23 เมษายน 2551
รวมมิตรจิตฟุ้งซ่าน ทำใจให้สบาย
เราเป็นคนที่จริงจังมากนะ ไม่ว่าเรื่องอะไร บุญหรือบาปก็ไม่รู้ ทุกข์ไปหมด ทุกข์เรื่องตัวเอง ทุกข์แทนสามี ทุกข์แทนลูก ทุกข์แทนพ่อ ทุกข์แทนน้อง ทุกข์แทนเพื่อน ทุกข์แทนคนรู้จักทุกคน ทุกข์แทนผู้บริหารประเทศ...โอ้ย ทุกข์ไปหมด เอาทุกอย่างที่อยู่รอบมาเกี่ยวพันกับชีวิตตัวเองไปหมด.... ตายหล่ะ ผู้หญิงคนนี้เข้ามาวุ่นวายกับแฟนเรา ครอบครัวเราจะแตกไม๊เนี่ย ลูกเรามีหนุ่ม ๆ มาจีบ ตายหล่ะ จะเสียการเรียน จะเสียคนไม๊เนี่ย บ้านเมือง คนนั้นจะเอาอย่างโน้น คนนี้จะประท้วงอย่างนี้ แล้วเศรษฐกิจจะพังไม๊เนี่ย เราจะเดือดร้อนไม๊เนี่ย ฯลฯ
คิดไปต่าง ๆ นานา เปิดหู เปิดตา เปิดใจ รับหมดทุกอย่าง ส่วนมากจะเรื่องน่าปวดเศียรเวียนเกล้าทั้งนั้น ดูหนังสือพิมพ์ ดูข่าวทีวี โทรหาคนโน้นคนนี้ เจอหน้าใครก็คุยเรื่องการเมือง คิดเหมือนกันบ้าง คิดไม่เหมือนกันบ้าง คิดเหมือนกันก็คุยกันได้นานหน่อย คิดไม่เหมือนกันก็คุยกันสั้นหน่อย เผลอ ๆ อาจมีการเหน็บแนมอีกฝ่ายนึงให้โมโห เกิดอารมณ์กันไปอีก ......ขอบอกการใช้ชีวิตแบบนี้ ในโลกปัจจุบันนี้ ขอบอกเครียดจริง ๆ ที่เราบ่นเรื่องนี้ก็จะบอกว่า เพื่อน ๆ ที่เป็นเหมือนเราตอนนี้ ช่วยเลิกพฤติกรรมแบบนี้ แล้วท่านจะมีความสุข
ช่วงปฎิวัติ ก่อนเลือกตั้ง หลังเลือกตั้ง มีรัฐบาล สื่อวิพากษ์วิจารณ์ทุกวัน ...วัน ๆ เครียดจริง ๆ ...กว่าจะสงบสติอารมณ์ พาใจกลับบ้านมาอยู่ในมุมสงบได้ แทบแย่เหมือนกัน รู้ไม๊ค่ะ เราทำยังไง ไม่อ่านหนังสือพิมพ์ ไม่ดูทีวี ไม่โทรหาเพื่อน ไอ้ประเภทคุยแต่เรื่องเครียด ๆ จะเอาโน้นจะเอานี้ จะเป็นโน้นจะเป็นนี่ เลิกคุย.. ขึ้นแท็กซี่เจ้าประจำไปรับลูกที่โรงเรียนทุกวัน เค้าจะชอบพูดเรื่องการเมือง ตอนนี้ก็ชวนกันคุยเรื่องอืน ถ้าวกมาคุยอีก ก็บอกไม่ได้ตามข่าวเลย
ตอนนี้ทำงานบ้าน จัดโน้น รื้อนี้ หัดถักนิตติ้ง ขยันทำเว็บให้วัดหลวงปู่จาม www.dhammasavana.or.th ดูเฉพาะหนังตลก หนังที่ชอบ ไม่ใช่หนังดังประจำช่องต่างๆ ที่อิจฉากัน ตัวอิจฉานี่ตาถลึงออกมา เกร็งหน้า จีบปากจีบคอพูด แผดเสียงด่า ตะโกนอาละวาด อิจฉา แก่งแย่งชิงดีกันจริง ๆ ฯลฯ หนังแบบนี้ไม่ดู แค่เปิดผ่าน ๆ ก็รู้สึกแย่ เอาหนัง เอาแผ่นซีดีตลก ๆ เบาสมอง คลายเครียดมาดูดีกว่า ต้องเปลี่ยนพฤติกรรม หางานอดิเรกทำ แล้วชีวิตจะมีความสุขขึ้น
