สุขภาพกาย | สุขภาพใจ | ความสวย ความงาม | ช้อปปิ้ง | ของกิน | ปาร์ตี้ | ท่องเที่ยว | กีฬา | ภาษาต่างประเทศ
  การศึกษา | กิจกรรม | กฎหมาย | บันเทิง | ไม่เชื่อ แต่อย่าลบหลู่ | ข่าวประชาสัมพันธ์ | รวมLinks | Web Board


Web ที่น่าสนใจ

Webboard
กีฬา

ซุ้มฝากข่าว
ซุ้มคุยกับแป๋ม

{text3}

ส่งหน้านี้ให้เพื่อน


Field Archery คืออะไร
แบบการยิงธนูชนิดหนึ่งที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในสหรัฐอเมริกา ซึ่งเทคนิคที่ใช้ใน Field Archery นี้เรียกกันว่า "สัญชาตญานในการยิง" ความแม่นมาจากการยิงครั้งแรก ถึงแม้ว่าครั้งหลังๆจะไม่ค่อยดีแต่กลับจะทำให้มีการพัฒนาโดยการยิงเล็งเป้าขึ้นในการล่าสัตว์ที่โล่งๆสัญชาตญารเป็นสิ่งจำเป็นและความแม่นยำก็จะตามมา ไม่มีกีฬาใดในอเมริกาปัจจุบันที่ได้รับความนิยมจากคนทุกวัยเท่าการยิงธนู ทำให้มีการประดิษฐ์คันธนูและลูกพร้อมกับแป้นยิงขึ้นมาเอง ค่าใช้จ่ายในการทำขึ้นกับผู้ประดิษฐ์เอง ทั้งยังมีการคิดประดิษฐ์คันธนูแก่ผู้พิการได้เล่นอีกด้วย เพื่อเป็นการบันเทิงหรือออกกำลัง การยิงธนูทำให้กล้ามเนื้อ หลัง ไหล่ แขนและหน้าท้องดีขึ้น การยิงธนูสามารถเล่นได้ทั้งในร่มและกลางแจ้ง ซึ่งจัดว่าเป็นกีฬาที่ดีสำหรับครอบครัวประการหนึ่งด้วย

อุปกรณ์และเครื่องใช้ต่างๆ
สมัยก่อนคันธนูทำจากเขาสัตว์หรือไม้และเอาเอ็นมาขึงให้ตึงแน่น ต่อมาคันธนูทำด้วยไม้ที่ตัดได้เช่น Yew, Osageorange, Lemonwood, and Hickory แต่ไม้ Yew ดีที่สุดแต่ราคาแพง ดังนั้นคนจึงหันมานิยมใช้ไม้ Lemonwood ในอเมริกา ส่วนความยาวของคันธนูส่วนใหญ่ยาวประมาณ 5 ฟุค 6 นิ้ว เป็นขนาดดีที่สุด หรือบางทีก็ใช้ 5 ฟุต ซึ่งทำขึ้นเพื่อใช้กับลูกธนูยาว 27 นิ้ว คันธนูที่ดึงได้ 24 ปอนด์ ในความยาวของลูก 27 นิ้ว จะส่งลูกได้น้อยกว่าลูก 24 นิ้ว การดึง 18-26 ปอนด์เป็นช่วงดึงที่ดีสำหรับน้ำหนักทุกขนาด ผู้หัดใหม่ควรใช้น้ำหนักก่อนแล้วค่อยๆเพิ่มขึ้น ด้ามที่จับทำด้วยเชือก ค้อกหรือหนัง

ส่วนที่สำคัญของคันธนูก็คือที่จับ (Handle) ส่วนบนและส่วนล่าง (Upper and Lower Limbs) และสายธนู (Bowstring) ส่วนโค้งของคันธนูที่ตรงข้ามกับสายธนูเรียกว่า ส่วนท้อง (Belly) และส่วนที่หันหลังให้สายธนูเรียกว่า ส่วนหลัง (Back) นักกีฬาควรเลือกคันธนูที่คนสามารถดึงได้ง่าย มิฉะนั้นจะไม่สามารถบังคับลูกธนูได้ คันธนูสำหรับเด็กผู้ชายควรอยู่ระหว่าง 18-35 ปอนด์ ของเด็กผู้หญิงควรอยู่ระหว่าง 15-30 ปอนด์ และควรจะเพิ่มน้ำหนักคันธนูขึ้นเรื่อยๆ ชาวตุรกีและอียิปต์ใช้คันธนูยาว 4.5 ฟุต ชาวอังกฤษใช้คันธนูยาวถึง 8 ฟุต

