กิจกรรมเข้าจังหวะ (Rhythmic Activities) หมายถึงกิจกรรมที่ร่างกายและจิตใจมีปฏิกิริยาตอบสนองต่อจังหวะเสียงดนตรี
"Rhythmic activities are these activities in which the student responds
physically, emotionally to music and rhythmics" เมื่อพิจารณาดูตามคำจำกัดความจะเห็นว่า
กิจกรรมเข้าจังหวะนั้นมีขอบข่ายกว้างขวางมาก ไม่ใช่เพียงแต่สอนให้นักเรียนได้เต้นรำตามแบบอย่างที่ครูสอนให้เท่านั้น
แต่ต้องสอนให้เด็กมีความรู้ ความทราบซึ้งในการเคลื่อนไหว อิริยาบถในแบบต่างๆไปตามเสียงดนตรีและจังหวะเพลงได้อย่างสง่างาม
ความมุ่งหมายของกิจกรรมเข้าจังหวะ
1. เพื่อให้เด็กได้รับความสนุกสนาน ร่าเริงจากการเล่นกิจกรรมเข้าจังหวะ
2. เพื่อให้เด็กได้มีโอกาสแสดงออกและมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์
3. เพื่อพัฒนาความสัมพันธ์การเคลื่อนไหวของร่างกายอย่างมีจังหวะ
4. เพื่อพัฒนาร่างกายให้มีความสง่างาม
5. เพื่อพัฒนาด้านสังคมและความร่วมมือในหมู่คณะ
6. เพื่อให้เกิดความซาบซึ้งต่อสุนทรียภาพในการเคลื่อนไหวเข้าจังหวะ
7. เพื่อให้มีความรู้ในเรื่องราวของกิจกรรมเข้าจังหวะ
ขอบข่าย
วิชาการเล่นเป็นจังหวะนี้ ได้กล่าวแล้วว่าได้แก่กิจกรรมการเล่นทุกชนิดที่ทำให้เข้ากับจังหวะ
ฉะนั้นอาจจะแยกออกเป็นประเภท ได้ดังนี้
1. การเคลื่อนไหวเบื้องต้น
(Fundamental Movement or Basic Movement)
แบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทคือ
- การเคลื่อนไหวแบบเคลื่อนที่
(Locomotor Movement)
- การเคลื่อนไหวแบบอยู่กับที่
(Non Locomotor Movement)
| |
การเคลื่อนไหวแบบเคลื่อนที่แบ่งออกเป็น
8 อย่างดังนี้ |
| |
|
เดิน (walk)
|
| |
|
|
คือการเคลื่อนไหวด้วยการก้าว
เป็นการเปลี่ยนน้ำหนักตัวจากเท้าหนึ่งไปยังอีกเท้าหนึ่ง และขณะที่เปลี่ยนน้ำหนักตัวนั้น
เท้าข้างหนึ่งจะอยู่บนพื้นเสมอ |
| |
|
วิ่ง (run)
|
| |
|
|
คือการก้าววิ่งแบบธรรมดาลงสู่พื้นด้วยเท้าที่ขนาน
ลำตัวเอนไปข้างหน้าเล็กน้อย งอแขนกำมือหลวมๆแกว่งขึ้นลงตรงๆ
จังหวะที่ก้าวเท้าตกลงสู่พื้นจะต้องเข้ากับจังหวะดนตรี
|
| |
|
เขย่ง (hop) |
| |
|
|
คือการกระโดดเท้าเดียวขึ้นจากพื้น
แล้วลงด้วยเท้าใดเท้าหนึ่งเพียงข้างเดียว เท้าที่ตกลงสู่พื้นนั้นจะต้องเข้ากับจังหวะดนตรีด้วย
|
| |
|
กระโดด (jump)
|
| |
|
|
คือการกระโดดขึ้นจากพื้นด้วยเท้าทั้งสอง
และลงด้วยเท้าทั้งสองเช่นกัน จังหวะที่เท้าลงสู่พื้นต้องเข้ากับจังหวะดนตรี
|
| |
|
วิ่งโหย่ง
(leap) |
| |
|
|
คล้ายกับวิธีวิ่ง แต่การวิ่งโหย่งนั้นช้ากว่าธรรมดา
