Field
Archery คืออะไร
แบบการยิงธนูชนิดหนึ่งที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในสหรัฐอเมริกา
ซึ่งเทคนิคที่ใช้ใน Field Archery นี้เรียกกันว่า "สัญชาตญานในการยิง"
ความแม่นมาจากการยิงครั้งแรก ถึงแม้ว่าครั้งหลังๆจะไม่ค่อยดีแต่กลับจะทำให้มีการพัฒนาโดยการยิงเล็งเป้าขึ้นในการล่าสัตว์ที่โล่งๆสัญชาตญารเป็นสิ่งจำเป็นและความแม่นยำก็จะตามมา
ไม่มีกีฬาใดในอเมริกาปัจจุบันที่ได้รับความนิยมจากคนทุกวัยเท่าการยิงธนู
ทำให้มีการประดิษฐ์คันธนูและลูกพร้อมกับแป้นยิงขึ้นมาเอง ค่าใช้จ่ายในการทำขึ้นกับผู้ประดิษฐ์เอง
ทั้งยังมีการคิดประดิษฐ์คันธนูแก่ผู้พิการได้เล่นอีกด้วย เพื่อเป็นการบันเทิงหรือออกกำลัง
การยิงธนูทำให้กล้ามเนื้อ หลัง ไหล่ แขนและหน้าท้องดีขึ้น การยิงธนูสามารถเล่นได้ทั้งในร่มและกลางแจ้ง
ซึ่งจัดว่าเป็นกีฬาที่ดีสำหรับครอบครัวประการหนึ่งด้วย
อุปกรณ์และเครื่องใช้ต่างๆ
สมัยก่อนคันธนูทำจากเขาสัตว์หรือไม้และเอาเอ็นมาขึงให้ตึงแน่น
ต่อมาคันธนูทำด้วยไม้ที่ตัดได้เช่น Yew, Osageorange, Lemonwood, and
Hickory แต่ไม้ Yew ดีที่สุดแต่ราคาแพง ดังนั้นคนจึงหันมานิยมใช้ไม้
Lemonwood ในอเมริกา ส่วนความยาวของคันธนูส่วนใหญ่ยาวประมาณ 5 ฟุค
6 นิ้ว เป็นขนาดดีที่สุด หรือบางทีก็ใช้ 5 ฟุต ซึ่งทำขึ้นเพื่อใช้กับลูกธนูยาว
27 นิ้ว คันธนูที่ดึงได้ 24 ปอนด์ ในความยาวของลูก 27 นิ้ว จะส่งลูกได้น้อยกว่าลูก
24 นิ้ว การดึง 18-26 ปอนด์เป็นช่วงดึงที่ดีสำหรับน้ำหนักทุกขนาด ผู้หัดใหม่ควรใช้น้ำหนักก่อนแล้วค่อยๆเพิ่มขึ้น
ด้ามที่จับทำด้วยเชือก ค้อกหรือหนัง
ส่วนที่สำคัญของคันธนูก็คือที่จับ
(Handle) ส่วนบนและส่วนล่าง (Upper and Lower Limbs) และสายธนู (Bowstring)
ส่วนโค้งของคันธนูที่ตรงข้ามกับสายธนูเรียกว่า ส่วนท้อง (Belly) และส่วนที่หันหลังให้สายธนูเรียกว่า
ส่วนหลัง (Back) นักกีฬาควรเลือกคันธนูที่คนสามารถดึงได้ง่าย มิฉะนั้นจะไม่สามารถบังคับลูกธนูได้
คันธนูสำหรับเด็กผู้ชายควรอยู่ระหว่าง 18-35 ปอนด์ ของเด็กผู้หญิงควรอยู่ระหว่าง
15-30 ปอนด์ และควรจะเพิ่มน้ำหนักคันธนูขึ้นเรื่อยๆ ชาวตุรกีและอียิปต์ใช้คันธนูยาว
4.5 ฟุต ชาวอังกฤษใช้คันธนูยาวถึง 8 ฟุต
ตรงปลายส่วนบนและส่วนล่างของคันธนูมีติ่งปลายคัน
และร่องคล้องสายสำหรับคล้องสายธนู สายธนูที่ขึงก็มีเชือกหมุนหลายๆรอบอยู่ที่ติ่งปลายคัน
สายที่หย่อนพอดีทำได้ยาก เชือกที่ต้องทำเป็นเชือกที่เหมาะสมและเมื่อใช้ได้แล้วควรทาขี้ผึ้งบ่อยๆ
เพื่อกันขาดง่าย เมื่อไม่ใช้ควรจะหย่อนเชือกข้างหนึ่งและเก็บไว้อย่างดี
ในการเลือกคันธนูและลูกธนูที่เหมาะสำหรับตนทำได้โดยการยืนหันหลังให้กับกำแพงยืดแขนขนานกับพื้นดินและให้คนช่วยวัดจากต้นแขนถึงปลายนิ้ว
หลังจากที่วัดได้ขนาดของคันธนูแล้วควรจะใช้ขนาดที่วัดได้นั้นตลอดไป
|
USE
TACKLE THAT FITS YOU
|
|
Spread
Arrow
Suggested Measurement
|
Length
|
Bow
Length
|
|
57-59
in
|
22-23
in
|
not
under 4 ft. 6 in.
