
ความรู้พื้นฐานของกีฬายูโด
ยูโดเป็นกีฬาหลักประเภทบุคคลประเภทหนึ่ง ที่ถือว่าเป็นกีฬาสากลอยู่ในขณะนี้
โดยมีหลักการและวัตถุประสงค์คือ มุ่งบริหารร่างกายและจิตใจให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
โดยใช้แรงให้น้อยที่สุด เพื่อสวัสดิภาพและประโยชน์สุขร่วมกัน การฝึกยูโดต้องมีการฝึกการต่อสู้และป้องกันตัว
ก็เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกได้ออกแรง ซึ่งเป็นหนทางก่อให้เกิดสมรรถภาพทางกายตามอุดมคติของท่านจิโกโร
คาโน (Jigoro kano) ผู้ให้กำเนิดกีฬาประเภทนี้ว่า "Maximum Efficiency
with minimum Effort and Mutual Welfare and Benifit"
กล่าวคือยูโดใช้วิธีการโอนอ่อนผ่อนตาม
หรือที่เรียกว่า "ทางแห่งความสุภาพ" "Gentleness or soft way" ทำให้ได้เปรียบแก่ผู้ที่มีกำลังมากกว่าเป็นวิธีการที่ทำให้คนตัวเล็กกว่าน้ำหนักน้อยกว่าและกำลังด้อยกว่า
อาจต่อสู้กับผู้ที่อยู่ในลักษณะเหนือกว่าด้วยประการทั้งปวงดังกล่าวได้
และด้วยเหตุนี้เองจึงนำเอาคำว่า "ยู Ju" ซึ่งหมายถึงการโอนอ่อนหรือให้ทางแห่งความสุภาพนำหน้าชื่อนี้
เพื่อเป็นเครื่องเตือนผู้ให้เรียนหรือผู้เข้ารับการฝึกได้ระลึกอยู่เสมอ
ประโยชน์ที่ได้รับ
ยูโดเป็นวิชาที่ช่วยในการบริหารกายทุกส่วนอย่างแท้จริง
ทำให้ร่างกายมีสัดส่วนเหมาะสม ทำให้ร่างกายมีความโอนอ่อนผ่อนตามสถานการณ์ต่างๆได้
ให้รู้จักควบคุมตนเอง ให้มีการทรงตัวที่มั่นคง และทำให้เกิดความผ่อนคลายแก่ร่างกายและจิตใจ
ทำให้เกิดสมาธิ นอกจากนั้นยังเป็นเกมกีฬาการต่อสู้ที่ช่วยส่งเสริมให้เกิดความกล้าหาญ
อดทนให้สูงขึ้น ให้เกิดความมั่นใจในตัวเอง ช่วยเพิ่มพูนความมานะบากบั่นและความคิดในการตัดสินใจ
ตลอดจนการติดต่อกับบุคคลอื่นด้วย ดังนั้นการเล่นและการฝึกยูโดจึงถือเป็นการฝึกด้านจิตใจให้เข้มแข็ง
ทรหดอดทนยิ่งขึ้นด้วย
เทคนิคของยูโด
(Judo Techniques)
เทคนิคของยูโดอาจแบ่งออกได้เป็น 3 กลุ่มใหญ่ได้ดังนี้
- นาเงวาซา (Nagewaza)
เป็นเทคนิคเกี่ยวกับการทุ่ม (Throwing) มีท่าทุ่มที่เป็นพื้นฐานอยู่
12 ท่า และแย่งออกเป็นประเภทตามส่วนของร่างกายที่ใช้ทุ่มนั้นๆซึ่งได้แก่การทุ่มด้วยมือ
การทุ่มด้วยสะโพก การปัดขา การทุ่มด้วยไหล่ การทุ่มด้วยสีข้างและหลัง
- กาต้าเมวาซา (Katamawaza)