ตรงปลายส่วนบนและส่วนล่างของคันธนูมีติ่งปลายคัน และร่องคล้องสายสำหรับคล้องสายธนู สายธนูที่ขึงก็มีเชือกหมุนหลายๆรอบอยู่ที่ติ่งปลายคัน สายที่หย่อนพอดีทำได้ยาก เชือกที่ต้องทำเป็นเชือกที่เหมาะสมและเมื่อใช้ได้แล้วควรทาขี้ผึ้งบ่อยๆ เพื่อกันขาดง่าย เมื่อไม่ใช้ควรจะหย่อนเชือกข้างหนึ่งและเก็บไว้อย่างดี

ในการเลือกคันธนูและลูกธนูที่เหมาะสำหรับตนทำได้โดยการยืนหันหลังให้กับกำแพงยืดแขนขนานกับพื้นดินและให้คนช่วยวัดจากต้นแขนถึงปลายนิ้ว หลังจากที่วัดได้ขนาดของคันธนูแล้วควรจะใช้ขนาดที่วัดได้นั้นตลอดไป

USE TACKLE THAT FITS YOU
Spread Arrow 
Suggested Measurement
Length
Bow Length
57-59 in
22-23 in
not under 4 ft. 6 in.
60-62 in
23-24 in
63-66 in
24-25 in
not under 5 ft. o in.
66-68 in
25-26 in
69-71 in
26-27 in
not under 5 ft. 6 in.
72-74 in
27-28 in
75-77 in
28-29 in
not under 5 ft. 9 in.
Over 77 in
30 in
not under 6 ft. 0 in.

ส่วนประกอบของลูกธนู
ลูกธนูที่ทาแลกเกอร์และขัดอย่างดีจะใช้ได้ทน หรือทาสีสวยๆสดๆ จะทำให้ไม่หายง่าย ลูกธนูควรกลมและตรง ขนนกมีทั้งที่เป็นแนวเดียวกับลูกธนู เป็นมุมและเป็นเกลียว

อุปกรณ์ป้องกัน
คันธนูที่หาซื้อมาหรืออาจจะทำขึ้นเองควรจะมีน้ำหนักเบาเพื่อจะถือไปมาได้สะดวก ลูกธนูที่นิยมส่วนใหญ่ทำด้วยอลูมิเนียมบางทีก็ใช้ลูกธนูทำด้วยไม้ นอกจากนี้อุปกรณ์การยิงยังควรจะมี Gloves, Armguards, Tabs กระบอกใส่ลูกธนูทำด้วยไม้หรือหนัง ถ้าทำด้วยหนังก็จะสามารถใช้ติดกับเข็มขัด คาดเอวได้สะดวก ยังมีเครื่องแบบสำหรับใส่ยิงธนู แต่ไม่ควรใส่เสื้อหลวมมากๆ

เป้าสำหรับยิงธนูส่วนมากทำด้วยฟางเย็บเข้าด้วยกันแน่น พอที่จะให้ลูกธนูปักได้ที่ตั้งเป้าทำขึ้นเองได้โดยง่าย ควรจะแข็งแรงพอที่จะรับน้ำหนักของเป้าได้ ส่วนมากทำเป็นขาตั้ง 3 ขา และมีที่เกี่ยวสำหรับขาหลังควรจะมีส่วนสูง 4 ฟุต นับจากจุดกลางของเป้า พื้นบนของเป้าควรจะเย็บขอบด้วยผ้าใบและทาสีสดๆและมีสีทองอยู่ตรงกลางมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 9.6 นิ้ว และมีวงกลมย่อยอีก 4 วง แต่ละวงกว้าง 4.8 นิ้ว ขอบวงนอกเรียกว่า Petticoat และกว้างกว่าวงอื่นๆ 1 นิ้วหรือมากกว่านี้ เป้าที่มีสีสดๆ ทำให้น่าสนในในการยิงมากขึ้นเริ่มจากจุดกึ่งกลางทาสีทอง ต่อมาสีแดง น้ำเงิน ขาวและดำ เป้าควรจะวางทิศทางเหนือเพื่อให้แสงสว่างดีที่สุด ในเวลายิงควรจะมีเชือกกั้นล้อมอาณาเขตเพื่อกันมิให้ลูกธนูไปถูกผู้อื่น