คือลอยตัวอยู่ในอากาศนานกว่า จังหวะที่เท้าลงสู่พื้นที่ต้องเข้ากับจังหวะดนตรี
|
| |
|
วิ่งสลับเท้า
(skip) |
| |
|
|
คือการก้าวเท้าและวิ่งเขย่งสลับกันนั่นเอง
แต่เป็นไปอย่างรวดเร็วเหมือนกับการวิ่ง การเขย่งนั้นก็เป็นการเขย่งที่ก้าวไปข้างหน้ามากๆทุกครั้งที่กระโดดต้องให้เข้ากับจังหวะดนตรี
|
| |
|
ลื่นไถล
(slide) |
| |
|
|
คือการก้าวโดยลากเท้าข้างหนึ่งไปและลากเท้าอีกข้างหนึ่งมาชิด
การลากเท้าไปชิดแต่ละครั้งจะต้องให้เข้ากับจังหวะดนตรี
|
| |
|
ควบม้า
(gallop) |
| |
|
|
ให้กระโดดก้าวเท้าซ้ายไปวางข้างหน้าในเวลาไล่เลี่ยกันให้กระโดดก้าวเท้าขวาไปวางหลังเท้าซ้ายทำเช่นนี้ไปเรื่อยๆ
แต่เท้าซ้ายต้องอยู่ข้างหน้าเสมอ (เท้าใดอยู่ข้างหน้าก็ให้อยู่ข้างหน้าตลอด)
แต่ละครั้งที่เท้าหน้าลงสู่พื้นต้องให้พอดีกับจังหวะดนตรี
|
| |
|
|
|
| |
การเคลื่อนไหวแบบ
Non Locomotor Movement |
| |
|
เป็นการเคลื่อนไหวที่ไม่เคลื่อนที่
เพราะฉะนั้นมักจะเป็นการเคลื่อนไหวที่เกี่ยวกับแขน มือ ลำตัว
และส่วนอื่นมากกว่า ทักษะการเคลื่อนไหวเบื้องต้นเหล่านี้
เป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับการเรียนกิจกรรมเข้าจังหวะประเภทอื่นๆต่อไป
(รวมทั้งกีฬาเกือบทุกชนิดด้วย) ดังนั้นจึงควรฝึกทักษะทั้ง 8
อย่างนี้เป็นอย่างดี กิจกรรมต่างๆที่สามารถนำมาสอนได้แก่ เก้าอี้ดนตรี
เต้นและก้ม เครื่องบินขึ้นฟ้า และม้าวิ่ง รถไฟวิ่ง เพลงกระต่ายขี้เซา
Go Round and Round The Village, Oh Susana, A hunting We Will
Go, etc. |
2. การเล่นประกอบเพลง (Singing
game)
หมายถึง การละเล่นที่ใช้การร้องเพลงประกอบ มักจะเป็นการเต้นที่ใช้ทักษะการเคลื่อนไหวเบื้องต้นง่ายๆชนิดเคลื่อนที่
โดยวิธีสอนการเล่นประกอบบทเพลงมีส่วนประกอบดังนี้
| |
สอนร้องเพลง
|
| |
|
1) ให้ฟังเพลงพร้อมทั้งฮัมเพลงและเคาะจังหวะไปด้วย
2) ครูร้องและให้เด็กร้องตามเป็นวรรค
3) ครูและเด็กร้องพร้อมๆกัน
4) ให้เด็กฝึกร้องกันเอง |
| |
|
|
| |
สอนท่าเต้น
|
| |
|
1) สอนและสาธิตให้ดูและให้เด็กทำตามทีละขั้น
2) รวมขั้น (Step) ต่างๆ เข้าด้วยกันตามแบบการเต้นของเพลงนั้น
3) ทบทวนท่าการเต้นทั้งหมดอีกครั้ง
4) ให้เด็กทบทวนท่าเต้นเอง |
| |
|
|
| |
รวมการเต้นและเพลงเข้าด้วยกัน
|
| |
|
1) ครูร้องเพลงพร้อมสาธิตท่าเต้นให้ดูทีละวรรคและให้เด็กทำตาม
2) ครูและเด็กทำท่าเต้นพร้อมกันโดยครูเป็นตัวอย่างและให้คำแนะนำ
3) ให้เด็กแยกไปฝึกหมู่
4) ให้เด็กทั้งหมดมารวมให้พวกหนึ่งร้องเพลงและพวกหนึ่งเต้น
5) ให้ร้องเพลงและเต้นพร้อมกัน |
3. การเคลื่อนไหวตามบทเพลง
(Motion Song, Action Song)
