
ตามหลักของกายวิภาคและสรีรวิทยาแล้ว เพศหญิงร่างกายมีความอดทนมากกว่าเพศ
ชาย หญิงจะมีร่างกายพร้อมที่จะตั้งครรภ์และรับภาระหนักๆได้เป็นเวลานานกว่าชาย
อย่างไรก็
ตาม กล้ามเนื้อของชายจะมีมากกว่า ความแข็งแรงของชายจะมีมากกว่าหญิง
หญิงจะสามารถทน ต่อความหนาว-ร้อนได้ดีกว่าชาย
หญิงมีไขมันมากกว่าชาย จึงทำให้การลอยตัวในน้ำดีกว่าชาย
และความอ่อนตัวของหญิงก็จะดีกว่าชาย จะเห็นได้ว่าหญิงและชายมีความได้เปรียบเสียเปรียบกัน
อยู่ในบางลักษณะ แต่อย่างไรก็ตาม
การมีประจำเดือนของเพศหญิงซึ่งมีอยู่เป็นธรรมชาติ นักวิชา
การหลายท่านยังมีความเห็นขัดแย้งกันอยู่
ปกติแล้วหญิงอายุ 12-13 ปี ก็จะเริ่มมีประจำเดือน
หญิงที่เป็นนักกีฬาจะมีประจำเดือนช้ากว่าหญิงปกติ
ในช่วง 28 วัน ของใน 1 เดือน
ก็จะมีประจำเดือนประมาณ 4 วัน ผู้ฝึกบางท่านจะใช้วิธีการ
ทำให้ประจำเดือนไม่มาในช่วงแข่งขัน และบางครั้งก็ปล่อยให้มาตามปกติ
การทำให้ประจำเดือน มาล่าช้ากว่าปกตินั้น
ก็ใช้ยารับประทาน ซึ่งเป็นฮอร์โมน Progesterone หรือ Estrogens การทำให้
ประจำเดือนมาช้านั้นก็ไม่ใช่จะทำให้ความสามารถของนักกีฬาดีขึ้น
เป็นเพียงแต่ไม่รำคาญหรือ
กังวลใจเท่านั้น
ความจริงแล้วก็คงไม่มีผลแต่อย่างไร
มีนักกีฬาระดับโลกของชาวสวีเดนประมาณ
81% มีประจำเดือนมาตามปกติและไม่ทำให้ผลการแข่งขันตกไปหรือลดไป แต่การฝึกที่หนักเกินไป
(Over training)
จะมีผลต่อการมีประจำเดือน อาจจะทำให้การมีประจำเดือนช้าไปหรือหยุดไปเลย
ในรอบเดือนนั้น
ขณะที่นักกีฬามีประจำเดือนในระหว่างการแข่งขัน จะทำให้ความสามารถของนัก
กีฬาลดลงบ้างเล็กน้อยลงหรือเท่าเดิมหรือดีขึ้น
จากการวิจัยพบว่า บางกีฬา เช่น วิ่งระยะทางไกลๆ
จะทำให้ความสามารถของนักกีฬาลดลงบ้างเล็กน้อย
ส่วนกีฬาอื่นๆยังไม่ทำให้ความสามารถของ
นักกีฬาเปลี่ยนแปลงไปแต่อย่างใด
มีนักกีฬาบางคนไม่มีความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องนี้
พอมีประจำเดือนก็ไม่ยอมฝึกซ้อม ไม่
ยอมลงแข่งขัน ผู้ฝึกจะต้องอธิบายและชี้แจงให้นักกีฬาทุกคนทราบก่อน
แล้วจะได้ไม่เกิดปัญหา
แต่ถ้านักกีฬายังไม่สบายใจที่จะฝึกซ้อมหรือลงแข่งขันก็อย่าใช้วิธีบังคับ
เพราะจะทำให้นักกีฬาเกิด
ความไม่สบายใจ เกิดความกังวล ทำให้เกิดผลเสียในที่สุด ทางที่ดีควรจะต้องอธิบายและชี้แจงให้
นักกีฬาเกิดความเข้าใจเป็นการดีที่สุด