การขึ้นสายธนู (Fundamentals - Stringing the Bow)
คันธนูที่เก็บต้องปลดสายให้หย่อนลง เวลาจะใช้ควรจะให้แน่ใจว่าคันธนูข้างที่ยาวกว่าอยู่ข้างบน จับคันธนูด้วยมือซ้ายและปลายล่างของคันธนูชี้เข้าหาตัว ด้านหลังของคันธนูเข้าหาตัว ปลายคันธนูควรจะไม่แตะถูกพื้นแต่อาจจะถูกรองเท้าข้างซ้าย สำหรับป้องกันการเสียหาย ต่อมาเลื่อนแขนอยู่บนท่อนบนของธนูประมาณ 5 นิ้ว จากปลายคันธนู วางนิ้วกลางอยู่หลังเชือกด้านหลังของคันธนูดึงไปข้างหลังด้วยมือซ้ายและดึงลงข้างหลังของคันธนูด้วย มือที่จับเชือกใช้เฉพาะปลายมือสำหรับดึงไม่ใช่ฝ่ามือหรือนิ้ว นิ้วควรจะไว้ใช้ทำห่วงให้เข้าที่ในขณะที่มืออยู่ปลายคันธนู เมื่อง้างสายธนูแล้วทุกสิ่งทุกอย่างจะเข้าที่หมด ระหว่างเชือกและคันธนูตรงที่จับไม่ควรจะมากกว่า 6.5 นิ้ว ใช้มือจับที่ถืองอแต่ปลายนิ้วเหยียด หลังจากยิงแล้ว จะเก็บธนูปลดสายโดยใช้วิธีเดียวกับการขึ้นสายธนู

ท่ายืน (The Stance)
ผู้ยิงจะไม่ยืนหันตัวเข้าหาเป้า ท่ายืนที่ถูกต้องควรจะยืนทำมุมฉากกับเป้า คือ ยืนหันข้างที่ไม่ถนัดไปยังเป้าโดยมีไหล่และคันธนู เล็งไปางที่ลูกธนูจะไปยกแขนที่ถือคันธนูไปทางเป้าตามสบาย หันศีรษะและตามองตรงไปยังเป้า ตัวและไหล่จะเป็นเส้นตรงกับทางที่ยิงตลอดเวลา

การจับคันธนู (The Bow Grip)
จับคันธนูในท่าธรรมชาติ ยื่นมือและทำมือรูป V ด้วย นิ้วหัวแม่มือกับนิ้วชี้ตรงส่วนในที่ถือคล้ายท่าจับมือกับคันธนู ยกคันธนูไปทางเป้าแขนขนานกับพื้น ไหล่ แขนที่จับคันธนูเป็นเส้นตรงกับเป้า ข้อมือตรงด้วยแต่ไม่เกร็ง กล้ามเนื้อส่วนอื่นก็ไม่เกร็ง ระวังข้อมืออย่าหมุนเข้าหรือหมุนออก

การวางลูกธนู(Nocking the Arrow)
ใช้หัวแม่มือและนิ้วชี้จับลูกธนูเอาด้านที่มีน๊อต และขนนกขึ้นเป็นสำคัญ ปลายลูกธนูจะอยู่บนคันธนูได้ นิ้วมือที่จับคันธนูกับที่ลูกธนู จะเลื่อนไปทางปลายที่จะยิงบนสายธนู จนกระทั่งถึงคอคอด ตรวจดูว่าน็อตและขนนกยังอยู่ส่วนบนเอามือที่จับสายธนูออก มือที่ถือคันธนูก็ยกขึ้นในท่ายิงโดยที่ลูกธนูยังอยู่กับที่ หากทุกอย่างอยู่ในที่ๆถูกต้องลูกธนูและสายธนูจะเป็นมุมฉากกัน การเหน็บลูกธนูลงในสายต้องให้สีต่างของขนนกอยู่ด้านนอก

การเหนี่ยวธนู(Drawing the Bow)
เหนี่ยวสายธนูโดยใช้นิ้วชี้ นิ้วกลางและนิ้วนาง ในขณะที่นิ้วชี้และนิ้วกลางจับลูกธนูนิ้วชี้แตะลูกธนูทางด้านบนนิ้วกลางอยู่ใต้ลูกธนู นิ้วทั้งสองไม่ควรเบียดชิดกัน สายธนูควรจะบังคับโดยนิ้วทั้ง 3 ซึ่งจะทำให้สายธนูปล่อยออกได้ง่าย จากท่านี้การเหนี่ยวคันธนูจะทำได้โดยมือที่ถือคันธนูดันออกเล็กน้อยและมือที่จับสายธนูดึงมาข้างหลัง