หมายถึง เพลงร้องที่มีการทำท่าประกอบ การเล่นตามบทเพลงนี้เป็นการเล่นที่เพิ่มความสนุกสนานให้กับเด็กมากยิ่งขึ้น
การเล่นประเภทนี้นอกจากจะให้เด็กออกกำลังกายด้วยการเล่นเกมต่างๆแล้ว
ยังเพิ่มกิจกรรมการร้องรำทำเพลงประกอบเข้าไปด้วย ครูอาจจะคิดเกมการเล่นขึ้นมาเองและแต่งเพลงให้เด็กร้อง
ขณะเดียวกันก็พยายามแทรกเนื้อหาที่ส่งความรู้และความสามารถของเด็กหรือแก้ไขข้อบกพร่องของเด็กไปในตัว
การเล่นตามบทเพลงนี้มีอยู่หลายเกมด้วยกัน ได้แก่ มอญซ่อนผ้า เป็นต้น
4. การเล่นพื้นเมือง (Folk
Dance)
การเต้นรำพื้นเมือง Folk Dance หมายถึง การเต้นรำประจำท้องถิ่นหรือประเทศนั้นๆ
ที่นิยมเล่นกันแพร่หลายตลอดมาทุกยุคทุกสมัย เป็นการเล่นที่ไม่ยากนัก
มักจะเล่นเป็นหมู่ ใครๆก็สามารถเข้าร่วมเล่นได้ ถ้าได้รับการฝึกเพียงนิดหน่อย
เช่น รำวง เต้นรำอินเดียนแดง สำหรับประเทศไทยเรามักจะมีชั่วโมงขับร้องและฟ้อนรำอยู่แล้วในหลักสูตร
เด็กไทยก็มักจะได้ทำการเรียนฟ้อนรำต่างๆเหล่านี้มาแล้ว
5. กิจกรรมการเลียนแบบ
(Immitative)
คือ การเล่นที่ใช้ท่าทางและการแสดงออกที่เลียนแบบสิ่งต่างๆ ซึ่งอาจได้แก่
การเลียนแบบสัตว์ พาหนะต่างๆเป็นต้น การเรียนกิจกรรมประเภทนี้ ไม่จำเป็นต้องแสดงท่าให้ผู้เรียนดู
เป็นเพียงแต่ผู้บอกท่าทางที่จะให้เด็กเลียนแบบ เด็กก็จะคิดท่าทางเลียนแบบเองตามความคิดและความเข้าใจของเด็กเอง
จุดมุ่งหมายของกิจกรรมการเลียนแบบ
เพื่อพัฒนาความสัมพันธ์ในการเคลื่อนไหวของร่างกาย เพื่อให้นักเรียนมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์
เพื่อพัฒนากล้ามเนื้อใหญ่ๆของร่างกาย และสุดท้ายเพื่อให้เด็กได้รับความสนุกสนานในการเล่น
กิจกรรมเลียนแบบสัตว์ เช่น หมีเดิน เดินแบบลูกหมา กระโดดกระต่าย
เป็นต้น กิจกรรมเลียนแบบยานพาหนะต่างๆ เช่น รถไฟวิ่ง เครื่องบินตก
แจวเรือ เป็นต้น
6. การเล่นเป็นนิยาย (Story
Play)
เป็นกิจกรรมอย่างหนึ่งที่ควรจัดให้มีสำหรับเด็กในวัย
5-8 ปี (วัยเด็กตอนต้น) เพราะเด็กในวัยนี้ชอบสร้างสรรค์จินตนาการและชอบเลียนแบบ
จำแบบอย่างที่ได้พบเห็นมาเล่น ครูจะเล่านิทานหรือนิยายให้เด็กฟัง
ให้เด็กเกิดจินตนาการและให้เด็กเคลื่อนไหวไปตามเนื้อเรื่องที่ครูเล่า
เช่น เรื่องทัศนาจรเชียงใหม่ คนตัดต้นไม้กับเทพารักษ์ ครูกำหนดให้เด็กเป็นตัวละครในเรื่อง
ตัวแสดงย่อมเคลื่อนไหวไปในลักษณะต่างๆตามที่ครูเล่า
จุดมุ่งหมายของกิจกรรมการเลียนแบบ
เพื่อพัฒนากล้ามเนื้อใหญ่ๆของร่างกาย ให้เด็กได้มีโอกาสแสดงความคิดเห็นออกมา
ฝึกให้เด็กรู้จักการเล่นร่วมกับผู้อื่น เปิดโอกาสให้เด็กได้แสดงและเล่นละครอย่างเป็นกันเอง
