![]() |
|
||
![]() |
|
|
|
|
|
2 พฤศจิกายน 1948: ภาพประวัติศาสตร์ หัวเราะทีหลังดังกว่า แฮรี่ เอ๊ส ทรูแมน ดีใจสุดขีดหลังความปราชัยที่ธอมัส ดิวอี้ เจ็บจำจนตาย ที่หลงฉลองชัยเลือกตั้งประธานาธิบดีล่วงหน้า เมื่อชิคาโก้เดลี่ทรีบูนและวิทยุกระจายเสียงประกาศชัยชนะแบบดินถล่ม-ฟ้าทะลายของดิวอี้
มีนิตยสารประเภท digests มากมายหลายฉบับทั้งในยุโรปและอเมริกาถือกำเนิดขึ้นก่อนที่นายดูวิท วอลแล็ซ (DeWitt Wallace) จะก่อตั้ง The Reader's Digest ในปี 1922 เพียงแต่ไม่มีฉบับใดประสบความสำเร็จเท่า รี้ดเด้อรฺ ไดเจ๊สทฺ ตั้งแต่ปี 1890 The Literary Digest เริ่มพิมพ์เผยแพร่ทั่วอเมริกา โดยที่มียอดขายเกินระดับหนึ่งล้านเล่มในต้นทศวรรษ 1920s สาเหตุที่ได้รับความนิยมสูงสุดเหนือฉบับอื่นก็เพราะมีบททำนายผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีหลายสมัย โดยเสนอละเอียดยิบทุกรอบของการชิงชัย ตั้งแต่ขั้นต้นภายในพรรค (เรียกว่า primaries หรือ caucuses) จนกระทั่งเมื่อประชาชนก้าวออกจากหน่วยเลือกตั้งหลังหย่อนบัตรลงหีบ (exit poll) The Literary Digest มีอายุเพียง 48 ปีก็ต้องปิดกิจการลงเนื่องจากการทำนายผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีในปี 1936 ผิดพลาดชนิดที่ผู้อ่านให้อภัยไม่ได้ เมื่อ The Literary Digest ตีพิมพ์ผลการหยั่งเสียงว่า Alfred M. Landon ผู้สมัครเข้าชิงชัยจากพรรค Republican ต้องชนะประธานาธิบดี Franklin D. Roosevelt แห่งพรรค Democrat ผู้ดำรงตำแหน่งวาระแรกอยู่อย่างแน่นอน ความผิดพลาดของ The Literary Digest เกิดจากความมักง่ายที่สำรวจความคิดเห็นของประชาชนหนึ่งล้านคนโดยตั้งคำถามว่าจะเลือกใครระหว่าง FDR กับ Alf Landon ผลการสำรวจของ The Literary Digest ระบุว่า Landon ชนะขาดลอย แต่เมื่อผลการเลือกตั้งออกมา นิตยสารฉบับนี้หน้าแตกชนิดเย็บไม่มิด เพราะ FDR กวาดคะแนนชนิดฟ้าถล่มดินทะลายครั้งยิ่งใหญ่รายแรกแห่งศตวรรษที่ 20 (เป็นประธานาธิบดีสี่วาระรวด ตั้งแต่ปี 1933-1945 จากผลงาน New Deal-แผนฟื้นฟูประเทศหลังภาวะเศรษฐกิจตกต่ำต้นทศวรรษ 1920s) ในทางตรงกันข้าม George Gallup และ Elmo Roper สำรวจความนิยมในตัวผู้สมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดีคราวเดียวกันนั้นด้วยการสุ่มตัวอย่างประชากรผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งโดยวิธีการเชิงสถิติ ซึ่งผลของทั้งสองคนออกมาตรงกันว่า Roosevelt จะชนะ และเขาก็กวาดคะแนนไปทั้ง 48 ใน 50 รัฐ (ยกเว้น Maine กับ Vermont) ชื่อเสียงของนิตยสาร The Literary Digest ที่เคยเป็นสถาบันมานานจึงป่นปี้ไม่มีความเชื่อถือเหลืออยู่ และในที่สุดก็ต้องล้มเลิกกิจการไปในเวลาสองปีหลังจากนั้น The Literary Digest ทำการสำรวจความเห็นของผู้อ่านอยู่เสมอ และมีประสบการณ์นานถึง 25 ปีก่อนหน้าเกิดความผิดพลาดอันน่าอัปยศครั้งนั้น วิธีการ มักง่าย ที่นิตยสารนี้ใช้เรียกกันว่า a straw poll อันเป็นวิธีการที่ไม่ได้สุ่มตัวอย่างประชากรโดยอาศัยความรู้ทางวิทยาศาสตร์ แต่คัดชื่อเอาจากสมุดโทรศัพท์และทะเบียนรายชื่อเจ้าของรถยนต์ อย่างไรก็ดี ประชากรหนึ่งในสามของสหรัฐอเมริกาในยุคปี 1936 ไม่มีรถยนต์หรือโทรศัพท์ และคนยากจนทั้งหลายมักเลือก FDR เพราะพอใจในแผนกอบกู้เศรษฐกิจ (New Deal) ของเขา หนังสือพิมพ์ต่างๆในอเมริกานิยมวิธีการหยั่งเสียง
straw votes มานานนับศตวรรษ แน่นอนว่าประชาชนในสังคมประชาธิปไตยมักจะมีและชอบใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นเรื่องบ้านเมือง ซึ่งความคิดเห็นองค์รวมของประชากรแต่ละกลุ่มมักขึ้นอยู่กับปัจจัยแวดล้อมของคนในกลุ่ม, กลุ่มผลประโยชน์, และบรรดาผู้ชี้นำความเห็นมหาชน สื่อมวลชนโดยเฉพาะอย่างยิ่งโทรทัศน์มีอิทธิพลอย่างยิ่งต่อความนึกคิดของประชาชน ด้วยเหตุนี้ เจ้าหน้าที่รัฐและนักการเมืองจึงพลอยเต้นไปตามกระแส (follow the headlines) ที่ประชาชน (ถูกปลุก?) ระดมความคิดกันมาจี้ก้นพวกตน สรุปแล้วก็ไร้หลักการพอกันทั้งสองฝ่าย กล่าวคือฝ่ายหนึ่งสำรวจความเห็นแบบลอยตามกระแสลม (a straw poll) อีกฝ่ายหนึ่งก็บริหารบ้านเมืองแบบตามน้ำ (follow the headlines) ความจริงประวัติศาสตร์การ มั่ว ของหนังสือพิมพ์แบบเดียวกับ The Literary Digest เคยเกิดขึ้นครั้งแรกตั้งแต่ปี 1828 โดยมีหนังสือพิมพ์ในรัฐเพ็นซีลเวเนียฉบับหนึ่งส่งนักข่าวไปเมือง Wilmington รัฐ Delaware นักข่าวเพียงคนเดียวนั้นก็เที่ยวถามผู้คนว่าใครน่าจะชนะเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดี (วิจัยเชิงปรึกษาแม่ยาย!) บังเอิญโชคดีที่เส้นฟางล่องลอยตามลม Andrew Jackson (1767-1845) ได้เป็นประธานาธิบดีคนที่ 7 ดังที่เขาเขียนรายงานล่วงหน้าไว้ แต่ยี่สิบปีต่อมาก็มีหนังสือพิมพ์ The Chicago Daily Tribune (2 พฤศจิกายน 1948) ที่ไม่จดจำบทเรียนหน้าแตกยับของ The Literary Digest เมื่อปี 1936 เพราะไปลงข่าวพาดหัวตัวเป้งว่า Thomas Edmund Dewey (1902-1971) ได้รับเลือกตั้งชนะ Harry S. Truman (1884-1972) ประธานาธิบดีคนที่ 33 อย่างขาดลอย! ภาพที่
1 จาก Compton's Interactive Encyclopedia Deluxe© 1998 The
Learning Company, Inc. |
|
Copyright
reserved by formumandme.com ::: contact us : webmaster@formumandme.com
|