ให้นิ้วชี้แตะตรงกลางใต้คาง สายธนูอยู่ตรงกลางคางและแตะปลายจมูก ทั้งนี้บางคนอาจจจะชอบต่างจากนี้เล็กน้อย ข้อศอกและไหล่ควรจะเป็นเส้นตรง เดียวกันกับแนวของลูกธนู ทั้งนี้เพื่อให้แขนที่ดึงสายธนูจะได้เป็นเส้นตรงด้วย จากนั้นก็ปล่อยลูกธนูได้ ความแม่นยำจะขึ้นอยู่กับการเล็งซึ่งส่วนใหญ่ใช้การคำนวณช่วยในการวัดมุม ความเร็ว และความสัมพันธ์ของร่างกายด้วย

เป้า (Targets)
เป้าที่มีมาตรฐานจะมีฐานกลมทำด้วยฟางที่เย็บเข้าด้วยกันหรือต้นกก มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 9.5 นิ้ว มีวงกลมย่อยอีก 4 วง แต่ละวงกว้าง 4.5 นิ้ว ทาสีต่างๆกัน จากข้างในมาข้างนอกคือ สีทอง แดง ฟ้า ดำ และขาว

เป้านี้จะต้องตั้งให้จุดกึ่งกลางเป้าสูงกว่าพื้นดิน 4 ฟุต และส่วนบนเอนไปด้านหลังเล็กน้อย ด้านหน้าของขาตั้งเป็นไม้รูปสี่เหลี่ยม เป้าแต่ละอันจะตั้งใกล้กันเกินกว่า 5 หลาไม่ได้

  คะแนนของเป้ามีดังนี้
สีทอง
9
คะแนน
สีแดง
7
คะแนน
สีฟ้า
5
คะแนน
สีดำ
3
คะแนน
สีขาว
1
คะแนน


ความปลอดภัยในการยิงธนู (Safety in Archery)

  1. อย่าดึงสายธนูโดยที่ไม่มีลูกธนูใช้ลูกธนูในความยาวที่เหมาะสมเท่านั้น
  2. ก่อนที่จะยิงควรจะดูว่าผู้เล่นอื่นๆอยู่ข้างหลังเส้นยิงและไม่มีใครอยู่ในทางที่ลูกธนูจะไป
  3. ไปเก็บลูกธนูเฉพาะตอนที่ผู้เล่นอื่นๆไปเก็บพร้อมๆกันเท่านั้น
  4. อย่ายิงลูกธนูโดยไม่มีจุดหมายให้ยิงเฉพาะที่เป้าเท่านั้น
  5. จดคะแนนการยิงเฉพาะตอนที่ได้กลับมาหลังเส้นยิงแล้วเท่านั้น
  6. กำหนดให้ผู้ดูทั้งหมดอยู่หลังเส้นยิงตลอดเวลา
  7. ในเวลาสาธิตหรือทำตัวอย่างให้ดูไม่ควรชักคันธนู เหนี่ยวสาย นอกจากเห็นว่าปลอดภัยดีแล้ว
  8. ใช้ Arm Guard, Finger Tale และ Gloves ทุกครั้งที่ยิง
  9. จัดสภาพแวดล้อมเขตการยิงทั้งด้านหน้า หลัง ให้มีความปลอดภัย
  10. เหนี่ยวสายธนูด้วยนิ้ว และกล้ามเนื้อแขนแทนที่จะใช้กล้ามเนื้อหลังหรือไหล่เพราะอาจจะเกิดการเจ็บปวดขัดยอก
  11. หากจะล่าสัตว์ด้วยธนูต้องจำไว้แรงจากธนูดี และอุปกรณ์การยิงที่ดีมีความรุนแรงกว่ากระสุนปืน ควรใส่เสื้อผ้าสีสดๆ นักยิงธนูผู้อื่นจะได้เห็นไม่โดนลูกหลง
  12. ผู้ยิงทั้งหมดควรจะอยู่ในแนวเดียวกันแม้ว่าจุดหมายการยิงจะอยู่ไปคนละทิศละทางก็ตาม
  13. คันธนูที่ขึ้นลูกธนูแล้วก็เปรียบเหมือนปืนขึ้นนกเตรียมเหนี่ยวไกยิง
  14. สำรวจลูกธนูทุกๆ ลูก สายธนูและอุปกรณ์อื่นๆ เพื่อกันการบาดมือหรือเกิดการขูดขีด 

Copyright reserved by formumandme.com ::: contact us : webmaster@formumandme.com