|
|
60-62
in
|
23-24
in
|
|
|
63-66
in
|
24-25
in
|
not
under 5 ft. o in.
|
|
66-68
in
|
25-26
in
|
|
|
69-71
in
|
26-27
in
|
not
under 5 ft. 6 in.
|
|
72-74
in
|
27-28
in
|
|
|
75-77
in
|
28-29
in
|
not
under 5 ft. 9 in.
|
|
Over
77 in
|
30 in
|
not
under 6 ft. 0 in.
|
ส่วนประกอบของลูกธนู
ลูกธนูที่ทาแลกเกอร์และขัดอย่างดีจะใช้ได้ทน หรือทาสีสวยๆสดๆ จะทำให้ไม่หายง่าย
ลูกธนูควรกลมและตรง ขนนกมีทั้งที่เป็นแนวเดียวกับลูกธนู เป็นมุมและเป็นเกลียว
อุปกรณ์ป้องกัน
คันธนูที่หาซื้อมาหรืออาจจะทำขึ้นเองควรจะมีน้ำหนักเบาเพื่อจะถือไปมาได้สะดวก
ลูกธนูที่นิยมส่วนใหญ่ทำด้วยอลูมิเนียมบางทีก็ใช้ลูกธนูทำด้วยไม้ นอกจากนี้อุปกรณ์การยิงยังควรจะมี
Gloves, Armguards, Tabs กระบอกใส่ลูกธนูทำด้วยไม้หรือหนัง ถ้าทำด้วยหนังก็จะสามารถใช้ติดกับเข็มขัด
คาดเอวได้สะดวก ยังมีเครื่องแบบสำหรับใส่ยิงธนู แต่ไม่ควรใส่เสื้อหลวมมากๆ
เป้าสำหรับยิงธนูส่วนมากทำด้วยฟางเย็บเข้าด้วยกันแน่น
พอที่จะให้ลูกธนูปักได้ที่ตั้งเป้าทำขึ้นเองได้โดยง่าย ควรจะแข็งแรงพอที่จะรับน้ำหนักของเป้าได้
ส่วนมากทำเป็นขาตั้ง 3 ขา และมีที่เกี่ยวสำหรับขาหลังควรจะมีส่วนสูง
4 ฟุต นับจากจุดกลางของเป้า พื้นบนของเป้าควรจะเย็บขอบด้วยผ้าใบและทาสีสดๆและมีสีทองอยู่ตรงกลางมีเส้นผ่าศูนย์กลาง
9.6 นิ้ว และมีวงกลมย่อยอีก 4 วง แต่ละวงกว้าง 4.8 นิ้ว ขอบวงนอกเรียกว่า
Petticoat และกว้างกว่าวงอื่นๆ 1 นิ้วหรือมากกว่านี้ เป้าที่มีสีสดๆ
ทำให้น่าสนในในการยิงมากขึ้นเริ่มจากจุดกึ่งกลางทาสีทอง ต่อมาสีแดง
น้ำเงิน ขาวและดำ เป้าควรจะวางทิศทางเหนือเพื่อให้แสงสว่างดีที่สุด
ในเวลายิงควรจะมีเชือกกั้นล้อมอาณาเขตเพื่อกันมิให้ลูกธนูไปถูกผู้อื่น
การขึ้นสายธนู
(Fundamentals - Stringing the Bow)
คันธนูที่เก็บต้องปลดสายให้หย่อนลง เวลาจะใช้ควรจะให้แน่ใจว่าคันธนูข้างที่ยาวกว่าอยู่ข้างบน
จับคันธนูด้วยมือซ้ายและปลายล่างของคันธนูชี้เข้าหาตัว ด้านหลังของคันธนูเข้าหาตัว
ปลายคันธนูควรจะไม่แตะถูกพื้นแต่อาจจะถูกรองเท้าข้างซ้าย สำหรับป้องกันการเสียหาย
ต่อมาเลื่อนแขนอยู่บนท่อนบนของธนูประมาณ 5 นิ้ว จากปลายคันธนู วางนิ้วกลางอยู่หลังเชือกด้านหลังของคันธนูดึงไปข้างหลังด้วยมือซ้ายและดึงลงข้างหลังของคันธนูด้วย
