สุขภาพกาย | สุขภาพใจ | ความสวย ความงาม | ช้อปปิ้ง | ของกิน | ปาร์ตี้ | ท่องเที่ยว | กีฬา | ภาษาต่างประเทศ
  การศึกษา | กิจกรรม | กฎหมาย | บันเทิง | ไม่เชื่อ แต่อย่าลบหลู่ | ข่าวประชาสัมพันธ์ | รวมLinks | Web Board


Web ที่น่าสนใจ

Webboard
ภาษาต่างประเทศ

ซุ้มฝากข่าว
ซุ้มคุยกับแป๋ม

{text3}

ส่งหน้านี้ให้เพื่อน


‘โพลลฺหยั่งเสียงแบบโยนเส้นฟางปลิวหาทิศ’ กับ ‘ตื่นตามกระแสข่าว’

2 พฤศจิกายน 1948: ภาพประวัติศาสตร์ “หัวเราะทีหลังดังกว่า” แฮรี่ เอ๊ส ทรูแมน ดีใจสุดขีดหลังความปราชัยที่ธอมัส ดิวอี้ เจ็บจำจนตาย ที่หลงฉลองชัยเลือกตั้งประธานาธิบดีล่วงหน้า เมื่อชิคาโก้เดลี่ทรีบูนและวิทยุกระจายเสียงประกาศชัยชนะแบบดินถล่ม-ฟ้าทะลายของดิวอี้

มีผู้คนจำนวนมากที่ติดอกติดใจนิตยสารประเภท ‘ย่อยความ’ (digest magazines) เนื่องจากผู้จัดทำช่างสรรหาสาระต่างๆหลากหลายมาให้อ่านในลักษณะสรุปความย่ย่อกระชับ โดยมากมักเป็นเรื่องใกล้ตัวผู้อ่าน เปิดโอกาสให้ผู้อ่านแสดงความเห็นและร่วมเสนอผลงานเขียนเพื่อตีพิมพ์ อันเป็นกลยุทธ์ขยายวงนักอ่านให้กว้างขวางยิ่งขึ้น คอลั่มน์ประจำที่นิตยสารย่อยความเหล่านี้มักมีอยู่ก็คือ การสำรวจความเห็นผู้อ่านต่อประเด็นต่างๆที่บรรณาธิการตั้งขึ้น จนถึงการหยั่งทัศนคติทางการเมือง (political polling) การหยั่งเสียงของนิตยสารย่อยความเหล่านี้นี่เอง เป็นต้นกำเนิดของการทำโพลลฺทั่วโลกในทุกวันนี้

มีนิตยสารประเภท digests มากมายหลายฉบับทั้งในยุโรปและอเมริกาถือกำเนิดขึ้นก่อนที่นายดูวิท วอลแล็ซ (DeWitt Wallace) จะก่อตั้ง The Reader's Digest ในปี 1922 เพียงแต่ไม่มีฉบับใดประสบความสำเร็จเท่า ‘รี้ดเด้อรฺ ไดเจ๊สทฺ’ ตั้งแต่ปี 1890 The Literary Digest เริ่มพิมพ์เผยแพร่ทั่วอเมริกา โดยที่มียอดขายเกินระดับหนึ่งล้านเล่มในต้นทศวรรษ 1920s สาเหตุที่ได้รับความนิยมสูงสุดเหนือฉบับอื่นก็เพราะมีบททำนายผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีหลายสมัย โดยเสนอละเอียดยิบทุกรอบของการชิงชัย ตั้งแต่ขั้นต้นภายในพรรค (เรียกว่า primaries หรือ caucuses) จนกระทั่งเมื่อประชาชนก้าวออกจากหน่วยเลือกตั้งหลังหย่อนบัตรลงหีบ (exit poll)

