สุขภาพกาย | สุขภาพใจ | ความสวย ความงาม | ช้อปปิ้ง | ของกิน | ปาร์ตี้ | ท่องเที่ยว | กีฬา | ภาษาต่างประเทศ
  การศึกษา | กิจกรรม | กฎหมาย | บันเทิง | ไม่เชื่อ แต่อย่าลบหลู่ | ข่าวประชาสัมพันธ์ | รวมLinks | Web Board


Web ที่น่าสนใจ

Webboard
ช๊อปปิ้ง

ซุ้มฝากข่าว
ซุ้มคุยกับแป๋ม

{text3}

ส่งหน้านี้ให้เพื่อน


เจียระไน
เพื่อประกายงามระยิบระยับ เพชรที่เจียระไนได้สัดส่วนพอดี จะทอประกายแพรวพราวเล่นแสงได้ดีเยี่ยม เพราะแสงจะวิ่งผ่านเข้าไปในเนื้อ เพชร เกิดการหักเหจากเหลี่ยมหนึ่ง ไปอีกเหลี่ยมหนึ่ง แล้วพุ่งออกทางพื้นผิวหน้าตัดของเพชร ทำให้เกิด ประกายแพรวพราวสวยงามยิ่ง เมื่อคุณเลือกเพชร ควรยกขึ้นส่องไฟเพื่อตรวจดู การเล่นแสง ว่ามีประกาย แพรวพราวถูกใจคุณเพียงใด

สี
ระดับความขาวใสตามธรรมชาติของเพชร แม้ว่าเพชรส่วนใหญ่จะดูแลขาว แต่ก็มีการกำหนดสีเพชรในระดับความขาวใสไล่เรียงกัน โดยแบ่งเฉดสีของ เพชรตามตัวอักษร ตั้งแต่ D ไปจนถึง Z เพชรในระดับ M ถึง Z เท่านั้นที่เป็นสีขาวนวล เพชรส่วนใหญ่จัดอยุ่ ในเกรดขาวและขาวนวล ส่วนชนิดขาวใสพิเศษนั้นจะหายาก จัดเป็นเพชรที่มีราคาสูง

ความบริสุทธิ์
ลักษณะเฉพาะของเพชรแต่ละเม็ด เพชรแต่ละเม็ดจะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เพชรเกือบทุกเม็ดจะมีร่องรอยธรรมชาติในเนื้อเพชร ซึ่งเกิดจากแร่ธาตุ ที่ปะปน หรือเกิดจากธาตุคาร์บอนที่ไม่ตกผนึก เพชรที่มีร่องรอยน้อยก็ยิ่งหายาก เนื้อเพชรยิ่งใสสะอาดมาก คือ มีตำหนิน้อย จะปล่อยให้แสงวิ่งผ่านได้ดีกว่า ทำให้เพชรนั้นมีประกายงามระยิบระยับจับตา

กะรัต
น้ำหนักและขนาดของเพชร น้ำหนักของเพชรจะวัดเป็นกะรัต 1 กะรัต แบ่งออกเป็น 100 สตางค์ ดังนั้นเพชรขนาด 0.50 กะรัต จึงเรียก ได้อีก ว่า 50 สตางค์ เพชรยิ่งมีขนาดใหญ่ก็ยิ่งหายาก และมีค่ามากขึ้น เพชรที่มีขนาดกะรัตเท่ากันสองเม็ด อาจมีราคาแตกต่างกันได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับ คุณสมบัติอื่นๆ เช่น สี ความบริสุทธิ์ และการเจียระไน

ที่มา : ศูนย์ส่งเสริมเพชร เดอ เบียรส์

Copyright reserved by formumandme.com ::: contact us : webmaster@formumandme.com