มือที่จับเชือกใช้เฉพาะปลายมือสำหรับดึงไม่ใช่ฝ่ามือหรือนิ้ว นิ้วควรจะไว้ใช้ทำห่วงให้เข้าที่ในขณะที่มืออยู่ปลายคันธนู
เมื่อง้างสายธนูแล้วทุกสิ่งทุกอย่างจะเข้าที่หมด ระหว่างเชือกและคันธนูตรงที่จับไม่ควรจะมากกว่า
6.5 นิ้ว ใช้มือจับที่ถืองอแต่ปลายนิ้วเหยียด หลังจากยิงแล้ว จะเก็บธนูปลดสายโดยใช้วิธีเดียวกับการขึ้นสายธนู
ท่ายืน (The Stance)
ผู้ยิงจะไม่ยืนหันตัวเข้าหาเป้า ท่ายืนที่ถูกต้องควรจะยืนทำมุมฉากกับเป้า
คือ ยืนหันข้างที่ไม่ถนัดไปยังเป้าโดยมีไหล่และคันธนู เล็งไปางที่ลูกธนูจะไปยกแขนที่ถือคันธนูไปทางเป้าตามสบาย
หันศีรษะและตามองตรงไปยังเป้า ตัวและไหล่จะเป็นเส้นตรงกับทางที่ยิงตลอดเวลา
การจับคันธนู (The Bow
Grip)
จับคันธนูในท่าธรรมชาติ ยื่นมือและทำมือรูป V ด้วย นิ้วหัวแม่มือกับนิ้วชี้ตรงส่วนในที่ถือคล้ายท่าจับมือกับคันธนู
ยกคันธนูไปทางเป้าแขนขนานกับพื้น ไหล่ แขนที่จับคันธนูเป็นเส้นตรงกับเป้า
ข้อมือตรงด้วยแต่ไม่เกร็ง กล้ามเนื้อส่วนอื่นก็ไม่เกร็ง ระวังข้อมืออย่าหมุนเข้าหรือหมุนออก
การวางลูกธนู(Nocking the
Arrow)
ใช้หัวแม่มือและนิ้วชี้จับลูกธนูเอาด้านที่มีน๊อต และขนนกขึ้นเป็นสำคัญ
ปลายลูกธนูจะอยู่บนคันธนูได้ นิ้วมือที่จับคันธนูกับที่ลูกธนู จะเลื่อนไปทางปลายที่จะยิงบนสายธนู
จนกระทั่งถึงคอคอด ตรวจดูว่าน็อตและขนนกยังอยู่ส่วนบนเอามือที่จับสายธนูออก
มือที่ถือคันธนูก็ยกขึ้นในท่ายิงโดยที่ลูกธนูยังอยู่กับที่ หากทุกอย่างอยู่ในที่ๆถูกต้องลูกธนูและสายธนูจะเป็นมุมฉากกัน
การเหน็บลูกธนูลงในสายต้องให้สีต่างของขนนกอยู่ด้านนอก
การเหนี่ยวธนู(Drawing
the Bow)
เหนี่ยวสายธนูโดยใช้นิ้วชี้ นิ้วกลางและนิ้วนาง ในขณะที่นิ้วชี้และนิ้วกลางจับลูกธนูนิ้วชี้แตะลูกธนูทางด้านบนนิ้วกลางอยู่ใต้ลูกธนู
นิ้วทั้งสองไม่ควรเบียดชิดกัน สายธนูควรจะบังคับโดยนิ้วทั้ง 3 ซึ่งจะทำให้สายธนูปล่อยออกได้ง่าย
จากท่านี้การเหนี่ยวคันธนูจะทำได้โดยมือที่ถือคันธนูดันออกเล็กน้อยและมือที่จับสายธนูดึงมาข้างหลัง
ให้นิ้วชี้แตะตรงกลางใต้คาง สายธนูอยู่ตรงกลางคางและแตะปลายจมูก
ทั้งนี้บางคนอาจจจะชอบต่างจากนี้เล็กน้อย ข้อศอกและไหล่ควรจะเป็นเส้นตรง