เป็นเทคนิคเกี่ยวกับการกอดรัดเพื่อให้หายใจไม่ออกและการจับยืด
(Chocking and Holding) เป็นเทคนิคที่ใช้ขณะอยู่กับพื้นเบาะ (tatami)
เพื่อให้คู่ต้อสู้ยอมจำนน
- อาเตมิวาซา (Atemiwaza)
เป็นเทคนิคเกี่ยวกับการชกต่อย ทุบตี ถีบถอง (Striking) ส่วนต่างๆของร่างกายให้เกิดการบาดเจ็บ
พิการ หรือถึงแก่ชีวิต ซึ่งวิธีการเหล่านี้จะใช้ในการต่อสู้ป้องกันตัวเท่านั้น
และไม่เคยจัดการแข่งขัน
ระดับความสามารถมาตรฐานของนักยูโด
ระดับความสามารถมาตรฐานของนักยูโดทั้งสองเพศ (ชาย-หญิง) ได้ถูกกำหนดขึ้นโดยมีสีของสายคาดเอวเป็นเครื่องหมาย
ระดับความสามารถมาตรฐานดังกล่าวแบ่งออกได้เป็น 2 ระดับใหญ่คือ
- ระดับกียู (Kyu) คือระดับที่อาจเรียกว่า "นักเรียน" และ
- ระดับดาน (Dan) คือระดับที่เรียกว่า "ผู้นำ" เป็นผู้ซึ่งมีความสามารถสูง
ทั้งระดับนักเรียนและระดับผู้นำนี้ยังแบ่งออกเป็นระดับย่อยๆลงอีก
โดยมีสีประจำแต่ละระดับไว้ซึ่งแต่ละประเทศกำหนดไม่เหมือนกัน
| สำหรับประเทศไทยกำหนดไว้ดังนี้
|
| รองสายดำ |
ชั้น 5 |
สาดคาดเอวสีขาว
|
| รองสายดำ |
ชั้น 4 |
สายคาดเอวสีเขียว
|
| รองสายดำ |
ชั้น 3 |
สาดคาดเอวสีฟ้า
|
| รองสายดำ |
ชั้น 2
|
สายคาดเอวสีน้ำตาล
|
| รองสายดำ |
ชั้น 1
|
สาดคาดเอวสน้ำตาลปลายดำ
|
| สายดำ |
ชั้น 1 |
สายคาดเอวสีดำ |
| สายดำ |
ชั้น 2 |
สายคาดเอวสีดำ |
| สายดำ |
ชั้น 3
|
สายคาดเอวสีดำ |
| สายดำ |
ชั้น 4
|
สายคาดเอวสีดำ |
| สายดำ |
ชั้น 5 |
สายคาดเอวสีดำ |
| สายดำ |
ชั้น 6
|
สายคาดเอวสขาวสลับแดง
|
| สายดำ |
ชั้น 7
|
สายคาดเอวสีขาวสลับแดง
|
| สายดำ |
ชั้น 8
|
สายคาดเอวสีขาวสลับแดง
|
| สายดำ |
ชั้น 9
|
สายคาดเอวสีแดง
|
| สายดำ |
ชั้น 10
|
สายคาดเอวสีแดง
|
สถานที่ฝึก
อุปกรณ์
สถานที่ฝึก (The Dojo)
สถานที่ฝึกยูโดจะต้องเป็นสถานที่กว้างขวาง อากาศถ่ายเทได้สะดวก
ที่พื้นปูด้วยเบาะ (Tatami) วางอัดแน่นเป็นแผ่นเดียกัน และมีผ้าคลุมให้ดึงอีกชั้นหนึ่ง
โดยปกติเบาะยูโดหรือเสื่อยูโดแต่ละผืนจะมีขนาดยาว 6 ฟุต กว้าง
3 ฟุตและหนา 4 นิ้ว เบาะที่ใช้ฝึกต้องมีความยืดหยุ่นพอดีไม่อ่อนหรือแข็งเกินไป
ถ้าอ่อนเกินไปจะทำให้พื้นผิวไม่เรียบทำให้เท้าพลิกแพลงได้ง่าย
และทำให้การเคลื่อนไหวลำบาก แต่ถ้าแข็งเกินไปเวลาล้มอาจทำให้เกิดอันตรายได้ง่ายเช่นกัน