The Literary Digest มีอายุเพียง 48 ปีก็ต้องปิดกิจการลงเนื่องจากการทำนายผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีในปี 1936 ผิดพลาดชนิดที่ผู้อ่านให้อภัยไม่ได้ เมื่อ The Literary Digest ตีพิมพ์ผลการหยั่งเสียงว่า Alfred M. Landon ผู้สมัครเข้าชิงชัยจากพรรค Republican ต้องชนะประธานาธิบดี Franklin D. Roosevelt แห่งพรรค Democrat ผู้ดำรงตำแหน่งวาระแรกอยู่อย่างแน่นอน ความผิดพลาดของ The Literary Digest เกิดจากความมักง่ายที่สำรวจความคิดเห็นของประชาชนหนึ่งล้านคนโดยตั้งคำถามว่าจะเลือกใครระหว่าง FDR กับ Alf Landon ผลการสำรวจของ The Literary Digest ระบุว่า Landon ชนะขาดลอย แต่เมื่อผลการเลือกตั้งออกมา นิตยสารฉบับนี้หน้าแตกชนิดเย็บไม่มิด เพราะ ‘FDR’ กวาดคะแนนชนิดฟ้าถล่มดินทะลายครั้งยิ่งใหญ่รายแรกแห่งศตวรรษที่ 20 (เป็นประธานาธิบดีสี่วาระรวด ตั้งแต่ปี 1933-1945 จากผลงาน ‘New Deal’-แผนฟื้นฟูประเทศหลังภาวะเศรษฐกิจตกต่ำต้นทศวรรษ 1920s) ในทางตรงกันข้าม George Gallup และ Elmo Roper สำรวจความนิยมในตัวผู้สมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดีคราวเดียวกันนั้นด้วยการสุ่มตัวอย่างประชากรผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งโดยวิธีการเชิงสถิติ ซึ่งผลของทั้งสองคนออกมาตรงกันว่า Roosevelt จะชนะ และเขาก็กวาดคะแนนไปทั้ง 48 ใน 50 รัฐ (ยกเว้น Maine กับ Vermont) ชื่อเสียงของนิตยสาร The Literary Digest ที่เคยเป็นสถาบันมานานจึงป่นปี้ไม่มีความเชื่อถือเหลืออยู่ และในที่สุดก็ต้องล้มเลิกกิจการไปในเวลาสองปีหลังจากนั้น

The Literary Digest ทำการสำรวจความเห็นของผู้อ่านอยู่เสมอ และมีประสบการณ์นานถึง 25 ปีก่อนหน้าเกิดความผิดพลาดอันน่าอัปยศครั้งนั้น วิธีการ ‘มักง่าย’ ที่นิตยสารนี้ใช้เรียกกันว่า ‘a straw poll’ อันเป็นวิธีการที่ไม่ได้สุ่มตัวอย่างประชากรโดยอาศัยความรู้ทางวิทยาศาสตร์ แต่คัดชื่อเอาจากสมุดโทรศัพท์และทะเบียนรายชื่อเจ้าของรถยนต์ อย่างไรก็ดี ประชากรหนึ่งในสามของสหรัฐอเมริกาในยุคปี 1936 ไม่มีรถยนต์หรือโทรศัพท์ และคนยากจนทั้งหลายมักเลือก FDR เพราะพอใจในแผนกอบกู้เศรษฐกิจ (New Deal) ของเขา

หนังสือพิมพ์ต่างๆในอเมริกานิยมวิธีการหยั่งเสียง ‘straw votes’ มานานนับศตวรรษ เพราะทำได้โดยง่ายเพียงเพื่อต้องการสร้างความตื่นเต้นแก่ผู้อ่าน โดยที่เวลานำเสนอผลการสำรวจจะออกตัวว่าเป็นการหยั่งเสียงอย่างไม่เป็นวิทยาศาสตร์ แม้แต่รายการโทรทัศน์ในปัจจุบันก็ยังนำผลของการสอบถามความเห็นทางโทรศัพท์มาเสนอเป็นประจำ ในทางตรงกันข้าม วิธีวิจัย (research methodology) โดยอาศัยวิชาสถิติในการสุ่มตัวอย่างดังที่ Gallup และ Roper ใช้ในการหยั่งเสียงหรือทำ polls ตั้งแต่ครั้งนั้นก็ได้รับการสืบทอดโดยนักหยั่งเสียง (pollsters) มาถึงปัจจุบัน จุดมุ่งหมายของการหยั่งเสียงสาธารณชน (Public opinion polling) ก็เพื่อต้องการได้ข้อคิดเห็นรวมๆของมหาชนมาวิเคราะห์อย่างเที่ยงธรรมและแม่นยำ แต่เนื่องจากความคิดเห็นของคนเราเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็วแม้ในวันเดียวกัน ฉะนั้นการหยั่งความคิดเห็นในประเด็นหนึ่งใดจึงต้องติดตามทำกันบ่อย และเนื่องจากคนเรามักจะไม่ค่อยชอบแสดงความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมา คำตอบที่ได้จากการหยั่งความเห็นจึงหาความแม่นยำได้ยาก สมัยที่ผู้เขียนเป็นนักวิจัยในอเมริกาเคยพบชื่อเรียกวิธีการวิจัยมักง่ายแบบ ‘โยนเส้นฟางปลิวหาทิศทาง’ (a straw poll) ดังในกรณีของ The Literary Digest ด้วยชื่อวิธีวิจัยที่น่าเอ็นดูคือ “Mother-in-law Research”! (งานวิจัยเชิงปรึกษาแม่ยาย) ที่พอจะเปรียบได้กับการถกปัญหาบ้านเมืองในสภากาแฟ, ร้านตัดผม/ร้านเสริมสวย, ฯลฯ