เดียวกันกับแนวของลูกธนู ทั้งนี้เพื่อให้แขนที่ดึงสายธนูจะได้เป็นเส้นตรงด้วย
จากนั้นก็ปล่อยลูกธนูได้ ความแม่นยำจะขึ้นอยู่กับการเล็งซึ่งส่วนใหญ่ใช้การคำนวณช่วยในการวัดมุม
ความเร็ว และความสัมพันธ์ของร่างกายด้วย
เป้า (Targets)
เป้าที่มีมาตรฐานจะมีฐานกลมทำด้วยฟางที่เย็บเข้าด้วยกันหรือต้นกก
มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 9.5 นิ้ว มีวงกลมย่อยอีก 4 วง แต่ละวงกว้าง 4.5
นิ้ว ทาสีต่างๆกัน จากข้างในมาข้างนอกคือ สีทอง แดง ฟ้า ดำ และขาว
เป้านี้จะต้องตั้งให้จุดกึ่งกลางเป้าสูงกว่าพื้นดิน
4 ฟุต และส่วนบนเอนไปด้านหลังเล็กน้อย ด้านหน้าของขาตั้งเป็นไม้รูปสี่เหลี่ยม
เป้าแต่ละอันจะตั้งใกล้กันเกินกว่า 5 หลาไม่ได้
|
คะแนนของเป้ามีดังนี้ |
|
สีทอง
|
9
|
คะแนน
|
|
สีแดง
|
7
|
คะแนน
|
|
สีฟ้า
|
5
|
คะแนน
|
|
สีดำ
|
3
|
คะแนน
|
|
สีขาว
|
1
|
คะแนน
|
ความปลอดภัยในการยิงธนู (Safety in Archery)
- อย่าดึงสายธนูโดยที่ไม่มีลูกธนูใช้ลูกธนูในความยาวที่เหมาะสมเท่านั้น
- ก่อนที่จะยิงควรจะดูว่าผู้เล่นอื่นๆอยู่ข้างหลังเส้นยิงและไม่มีใครอยู่ในทางที่ลูกธนูจะไป
- ไปเก็บลูกธนูเฉพาะตอนที่ผู้เล่นอื่นๆไปเก็บพร้อมๆกันเท่านั้น
- อย่ายิงลูกธนูโดยไม่มีจุดหมายให้ยิงเฉพาะที่เป้าเท่านั้น
- จดคะแนนการยิงเฉพาะตอนที่ได้กลับมาหลังเส้นยิงแล้วเท่านั้น
- กำหนดให้ผู้ดูทั้งหมดอยู่หลังเส้นยิงตลอดเวลา
- ในเวลาสาธิตหรือทำตัวอย่างให้ดูไม่ควรชักคันธนู
เหนี่ยวสาย นอกจากเห็นว่าปลอดภัยดีแล้ว
- ใช้ Arm Guard, Finger
Tale และ Gloves ทุกครั้งที่ยิง
- จัดสภาพแวดล้อมเขตการยิงทั้งด้านหน้า
หลัง ให้มีความปลอดภัย
- เหนี่ยวสายธนูด้วยนิ้ว
และกล้ามเนื้อแขนแทนที่จะใช้กล้ามเนื้อหลังหรือไหล่เพราะอาจจะเกิดการเจ็บปวดขัดยอก
- หากจะล่าสัตว์ด้วยธนูต้องจำไว้แรงจากธนูดี
และอุปกรณ์การยิงที่ดีมีความรุนแรงกว่ากระสุนปืน ควรใส่เสื้อผ้าสีสดๆ
นักยิงธนูผู้อื่นจะได้เห็นไม่โดนลูกหลง
- ผู้ยิงทั้งหมดควรจะอยู่ในแนวเดียวกันแม้ว่าจุดหมายการยิงจะอยู่ไปคนละทิศละทางก็ตาม
- คันธนูที่ขึ้นลูกธนูแล้วก็เปรียบเหมือนปืนขึ้นนกเตรียมเหนี่ยวไกยิง
- สำรวจลูกธนูทุกๆ ลูก สายธนูและอุปกรณ์อื่นๆ
เพื่อกันการบาดมือหรือเกิดการขูดขีด