ดังนั้นการทำหรือการสั่งซื้อควรพิจารณาให้รอบคอบ ควรสั่งซื้อกับร้านที่เชื่อถือได้เท่านั้
พื้นที่สำหรับปูเบาะยูโดที่เหมาะสมควรเป็นพื้นไม้ที่ยกสูงขึ้นโดยเฉพาะ
ไม่ควรปูกับพื้นซีเมนต์หรือพื้นดินทีเดียว เพราะจะมีความยืดหยุ่นน้อยก่อให้เกิดการการบาดเจ็บได้ง่าย
แต่ถ้าปูกับพื้นไม้(เวที) ที่ยกสูงขึ้นแล้วจะทำให้เกิดความยืดหยุ่นลดการบาดเจ็บได้ด้วยกับสร้างความพอใจให้กับผู้ที่ถูกทุ่ม
ที่สามารถลงสู่พื้นได้เสียงดัง เพราะคุณภาพของการลงสู่พื้นที่ดีสามารถวัดได้ที่เสียงดังที่เกิดขึ้นนั้นได้
สถานที่สำหรับฝึกยูโดต้องเป็นห้องเอกเทศไม่ควรเป็นห้องที่ใช้ร่วมกับกิจกรรมอื่น
มีแสงสว่างพอเพียงปราศจากเสียงและกลิ่นรบกวน และควรมีช่องทางเดินระหว่างขอบเบาะกับฝาผนังด้วย
หากมีบริเวณมากพอควรจัดที่นั่งไว้สำหรับผู้ชมด้วยจะดีมาก นอกจากนั้นภายในห้องฝึกยูโดควรจัดที่เคารพบูชาพระพุทธรูป
พระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมราชินีนาถ
ตลอดจนผู้ให้กำเนิดแก่วิชายูโด หรือครูอาจารย์ที่มีบทบาทสำคัญต่อกิจการของยูโด
เครื่องแต่งกาย (Judogi)
เครื่องแต่งกายในการฝึกยูโดต้องสวมชุดโดยเฉพาะที่เรียกว่า Judoji
ซึ่งมีพื้นฐานมาจากประเพณีนิยมเกี่ยวกับการแต่งกายของชาวญี่ปุ่นมีลักษณะดังนี้
เสื้อ
คล้ายเสื้อกิโมโน ถักด้วยด้ายดิบสีขาวหนาแข็งแรงทนทาน แต่อ่อนนิ่มไม่ลื่นมือ
สามารถซักได้และใช้ได้นาน ส่วนแขนและลำตัวกว้างหลวม ตัวยาวคลุมก้น
แขนยาวประมาณครึ่งแขนท่อนล่างเสื้อยูโดที่ดีต้องมีลักษณะเบาบางแต่แข็งแรง
การเบาบางจะช่วยให้การระบายความร้อนในร่างกายดีขึ้น ประเทศญี่ปุ่นนับว่าเป็นประเทศผู้ผลิตเสื้อยูโดที่ดีที่สุดในโลก
กางเกง
มีลักษณะคล้ายกางเกงจีนเป็นผ้าดิบเช่นกัน ที่เอวมีร้อยเชือกรัดเอว
กางเกงต้องหลวมพอสบายยาวประมาณครึ่งขาท่อนล่าง
สายคาดเอว
เป็นผ้าเย็บซ้อนกันหนาประมาณ 0.5 เซนติเมตร กว้างประมาณ 2 นิ้ว
ยาวให้คาดเอวได้ 2 รอบ เหลือชายไว้ผูกเงื่อนพิรอด (Reef Knot)
แล้วเหลือชายข้างละ 15 เซนติเมตร สำหรับสายคาดเอวนี้เป็นเครื่องแสดงระดับความสามารถมาตรฐานของนักยูโดด้วย
การฝึกยูโดต้องฝึกด้วยเท้าเปล่า ฉะนั้นเรื่องเล็บเท้าตลอดจนเล็บมือต้องตัดให้สั้น
และสะอาดอยู่เสมอ เครื่องประดับเช่น นาฬิการ แหวน สร้อย กิ๊บติดผม