แน่นอนว่าประชาชนในสังคมประชาธิปไตยมักจะมีและชอบใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นเรื่องบ้านเมือง ซึ่งความคิดเห็นองค์รวมของประชากรแต่ละกลุ่มมักขึ้นอยู่กับปัจจัยแวดล้อมของคนในกลุ่ม, กลุ่มผลประโยชน์, และบรรดาผู้ชี้นำความเห็นมหาชน สื่อมวลชนโดยเฉพาะอย่างยิ่งโทรทัศน์มีอิทธิพลอย่างยิ่งต่อความนึกคิดของประชาชน ด้วยเหตุนี้ เจ้าหน้าที่รัฐและนักการเมืองจึงพลอยเต้นไปตามกระแส (“follow the headlines”) ที่ประชาชน (ถูกปลุก?) ระดมความคิดกันมาจี้ก้นพวกตน สรุปแล้วก็ไร้หลักการพอกันทั้งสองฝ่าย กล่าวคือฝ่ายหนึ่งสำรวจความเห็นแบบลอยตามกระแสลม (a straw poll) อีกฝ่ายหนึ่งก็บริหารบ้านเมืองแบบตามน้ำ (follow the headlines)

ความจริงประวัติศาสตร์การ “มั่ว” ของหนังสือพิมพ์แบบเดียวกับ The Literary Digest เคยเกิดขึ้นครั้งแรกตั้งแต่ปี 1828 โดยมีหนังสือพิมพ์ในรัฐเพ็นซีลเวเนียฉบับหนึ่งส่งนักข่าวไปเมือง Wilmington รัฐ Delaware นักข่าวเพียงคนเดียวนั้นก็เที่ยวถามผู้คนว่าใครน่าจะชนะเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดี (วิจัยเชิงปรึกษาแม่ยาย!) บังเอิญโชคดีที่เส้นฟางล่องลอยตามลม Andrew Jackson (1767-1845) ได้เป็นประธานาธิบดีคนที่ 7 ดังที่เขาเขียนรายงานล่วงหน้าไว้

แต่ยี่สิบปีต่อมาก็มีหนังสือพิมพ์ The Chicago Daily Tribune (2 พฤศจิกายน 1948) ที่ไม่จดจำบทเรียนหน้าแตกยับของ The Literary Digest เมื่อปี 1936 เพราะไปลงข่าวพาดหัวตัวเป้งว่า Thomas Edmund Dewey (1902-1971) ได้รับเลือกตั้งชนะ Harry S. Truman (1884-1972) ประธานาธิบดีคนที่ 33 อย่างขาดลอย!

ภาพที่ 1 จาก Compton's Interactive Encyclopedia Deluxe© 1998 The Learning Company, Inc.
หน้าปกนิตยสาร The Literary Digest ฉบับวันที่ 5 ธันวาคม 1931 เป็นภาพเขียน 'Daniel Boone's Christmas Gift' โดยศิลปิน Jean Leon Gerome Ferris (ปิดลงในปี 1938)

  

Copyright reserved by formumandme.com ::: contact us : webmaster@formumandme.com