ฝึกให้เด็กรู้จักการทำงานร่วมกัน ฝึกการเป็นผู้นำและผู้ตาม และสุดท้ายเพื่อให้เด็กได้รับความสนุกสนานในการเล่น
7. การเล่นแบบคิดสร้างสรรค์
(Creative Rhythms)
สามารถแบ่งออกได้เป็น
2 อย่างคือ
1. Identification Rhythms
2. Dramatic Rhythms
พื้นฐานทั้งสองนี้ คือ การรู้จักคิดและตีความหมายไปตามการเคลื่อนไหว
สภาพห้องจะต้องมีอิสระในการคิดสร้างสรรค์ ตีความหมายของดนตรีและแสดงท่าทางตอบโต้เสียงดนตรีนั้นๆได้
กิจกรรมประเภทนี้เหมาะสำหรับเด็กนักเรียนในชั้นประถมศึกษามากกว่า
โดยเฉพาะในชั้นประถมต้น (5-8 ปี) เพราะเด็กในวัยนี้ชอบสร้างจินตนาการและเลียนแบบ
- Identification
ได้แก่กิจกรรมเข้าจังหวะที่เลียนแบบหรือสมมุติให้เป็นสิ่งหนึ่งสิ่งใดตามจังหวะของดนตรี
เช่น พวกสัตว์ต่างๆ ได้แก่ ช้าง ม้า, คนได้แก่ ทหาร อินเดียนแดง,
วัตถุได้แก่ ตุ๊กตาล้มลุก, นิยาย ได้แก่ นางฟ้า เทวดา คนแคระ,
เครื่องจักร ได้แก่ รถไฟ เครื่องบิน เป็นต้น
- Dramatic
ได้แก่ กิจกรรมที่นักเรียนจะแสดงออกเป็นเรื่องราวจากความคิดคำนึงของนักเรียนเอง
จากนิทาน หรือจากเหตุการณ์ทั่วๆไปที่นักเรียนคุ้นเคย เช่น ไปล่าสัตว์
อยู่ค่ายพักแรม เป็นอินเดียนแดงโจมตีคนผิวขาว เรื่องรบกัน เล่นเป็นสโนไวท์กับคนแคระ
ฯลฯ
8. การลีลาศ (Social Dance)
การลีลาศ แบ่งออกได้เป็น 2 ชนิดด้วยกัน
- Ball Room
หมายถึงการลีลาศตามแบบแผนที่มีมาตั้งแต่ดั้งเดิมเป็นที่นิยมกันทั่วไป
เป็นการเต้นที่ช้าๆ เต็มไปด้วยความสง่างาม การลีลาศแบบ Ball Room
นี้มีอยู่ด้วยกัน 4 อย่าง คือ Slow Foxtrot, Quick Step, Waltz
& Tango
- Latin
หมายถึงการเต้นรำที่มีจังหวะรวดเร็วมีอยู่หลายชนิดเปลี่ยนแปลงไปตามความนิยมของแต่ละยุคแต่ละสมัย
เด็กหนุ่มสาวนิยมกันมาก
การตอบสนองจังหวะเพลงของเด็กแต่ละคน
จำเป็นที่จะต้องสอนให้รู้จักและคุ้นเคยกับจังหวะเสียก่อน
เครื่องดนตรีประกอบกิจกรรม
เครื่องดนตรีบางอย่างมีความจำเป็นสำหรับเป็นเครื่องให้จังหวะประกอบ
ให้นักเรียนเคลื่อนไหวให้เข้ากับจังหวะนั้น เสียงดนตรีจะเป็นเครื่องเร้า
ให้เกิดความรู้สึกทางอารมณ์ ฉะนั้นการเลือกเครื่องดนตรี จึงเป็นสิ่งที่สำคัญจะต้องเลือกหาชนิดที่มีเสียงเร้าใจ
เครื่องดนตรีเช่นกลอง เหมาะสำหรับตีให้จังหวะในการสอนการเคลื่อนไหวเบื้องตนเพราะมีเสียงจำกัดและชัดเจน
ตีให้จังหวะช้าเร็วได้สะดวกและฟังง่าย
สถานที่สำหรับกิจกรรมเข้าจังหวะ
ควรให้มีบริเวณกว้างพอที่จะเคลื่อนไหวได้สะดวก จะเป็นพื้นหญ้า พื้นไม้
หรือซีเมนต์ก็ได้ ข้อสำคัญ จะต้องเป็นพื้นราบเรียบไม่มีสิ่งกีดขวางอื่นๆ
เช่น โต๊ะ เป็นต้น