ฯลฯ จะต้องเอาออกเพราะสิ่งเหล่านี้อาจก่อให้เกิดอันตรายได้ นักยูโดที่ดีต้องหมั่นทำความสะอาดชุดยูโด
มือและเท้าให้สะอาดอยู่เสมอ อย่าให้มีกลิ่นเหม็นเพราะจะทำให้เบาะยูโดสกปรกและมีกลิ่นเหม็นไปด้วย
สถานที่ซื้ออุปกรณ์
ซื้อตามร้านอุปกรณ์กีฬาชั้นนำทั่วๆไป ราคาประมาณ 300-500 บาทขึ้นไป
แล้วแต่เนื้อผ้า
มารยาทของนักยูโด
ตามที่เราทราบแล้วว่าวิชายูโดเป็นวิชาแห่งความสุภาพอ่อนโยน และห้องฝึกยูโดนั้นเป็นที่รวมของผู้ที่สนใจต่อความสุภาพ
นอกจากนั้นห้องฝึกยูโดยังเป็นที่สำรวมร่างกายและจิตใจ และมีสิ่งอันควรสักการะบูชาประดิษฐานอยู่ด้วย
ดังนั้นผู้ที่เข้าไปในห้องฝึกยูโดจึงควรสำรวมกิริยาวาจาให้สุภาพและเหมาะแก่สถานที่
เช่น ไม่พูดเสียงดังเกินไป ไม่กล่าวคำหยาบคาย ไม่ตลกคะนอง ไม่สูบบุหรี่
ไม่สวมรองเท้าขึ้นไปบนเบาะยูโด เป็นต้น ระหว่างการฝึกซ้อม หรือฟังคำบรรยายจากครูอาจารย์ควรฟังด้วยความเคารพ
นอกจากนั้นควรเคารพเชื่อฟังคำแนะนำของครูอาจารย์ และปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนของห้องฝึกที่กำหนดไว้โดยเคร่งครัด
ทั้งนี้ก็เพื่อรักษาไว้ซึ่งระเบียบประเพณีและวัฒนธรรมอันดีงาม กับทั้งเป็นการอบรมนิสัย
มารยาทและจิตใจของตนเองด้วย
วิธีการแสดงความเคารพ
การแสดงความเคารพเป็นการแสดงออกซึ่งทางวัฒนธรรมทางจิตใจอันบริสุทธิ์
ฉะนั้นวิธีแสดงความเคารพจึงต้องกระทำด้วยจิตใจ ไม่เคารพซึ่งกันและกันเพียงพอเป็นพิธีเท่านั้น
การแสดงความเคารพตามหลักการของวิชายูโดมีดังต่อไปนี้
- เมื่อถึงสถานที่ฝึก ต้องแสดงความเคารพสิ่งที่ตั้งบูชาประจำสถานที่ครั้งหนึ่งก่อน
- ก่อนเริ่มฝึก เมื่อขึ้นบนเบาะต้องแสดงความเคารพต่อที่บูชาอีกครั้งหนึ่ง
- ก่อนเริ่มฝึกซ้อมต้องแสดงความเคารพซึ่งกันและกัน
และหลังจากยุติการฝึกซ้อมต้องเคารพกันอีกครั้งหนึ่ง
- ก่อนเลิกฝึกต้องแสดงความเคารพที่บูชา
- เมื่อเปลี่ยนเครื่องแต่งตัวแล้ว
ก่อนจะกลับต้องแสดงความเคารพที่บูชาอีกครั้งหนึ่ง
วิธีทำความเคารพมี
2 วิธี คือ นั่งและยืน ส่วนวิธีเคลื่อนไหวในการแสดงความเคารพ เช่น
ยืนแล้วจะกลับเป็นนั่ง หรือนั่งแล้วกลับยืน ตามปกติใช้ขาขวาเป็นหลักในการทรงตัว
การเล่นยูโดยังมีหลักการและศิลปอื่นๆอีกมากมายอาทิ
การอบอุ่นร่างกายและศิลปการล้ม
การทรงตัวและการเคลื่อนไหว การทุ่ม เป็นต้น