาย ฮอร์โมนจะถูกหลั่งจากต่อมต่างๆ แล้วปล่อยเข้าสู้กระแสเลือด ส่งผลต่อการทำงาน ตลอดจนกิจกรรมของเซลล์ต่างๆภายในร่างกาย ฮอร์โมนเกือบทุกตัวมีผลต่อการเจริญเติบโต

ความเจ็บป่วยในเด็ก
ความเจ็บป่วยในวัยเด็กบางอย่าง อาจมีผลต่อการเจริญเติบโต เช่น โรคเกี่ยวกับปอด และหัวใจ ที่ อาจส่งผลรบกวนหรือขัดขวางการแลกเปลี่ยนก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ โรคของทางเดินอาหารที่เกี่ยวข้องกับการดูดซึมสารอาหารที่มีประโยชน์ หรือแม้กระทั่งโรคเบาหวาน อาจทำให้เด็กมีอัตราการเจริญเติบโตที่ต่ำกว่าปกติ แม้ ว่าจะสามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีก็ตาม

การใช้ยารักษาโรคบางชนิด
การรักษาโรคบางอย่างที่มีใช้ในเด็ก เช่น การใช้ฮอร์โมนรักษาโรคหอบ หืด โรคข้ออักเสบ อาจส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโต การปรับขนาดหรือหยุดใช้ยาภายใต้คำแนะนำของแพทย์ จะทำให้การเจริญเติบโตของเด็กกลับเป็นปกติได้

คำแนะนำที่เป็นประโยชน์

1. ดูแลเอาใจใส่ และปฏิบัติต่อบุตรของท่านตามวัย (อายุ) ที่แท้จริง มิใช่ตามขนาดของร่างกาย

2. แจ้งให้คุณครู หรืออาจารย์ทราบ และขอให้ปฏิบัติต่อตัวเด็กตามปกติ ไม่ควรแยก หรือลดชั้นเรียน เพียงเพราะเด็กมีรูปร่างเตี้ย

3. สนับสนุนและให้กำลังใจกับเด็ก ในการมีส่วนร่วมในกิจกรรมการออกกำลังกายที่เขาชอบ ซึ่งนอกจากคุณพ่อคุณแม่แล้ว คุณครูผู้สอนวิชาพลานามัยจะช่วยได้มาก

4. พยายามเน้นกิจกรรมต่าง ๆ ที่อยู่เหนือหลักสูตรที่เรียน เพื่อความเพลิดเพลิน เช่น วาดภาพ ร้องเพลง เล่นดนตรี ฯลฯ

5. คุณพ่อคุณแม่ควรเปิดโอกาส ตลอดจนสนับสนุนให้บุตรของท่านมีความกล้าที่จะพูดคุยอย่างเปิดเผย หรือปรึกษาปัญหาต่าง ๆ และความคับข้องใจที่เด็กกำลังเผชิญอยู่ได้ตลอดเวลา

6. คุณพ่อคุณแม่ และบุตรของท่าน อาจขอรับคำปรึกษา แนะนำจากแพทย์หรือผู้ที่มีความรู้ความชำนาญในปัญหาลักษณะนี้บ้างถ้าจำเป็น

ที่มา : ศูนย์กุมารเวช โรงพยาบาลสมิติเวช

 

Copyright reserved by formumandme.com ::: contact us : webmaster@formumandme.com