ชีวิตไม่จำเป็นต้องรู้ทุกอย่างทุกเรื่อง รู้เรื่องไม่ดีก็เป็นทุกข์ เมื่อหลายปีชวนน้องสาวและครอบครัวไปเที่ยวญี่ปุ่น น้องเขยบอก เสียดายเราไม่รู้ภาษาญี่ปุ่น ..เราบอก ไม่รู้ซะบ้าง บางทีมันก็เป็นความสุขนะ แค่พอสื่อสารกันได้ กินได้ นอนได้ ทำอะไรก็ได้ตามที่อยากทำ บางครั้งมันก็มีความสุขไปอีกแบบ เรามีสิทธิที่จะเลือกบริโภค เลือกรับของที่ทำให้เรามีความสบายใจ
พอใจสบายขึ้น เลิกหมกมุ่นกับสิ่งต่าง ๆ รอบตัว เห็นอะไรก็ได้คิดได้พิจารณา เมื่อตอนเด็ก ๆ เรื่องโลกจะแตก เรื่องกลียุคนี่เราได้ยินมาตั้งแต่เด็ก คนจะไม่รักกัน จะฆ่าฟันกัน คนจะไม่ดี ไม่มีศีลธรรม ฯลฯ เมื่อสมัยนั้น เมื่อ 40 ปีที่แล้ว ยังนึกไม่ออกเลยนะว่า มันจะเป็นไปได้อย่างไร โลกจะแตก จะเกิดกลียุคได้อย่างไร สมัยนั้นคนก็ยังเป็นปกติของคน ของมนุษย์มีกิเลสเป็นเรื่องธรรมดาปกติ มีการแข่งขัน แต่คนก็ยังมีศีลธรรม มียางอาย ทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ ผู้ชาย ผู้หญิง คนยังมีน้ำใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ซึ่งกันและกัน ฯลฯ แล้วมันจะเป็นยังไงนะ ไอ้ที่ว่าโลกจะแตก จะเกิดกลียุคหน่ะ ?
ไม่รู้ว่าผิดหรือถูกนะ เราอยากให้ทุกคนเปลี่ยนความรู้สึกบ้าง เราเคยคิดแต่ว่า พรุ่งนี้จะทำอะไร จะเอาอะไรให้ดีที่สุด เพื่ออะไรให้ตัวเองยิ่งใหญ่ที่สุด ต้องแข่งขันกัน ฉันต้องดี ต้องดัง ต้องเจ๋งกว่าคนอื่น จะเอาเปรียบ จะเลวชั่วทำหมด บางครั้งบางคน คิดเหมือนตัวเองจะไม่ตาย จะอยู่ค้ำฟ้า ค้ำโลก
มนุษย์เราต้องตายทุกคน ทุกวินาทีข้างหน้าอะไรก็สามารถจะเกิดขึ้นกับเราได้ เดินออกไปอาจถูกรถชนตายก็ได้ เผลอ ๆ ยังไม่ทันออกไปไหน รถอาจพุ่งชนเข้ามาในบ้าน นอน ๆ อยู่อาจไม่ตื่นเลยก็ได้ ฯลฯ คนเรามีโอกาสตายได้ทุกวินาที ....ทำไมเราไม่ลองย้อนกลับคิดบ้างว่า ถ้าเราตายพรุ่งนี่ ตายเดือนหน้า ตายปีหน้า หรือหลับคืนนี้ พรุ่งนี้เช้าเราอาจไม่ตื่นอีกเลย เราได้ทำความดีกับตัวเอง กับพ่อแม่ กับครอบครัว กับส่วนรวม บ้านเมืองหรือยัง ? ...จะได้ไม่เสียดาย เมื่อตายไปแล้ว...
ด้วยความปรารถนาดี... แป๋ม เขียนเมื่อ : 08:56 น. [A-1120]
|